ไปเที่ยวฮานอย ด้วยตัวเอง แบกเป้ 4 วัน 3 คืน ฮาลองเบย์ ~วัดเจดีย์เจดีย์ อำเภอก๊วก OAI งบ 10,000 บาท

1. วันแรก 14 มิถุนายน 2561 เดินทางถึงสนามบินดอนเมือง ตี 4 เช็คอินสายการบินแอร์เอเซีย FD 642  สะพายกระเป๋าเป้ 1 ใบ เอาติดตัวขึ้นเครื่อง พอตรวจพาสปอร์ตเสร็จ ก็สแกนกระเป๋าเป้ พร้อมถอดเข็มขัด กระเป๋าสตางค์ใส่ในตะกร้าสแกนเข้าเครื่องไปอีกที เสร็จแล้วเข้าไปนั่งรอ ในห้องพักผู้โดยสาร ที่ Gate 34  เดินไปหาแลกเปลี่ยนเงินไทยเป็นเงิน US ดอลล่า ,1 USD =32.39 บาท แลกไป 4,000 บาท
รอเวลาใกล้ 6.40 น. เดินลงไปขึ้นรถบัส ทรานเฟอร์ไป ขึ้นเครื่อง Air asia
ใช้เวลา ประมาณ 1.30 ชม. ก็บินมาถึงสนามบินนอยไบ ฮานอย
ที่ตรวจคนเข้าเมือง เวียดนาม ไม่ต้องกรอกใบ ตม. ใช้พาสปอร์ต สแกนเข้าเครื่องคอมฯ เจ้าหน้าที่แหงนมองหน้าตรงกับพาสปอร์ต ก็ผ่านออกไปได้
เดินลงมาชั้นล่าง ก็มีเคาเตอร์ สาวเวียดนามเรียกซื้อซิมเน็ตเวียดนาม  10 วัน จ่ายเงินไป 10 USD แต่เขียนไว้ในการ์ด 50.000 VND  71.9211 THB คับ ฮ่าๆ ..ชั่งโมงนั้น ยังไง ก็ยังดีเอาไว้หาข้อมูลไว้ก่อน แลกเงิน USD เป็นเงิน ดอง อีก 100 USD
เดินออกมานอกอาคารนอยไบ ด้านล่าง เลี้ยวซ้าย เดินไปหน่อยนะครับ รอขึ้นรถเมล์ปรับอากาศสาย 86 จากสนามบินไปย่าน Old Quater บอกกระเป๋ารถเมย์ลง ถนน 36 สาย  ลงรถเมล์แล้วก็เลี้ยวขวาเข้าซอย เดินตามถนนไปย่านที่พักใจกลางเมืองฮานอยที่นักท่องเที่ยว นักเดินทางชอบมาหาที่พักที่ย่านใจกลางเมืองฮานอย  เดินเข้าไปถามราคาเลือกได้ครับ เราเข้ามาพักที่  
โรงแรมแบมบู (Bamboo hotel) ค่าห้องคืนละ 350.000 ดอง ก็ประมาณ 505 บาท คิดง่ายๆ ก็ ตัด 000 สามตัวหลังออก x ด้วย 1.5 คับ เท่ากับ บวกไปอีกครึ่งนึงของเงินยอดที่เหลือ 3 ตัวแรก แต่ยอดจริงๆของเงินดอง จะน้อยกว่านิดนึงครับ หรือ ชาวเวียดนามจะเรียก เช่น 30 K เท่ากับ 30.000 ดอง ตัด 0 ออก สามตัว ..ที่พักเราเป็นห้องแอร์ ห้องน้ำใหญ่ มีอ่างน้ำในตัวด้วย มีเครื่องทำน้ำอุ่น น้ำไหลแรงมากครับ  พักผ่อนนิดหน่อย เตรียมแผนเดินทาง อาบน้ำเสร็จ ก็ลงมาขอเช่ารถมอเตอร์ไซด์ 160.000 ดอง ต่อวัน เติมน้ำมันเอง ขับรถไปเติมแถวถนนใหญ่เส้นหลักครับ อยากไปไหนก็ใช้ google map นำทาง สะดวกสบาย ขับรถวนไปเรื่อยๆในตัวเมืองฮานอย ที่นี่ค่าครองชีพไม่แพง ต้นไม้ใหญ่มาก มีสถาปัตยกรรมสวยๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากประเทศจีน ผสมผสานกับวัฒนธรรมประเทศฝรั่งเศส  ท่องเที่ยวแนวประวัติศาสตร์ ชมเมืองเก่า ฝ่ากองทัพมอเตอร์ไซด์ สัมผัสวิถีชีวิตในแบบดั้งเดิมของคนเวียดนาม มีโรงแรม เกสต์เฮาส์ ร้านค้ามากมาย โอลด์ควอเตอร์มีถนนตัดกันถึง 36 สาย (36 ซอย) มีข้าวของกินสารพัด
ที่แรกที่เราไป เห็นมีชาวเวียดนามไปไหว้บนบานเยอะมาก จอดรถลงไปดู เสียค่าจอดรถมอเตอร์ไซด์ 5.000 ดอง เข้าไปไหว้พระ
วัดกวานแท่ญ  (Quan Thanh Temple) เป็นวัดประดิษฐานของเทพเจ้าเตริ่นหวู ชาวเวียดเชื่อว่าป้องกันภัยและวิญญาณร้าย วัดนี้สร้างในศตวรรษที่ 16
ไปต่อ ที่วัดเสาต้นเดียว(One pillar pagoda)  วัดนี้อยู่ติดกับ สุสานโฮจิมินท์  
วัดนี้สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่เจ้าแม่กวนอิม สร้างในปี คศ.1049 คนส่วนใหญ่มาขอพรให้ได้ลูกกับเจ้าแม่กวนอิม  เดินออกมาหน่อยใกล้กัน เข้าไปชมพิธภัณฑ์โฮจิมินห์เป็นสถานที่เก็บรักษาเอกสารและสิ่งของวัตถุเกี่ยวกับ ชีวิตและภารกิจการปฏิวัติของประธานโฮจิมินห์ เราออกมาต่อที่ เจดีย์เฉินก๊วก เป็นสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนาของเวียดนาม มีอายุเก่าแก่ 1500 ปี เป็นเจดีย์ที่เก่าแก่ที่สุดในเวียดนาม ตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม ( Hoan Klem Lake)  ไปต่อที่ ตลาดดงซวน ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในฮานอย ตั้งอยู่ใจกลางโอลด์ ควอเตอร์ เดินเข้าไปในร้านเต้าหู้นมสด อร่อยมาก ก่อนกลับที่พัก ผ่านสวนสาธารณะรอบๆทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม มีเจดีย์โบราณโผล่พ้นน้ำขึ้นมา กลางทะเลสาบ (ทาพรัว)สร้างเป็นสวนสาธารณะล้อมรอบ บรรยากาศร่มเย็น สะพานเทฮุก  สะพานไม้สีแดง เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของฮานอย มีคนเวียดนามชอบมาเดินเล่น ออกกำลังกาย สังสรรค์ นั่งเล่น ทำกิจกรรมร่วมกันจำนวนมาก มีคนมาเต้นแอโรบิค เด็กๆหัดเล่นสเก็ตมาออกกำลังกาย เดินเก็บถ่ายภาพแสงสีรอบๆไปเรื่อยๆครับ
ซื้อน้ำ ขนมขบเคี้ยว มีร้านสะดวกซื้อมากมายครับ น้ำขวดใหญ่  11.000 ดอง
วันที่ 2 วันที่ 15 มิถุนายน 2561 ตอน 6 โมงเช้า เดินลงมาเล่นที่สวนสาธารณะรอบทะเลสาบฮว่านเกี๊ยม ขอบอกว่า ชาวเวียดนามชอบมาออกกำลังกายกันมาก อากาศดี ร่มรื่น มากินเฝอ ร้านใกล้ที่พักเรา คนเวียดนามมากินเยอะครับ ติดราคาไว้เรียบร้อย ราคา 30.000 ดอง  
เราได้จองทัวร์ไปฮาลองเบย์ มีราคา ตั้งแต่ 21 – 40 USD ให้ทางโรงแรมจองให้เลย ได้ราคามา 30 USD เวลา 8.30 น.ก็มีรถบัสมารับเราไปรวมกับคนอื่น นั่งรถบัสเล็กไปประมาณ 10 คนครับ แวะจอดระหว่างทาง เดินซื้อของที่ระลึก เข้าห้องน้ำที่เดียว จากนั้นก็ไปต่อเลย ถึงอ่าวฮาลองเบย์ ประมาณเกือบบ่ายโมง นั่งรอรวมตัวกันเพื่อรวมกับรถบัสคันอื่นอีก ได้ประมาณสัก 50 คน ก็จะมีไกด์ทัวร์ พาเราเดินไปขึ้นเรือ ก่อนเข้าไปก็ให้ตั๋วเราสำหรับเอาไว้ฉีกแต่ละจุด พอลงเรือเสร็จก็ให้นั่งรวมกัน 6 คน ก่อน แล้วเสริฟอาหารมีสัก 5 อย่าง กินข้าวด้วยตะเกียบ รีบกินกันแป๊บเดียวก็เกลี้ยงหมดแล้วครับ ฮ่าๆ.. พอเรือออกไปได้สัก 30 นาที จะผ่านเกาะเล็กเกาะน้อยต่างๆ เรือพาเราไปจอดให้ลงเรือแจวไม้ไผ่ เขาจัดให้นั่งกัน 4 คน หรือใครอยากจะไปพายเรือคะยัคก็ได้ พายผ่านเข้าไปในอ่าว ผ่านเพดานผนังถ้ำเข้าไปพายวนให้ถ่ายรูปด้านใน แล้ววนออกมาส่งเรา เสร็จแล้วขึ้นเรือไปต่อที่ถ้ำในอ่าวฮาลอง เดินขึ้นบันไดสูงไปหน่อย ไปดูถ้ำด้านบน เสร็จแล้วเดินลงออกมาจากถ้ำอีกทางหนึ่ง รอขึ้นเรือพร้อมๆกัน ไปถึงท่าเรือประมาณ 5 โมงเย็น กลับมาถึงส่งเราลงใกล้ที่พักก็ประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง
เจอร้านบากูแต้ ที่เวียดนามจะมีเยอะ ร้านที่นี่ส่วนมากจะมีรูปให้เราเลือกชี้เอาได้ บอกราคาไว้เรียบร้อยครับ  เดินกลับมาที่พัก ผ่านสวนสาธารณะทะเลสาบฮว่านเกี๊ยม วันหยุด ศุกร์เสาร์อาทิตย์จะปิดถนน มีตลาดนัดถนนคนเดิน แล้วจะมีเด็กๆ วัยรุ่น ชาวเวียดนามออกมาทำกิจกรรมกันมาก เดินกันเต็มถนนสวนสาธารณะรอบทะเลสาบเลย ชาวเวียดนามชอบเล่น ชัตเติ้ลคอก มากที่สุด หรือ การเตะลูกขนไก่ที่ทำจากฝาเบียร์  
วันที่ 16 มิถุนายน 2561  วันนี้ เราขี่ผ่านฝูงมอเตอร์ไซด์ ออกไปนอกเกาะเมือง วัดเจดีย์(Chua Thay)วัดนี้สร้างในศตวรรษที่ 17 สถาปัตยกรรมจีน  วัดชื่อ “Thien  Phuc Tu” อำเภอก๊วก OAI จังหวัดฮานอย ประมาณ 30 กม.จากฮานอยไปทางทิศใต้ รู้สึกเงียบสงบ เข้าไปไหว้พระในวิหาร หน้าวิหารก็ใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์ เป็นลานตากข้าวเปลือกของชาวบ้าน ที่ไหนเป็นลานโล่ง ก็ใช้ตากข้าวเปลือก เราได้ซื้อตั๋ว เข้าไปวัด คนละ 10.000 ดอง เข้าไปในบริเวณวัด วิหารด้านใน ยังคงความยิ่งใหญ่และสงบเงียบ เสาไม้ใหญ่มาก สร้างกลมกลืนกับธรรมชาติ จากนั้นก็ขี้นบันได ทางขึ้นเขาชันหน่อย ไปวัดด้านบน เป็นหมู่เจดีย์ที่เชื่อมติดต่อกัน ความขลังของวัด รากต้นไม้คลุมเจดีย์ วิหารรอบๆ เดินไปรอบๆอ้อมไต่ลงมาทางด้านหลังเขาข้างล่าง เย็นแล้ว รีบกลับที่พัก ซึ่งก็ใช้ Google map นำทางเหมือนเดิม ผ่านมาทาง โบสถ์เซนต์โยเชฟ (st.Joseph’s Cathedral) ขอหยุดเก็บภาพสักหน่อย โบสถ์สไตล์โกธิค เป็นหนึ่งในโบสถ์ที่เก่าแก่และสวยงามที่สุดในเวียดนาม ช่างค่ำ เดินออกไปหาของที่ระลึกกลับบ้าน ไปได้เสื้อยืด สกรีน เวียดนาม ตัวละ35 K
วันสุดท้าย วันที่ 17 มิถุนายน วันนี้ Check out /ฝากกระเป๋าไว้ที่ด้านล่างก่อน ยังมีเวลาเหลือทั้งวัน เลยไปเที่ยวเก็บตกในเมือง คราวนี้ไปที่สุสานโฮจิมินท์ มาเวียดนามทั้งทีก็ต้องมาที่นี้ให้ได้ วีรบุรุษกู้ชาติ สุสานโฮจิมินท์ (Ho chi minh mausoleum) เป็นที่เก็บร่างประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ที่เสียชีวิตลงในปี 1969 ถูกเก็บไว้ในโลงแก้ว ให้ผู้มาเยือนเคารพและระลึกถึง มาวันนี้ปิดไม่ให้เขาไปด้านในครับ จะเห็นมีทหารยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้า เราทำความเคารพอยู่ด้านนอก แล้วก็ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก เดินไปด้านข้างก็จะเป็นทำเนียบประธานาธิบดี มีเสาผูกเชือกกั้นไว้ เข้าไปไม่ได้ อาคารเป็นสีเหลืองมัสตาร์ด สไตล์โคโลเนียล เช่นเดียวกับตึกทำการของหน่วยงานราชการอื่นๆ ของเวียดนาม  เดินออกมาหน่อยก็เป็นบ้านพักลุงโฮ  ที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย
ไปต่อที่ พิพิธภัณฑ์เรือนจำฮัวโล (Hoa Lo Prison) ใช้ป็นที่คุมขัง ทรมาน และประหารนักโทษทางการเมิองของชาวเวียดนามจากการขยายอาณานิคมของฝรั่งเศส และยังเป็นที่คุมขังทหารอเมริกันในช่วงสงครามเวียดนาม ค่าเข้าชม 30.000 ดอง
จากนั้น ไปที่ ป้อมปราการทังล็อง (Thăng Long)  สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 11 แสดงอิสรภาพที่มีต่อชาวจีนของชาวไดเวียด ขึ้นไปชั้นสอง ชั้น 3 ก็จะเก็บมุมภาพของซากเครื่องบินที่ใช้ในสงครามเวียดนาม รถถัง อาวุธปืน ที่จัดนำมาแสดง จากนั้นกลับมาที่พัก เตรียมตัว พอดียังมีเงินดองเหลืออยู่นิดหน่อย แล้วก็ประทับใจการบริการของโรงแรม เลยให้โรงแรมเรียกรถแท็กซี่ให้ 250.000 ดอง รถมารับ 16.30 น. มาถึงสนามบินนอยไบ  ห้าโมงกว่า นั่งรอที่สนามบิน พอ18.00 น. สายการบินแอร์เอเชียเปิด บอร์ดดิ่ง ให้ Check in ได้  ตรวจพาสปอร์ต ตรวจกระเป๋าเอ็กซเรย์ ผ่าน ตม. รออยู่ห้องพักผู้โดยสารด้านใน เวลา20.50 น. เดินทางกลับถึงสนามบินดอนเมืองก่อน 23.00น
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่