กระทู้นี้ ครีมจะมารีวิวงัดดั้งครั้งแรก อาจจะเน้นไปที่ความรู้สึกซะเป็นส่วนมาก ผสมกับการเที่ยวเล่น 5555 เดิมครีมเป็นคนที่อยากทำศัลยกรรมมาตั้งแต่เด็ก ศึกษารายละเอียดต่างๆในการศัลยกรรมมาโดยตลอด ว่าที่ไหนทำดี ที่ไหนหมอเก่ง ทำจมูกทรงไหน อ่านรีวิวในพันทิพที่นู่นที่นี่มาเยอะมาก
แต่!!! ติดอยู่อย่างเดียวเลยคือความกลัวของตัวเอง กลัวเข็ม กลัวเจ็บ ต่างๆนานา เลยไม่กล้าทำสักที
อาจจะสงสัย จมูกครีมนี่มีแค่ไหน นี่เลยยยยย
จมูกมันก็พอมีนิดหน่อยแต่ที่ไม่ชอบเลยคือรูจมูกกลมมาก ว่างให้แมลงบินผ่านได้สบายๆ
พยายามใช้มุมข้างในการช่วยเหลือตลอดๆ 55555
เพราะเหตุนี้ก็เลยอยากทำจมูกมากกกก และแล้วก็เหมือนสวรรค์เข้าข้าง 😂 เพื่อนชวนให้ครีมไปสมัครโครงการ Life is mine ss2 ของโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน ก็ทำตามกติกา คนสมัครเยอะมากกกก คิดว่าจะไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ แต่คุณหมออาจจะมองเห็นอะไรบางอย่างเลยเลือกให้ครีมเป็นผู้โชคดีในเรื่องของการทำจมูก ดีใจมากกกกกกกกกกกกกก ได้ไปทำจมูกครั้งแรกแบบปลอดภัย ไม่ต้องกลัวเจ็บเพราะศึกษาข้อมูลมาว่าที่เกาหลีทำจมูกโดยการวางยาสลบตื่นมาแล้วสวยเลย คือตื่นเต้นมากกก แถมยังได้ไปต่างประเทศเป็นครั้งแรกอีกด้วย
ตอนก่อนจะไปครีมก็มีการศึกษาข้อมูลว่าต้องเตรียมอะไปบ้าง และถามพี่ๆคนไทยที่เป็นล่ามในรพ.ว่าต้อง เดินทางไปรพ.ยังไง ครีมก็มีความกังวล เพราะเป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกในชีวิต ต่างที่ต่างถิ่น จะพูดกับเค้าได้ไหมภาษาก็ไม่แข็งแรง แต่ก็สบายใจเพราะพี่ๆล่ามที่รพ.แนะนำให้หมดทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องการเดินทาง เส้นทาง เอกสาร เรื่องอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมเพื่อมาใช้ก่อนและหลังการทำศัลยกรรม และอีกหลายๆอย่าง รู้สึกไม่เคว้งคว้าง เหมือนมีญาติไอยู่ที่เกาหลีเลย 555555 พร้อมแล้วไม่กังวลในการไปทำศัลยกรรมแดนกิมจิจริงๆ
พล่ามมามาก มาเริ่มการเดินทางของครีมดีกว่า ครีมมากับพี่ที่น่ารักที่เป็นผู้โชคดีในโครงการ Life is mine ss2 ด้วยกัน โดยเริ่มจากมาถึงสนามบินอินชอน อากาศหนาวมาก แม้จะอยู่แค่ภายในสนามบินก็หนาว ตอนนั้นน่าจะติดลบประมาณ 13 องศา
ตื่นเต้นนิดหน่อย อิอิ จากสนามบินนั่งรถบัสมาไม่ถึงชั่วโมงก็จะมาถึงรพ. ปรึกษาคุณหมอว่าครีมอยากได้จมูกแบบไหน โดยมีพี่ๆล่ามคอยดูแลและแปลภาษาเกาหลีอยู่ตลอด หลักจากปรึกษาคุณหมอแล้วก็ได้ความว่า ครีมจะศัลยกรรมจมูกโดยใช้เทคนิคกระดูอ่อนซี่โครงที่ปลายจมูก และมีซิลิโคนจมูกเล็กน้อย โดยจะใช้ยาสลบระหว่างการผ่าตัดด้วย (ไม่ต้องกลัวระหว่างผ่าตัดแล้วว) หลังจากนั้นครีมก็มาเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด อ้อ ลืมเลย ก่อนการผ่าตัดต้องงดอาหาร 6 ชั่วโมงด้วยนะ ก่อนผ่าตัดคือตื่นเต้นมากและคิดตลอดเวลาว่าหลังจากนั้นจะเป็นยังไง พี่ล่ามคือคอยให้กำลังใจตลอด ว่าไม่ต้องกลัว และหลังจากออกจากห้องผ่าตัดก็ง่วงมากกก พยายามจะตื่นเพื่อมาดูว่าตอนนี้ตัวเองมีสภาพแบบไหน
มีเฝือกอยู่ที่หน้าเรียบร้อย หน้าก็ยังไม่บวม ถามว่าตอนนั้นเจ็บตรงไหนไหม บอกตรงๆคือยังไม่เจ็บอะไรเลย แต่รู้สึกเหมือนมีอะไรอุดอยู่ในจมูก แล้วก็รู้สึกว่ามันง่วงมากกกกก กลับมาก็คือหลับเลย แต่ทำตามที่คุณหมอแนะนำคือให้นั่งหลับก่อน และพยายามประคบเย็น
วันที่ 2 หน้าเริ่มบวมขึ้นมานิดหน่อย แต่ไม่ได้มีอาการเจ็บที่จมูกเลย แต่จะรู้สึกตึงๆที่หน้า สามารถออกมาใช้ชีวิตปกติ นั่งรถไฟฟ้า เดินเที่ยวสบาย
วันที่ 3 หน้าเริ่มบวมขึ้นแล้ว 55555 แอบมีรอยเขียวช้ำนิดหน่อย แต่ก็ทำตามที่คุณหมอแนะนำเต็มที่คือประคบเย็น และเอาหน้าอังอากาศติดลบที่เกาหลี
วันที่ 4 ได้เอาเฝือกที่หน้าออกแล้ววว แล้วก็มาฉายแสงลดบวมด้วย ดีใจมาก อยากกลมกลืนกับคนเกาหลีมากแล้ว เป็นสาวเกาหลีแก้มตุ่ยๆแอ๊บแบ๊วดี 555555
เที่ยวเล่นสบายใจแล้ววว แต่ยังคงใส่หน้ากาก เพราะไม่แต่งหน้า 5555
มาเดินเล่นที่เมียงดง
แล้วก็มาเที่ยวเล่นต่อที่ฮงแด
กินขนมด้วยน้าา อร่อยมากๆร้านก็น่ารักกกก
กลับบ้านมากินอาหารเกาหลีต่อ เรียกชื่อไม่ถูกแต่อร่อย ชอบบบบ
วันที่ 5 มาฉายแสงลดหน้าบวมเหมือนเคย หน้าบวมตุ่ย ตาเล็กลง หัวเริ่มเหนียวสกปรก เอ้ย ฉ่ำวาวเกาหลีไปทั้งหน้าและผม 5555 พี่ล่ามที่รพ.เลยพามาทำผมที่ร้านทำผมที่ฮงแด ร้านน่ารักมากกกก เผื่อใครอยากไป ชื่อร้าน Hair Pink Bomb
หลังจากผมสวยแล้วก็เที่ยวเล่นต่อในฮงแดอีก 555555 วันนี้ได้กินบุพเฟ่ต์เกาหลี อร่อยมากกก (ทำผมแล้วไปกินปิ้งย่างก็จะงงๆหน่อย5555)
อัพเดตหน้าวันที่ 5 ตอนผมสวยแล้ว รู้สึกมั่นใจขึ้นเยอะเลย แอบมีรอยเขียวช้ำเล็กน้อย หน้าบวมๆดี แต่คือรู้สึกมีจมูกแล้วววว
ใช้ชีวิตปกติมาก ทำอาหารในบ้านพัก กับพี่ๆอย่างสนุกสนาน
วันที่ 7 เป็นวันที่จะได้ตัดไหม ก็แวะไปรพ.ไปพบหมอ ตัดไหมและเอาเทปที่จมูกออก ระหว่างการตัดไหมกลัวมากกก ขอจับมือพี่ที่มาด้วยเพื่อเป็นกำลังใจที่ดีของน้อง ซึ่งจริงๆแล้วมันก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรเลย 55555 เอาเทปออกก็ยังคงเป็นรอยปากกาของคุณหมอ จากนั้นก็จะมีพี่ๆพยาบาลพาไปล้างหน้าให้สะอาด
วันที่ 8 คือวันที่กลับจากเกาหลี แต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลย ค่อนข้างทำเวลาในการกลับบ้าน
สรุปทริปงัดดั้ง ใช้เวลาในการเดินทางมาทำจมูก+เที่ยว ทั้งหมด 8วัน7คืน สนุกมากกกก ได้มาเปิดประสบการณ์ใหม่ เพื่อนใหม่ ที่เที่ยวใหม่ จมูกใหม่ด้วย 555555 ทจมูกด้วยเทคนิคใช้กระดูกอ่อนซี่โครงที่ปลายจมูก จบทริปแบบแฮปปี้ 💕💕💕
[SR] รีวิวงัดดั้งครั้งแรกที่เกาหลี ถ่ายรูปมุมไหนก็ปังงง !!
แต่!!! ติดอยู่อย่างเดียวเลยคือความกลัวของตัวเอง กลัวเข็ม กลัวเจ็บ ต่างๆนานา เลยไม่กล้าทำสักที
อาจจะสงสัย จมูกครีมนี่มีแค่ไหน นี่เลยยยยย
จมูกมันก็พอมีนิดหน่อยแต่ที่ไม่ชอบเลยคือรูจมูกกลมมาก ว่างให้แมลงบินผ่านได้สบายๆ
พยายามใช้มุมข้างในการช่วยเหลือตลอดๆ 55555
เพราะเหตุนี้ก็เลยอยากทำจมูกมากกกก และแล้วก็เหมือนสวรรค์เข้าข้าง 😂 เพื่อนชวนให้ครีมไปสมัครโครงการ Life is mine ss2 ของโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน ก็ทำตามกติกา คนสมัครเยอะมากกกก คิดว่าจะไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ แต่คุณหมออาจจะมองเห็นอะไรบางอย่างเลยเลือกให้ครีมเป็นผู้โชคดีในเรื่องของการทำจมูก ดีใจมากกกกกกกกกกกกกก ได้ไปทำจมูกครั้งแรกแบบปลอดภัย ไม่ต้องกลัวเจ็บเพราะศึกษาข้อมูลมาว่าที่เกาหลีทำจมูกโดยการวางยาสลบตื่นมาแล้วสวยเลย คือตื่นเต้นมากกก แถมยังได้ไปต่างประเทศเป็นครั้งแรกอีกด้วย
ตอนก่อนจะไปครีมก็มีการศึกษาข้อมูลว่าต้องเตรียมอะไปบ้าง และถามพี่ๆคนไทยที่เป็นล่ามในรพ.ว่าต้อง เดินทางไปรพ.ยังไง ครีมก็มีความกังวล เพราะเป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกในชีวิต ต่างที่ต่างถิ่น จะพูดกับเค้าได้ไหมภาษาก็ไม่แข็งแรง แต่ก็สบายใจเพราะพี่ๆล่ามที่รพ.แนะนำให้หมดทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องการเดินทาง เส้นทาง เอกสาร เรื่องอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมเพื่อมาใช้ก่อนและหลังการทำศัลยกรรม และอีกหลายๆอย่าง รู้สึกไม่เคว้งคว้าง เหมือนมีญาติไอยู่ที่เกาหลีเลย 555555 พร้อมแล้วไม่กังวลในการไปทำศัลยกรรมแดนกิมจิจริงๆ
พล่ามมามาก มาเริ่มการเดินทางของครีมดีกว่า ครีมมากับพี่ที่น่ารักที่เป็นผู้โชคดีในโครงการ Life is mine ss2 ด้วยกัน โดยเริ่มจากมาถึงสนามบินอินชอน อากาศหนาวมาก แม้จะอยู่แค่ภายในสนามบินก็หนาว ตอนนั้นน่าจะติดลบประมาณ 13 องศา
ตื่นเต้นนิดหน่อย อิอิ จากสนามบินนั่งรถบัสมาไม่ถึงชั่วโมงก็จะมาถึงรพ. ปรึกษาคุณหมอว่าครีมอยากได้จมูกแบบไหน โดยมีพี่ๆล่ามคอยดูแลและแปลภาษาเกาหลีอยู่ตลอด หลักจากปรึกษาคุณหมอแล้วก็ได้ความว่า ครีมจะศัลยกรรมจมูกโดยใช้เทคนิคกระดูอ่อนซี่โครงที่ปลายจมูก และมีซิลิโคนจมูกเล็กน้อย โดยจะใช้ยาสลบระหว่างการผ่าตัดด้วย (ไม่ต้องกลัวระหว่างผ่าตัดแล้วว) หลังจากนั้นครีมก็มาเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด อ้อ ลืมเลย ก่อนการผ่าตัดต้องงดอาหาร 6 ชั่วโมงด้วยนะ ก่อนผ่าตัดคือตื่นเต้นมากและคิดตลอดเวลาว่าหลังจากนั้นจะเป็นยังไง พี่ล่ามคือคอยให้กำลังใจตลอด ว่าไม่ต้องกลัว และหลังจากออกจากห้องผ่าตัดก็ง่วงมากกก พยายามจะตื่นเพื่อมาดูว่าตอนนี้ตัวเองมีสภาพแบบไหน
มีเฝือกอยู่ที่หน้าเรียบร้อย หน้าก็ยังไม่บวม ถามว่าตอนนั้นเจ็บตรงไหนไหม บอกตรงๆคือยังไม่เจ็บอะไรเลย แต่รู้สึกเหมือนมีอะไรอุดอยู่ในจมูก แล้วก็รู้สึกว่ามันง่วงมากกกกก กลับมาก็คือหลับเลย แต่ทำตามที่คุณหมอแนะนำคือให้นั่งหลับก่อน และพยายามประคบเย็น
วันที่ 2 หน้าเริ่มบวมขึ้นมานิดหน่อย แต่ไม่ได้มีอาการเจ็บที่จมูกเลย แต่จะรู้สึกตึงๆที่หน้า สามารถออกมาใช้ชีวิตปกติ นั่งรถไฟฟ้า เดินเที่ยวสบาย
วันที่ 3 หน้าเริ่มบวมขึ้นแล้ว 55555 แอบมีรอยเขียวช้ำนิดหน่อย แต่ก็ทำตามที่คุณหมอแนะนำเต็มที่คือประคบเย็น และเอาหน้าอังอากาศติดลบที่เกาหลี
วันที่ 4 ได้เอาเฝือกที่หน้าออกแล้ววว แล้วก็มาฉายแสงลดบวมด้วย ดีใจมาก อยากกลมกลืนกับคนเกาหลีมากแล้ว เป็นสาวเกาหลีแก้มตุ่ยๆแอ๊บแบ๊วดี 555555
เที่ยวเล่นสบายใจแล้ววว แต่ยังคงใส่หน้ากาก เพราะไม่แต่งหน้า 5555
มาเดินเล่นที่เมียงดง
แล้วก็มาเที่ยวเล่นต่อที่ฮงแด
กินขนมด้วยน้าา อร่อยมากๆร้านก็น่ารักกกก
กลับบ้านมากินอาหารเกาหลีต่อ เรียกชื่อไม่ถูกแต่อร่อย ชอบบบบ
วันที่ 5 มาฉายแสงลดหน้าบวมเหมือนเคย หน้าบวมตุ่ย ตาเล็กลง หัวเริ่มเหนียวสกปรก เอ้ย ฉ่ำวาวเกาหลีไปทั้งหน้าและผม 5555 พี่ล่ามที่รพ.เลยพามาทำผมที่ร้านทำผมที่ฮงแด ร้านน่ารักมากกกก เผื่อใครอยากไป ชื่อร้าน Hair Pink Bomb
หลังจากผมสวยแล้วก็เที่ยวเล่นต่อในฮงแดอีก 555555 วันนี้ได้กินบุพเฟ่ต์เกาหลี อร่อยมากกก (ทำผมแล้วไปกินปิ้งย่างก็จะงงๆหน่อย5555)
อัพเดตหน้าวันที่ 5 ตอนผมสวยแล้ว รู้สึกมั่นใจขึ้นเยอะเลย แอบมีรอยเขียวช้ำเล็กน้อย หน้าบวมๆดี แต่คือรู้สึกมีจมูกแล้วววว
ใช้ชีวิตปกติมาก ทำอาหารในบ้านพัก กับพี่ๆอย่างสนุกสนาน
วันที่ 7 เป็นวันที่จะได้ตัดไหม ก็แวะไปรพ.ไปพบหมอ ตัดไหมและเอาเทปที่จมูกออก ระหว่างการตัดไหมกลัวมากกก ขอจับมือพี่ที่มาด้วยเพื่อเป็นกำลังใจที่ดีของน้อง ซึ่งจริงๆแล้วมันก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรเลย 55555 เอาเทปออกก็ยังคงเป็นรอยปากกาของคุณหมอ จากนั้นก็จะมีพี่ๆพยาบาลพาไปล้างหน้าให้สะอาด
วันที่ 8 คือวันที่กลับจากเกาหลี แต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลย ค่อนข้างทำเวลาในการกลับบ้าน
สรุปทริปงัดดั้ง ใช้เวลาในการเดินทางมาทำจมูก+เที่ยว ทั้งหมด 8วัน7คืน สนุกมากกกก ได้มาเปิดประสบการณ์ใหม่ เพื่อนใหม่ ที่เที่ยวใหม่ จมูกใหม่ด้วย 555555 ทจมูกด้วยเทคนิคใช้กระดูกอ่อนซี่โครงที่ปลายจมูก จบทริปแบบแฮปปี้ 💕💕💕