ห้องเพลง**คนรากหญ้า**พักยกการเมือง มุมเสียงเพลง มุมนี้ไม่มีสีไม่มีกลุ่ม มีแต่เสียงเพลง 7/7/2561 - ไวกิ้งไม่ง่ายต่อสิงโต

กระทู้คำถาม


ดอกไม้หัวใจสวัสดีครับอมยิ้ม17 สมาชิกห้องเพลงทุกๆท่าน วันนี้วันเสาร์ MC แอ๊ด (หวางเจ๋)
) ประจำการครับ ^^

ช่วงนี้ยังคงอยู่ในบรรยากาศมหกรรมลูกหนังโลก และดำเนินมาถึงครึ่งทางแล้ว

เมื่อคืนนี้ เป็นการเริ่มรอบ QUARTER FINAL 8 ทีมสุดท้าย โดยดวลกันไป 2 คู่ ซึ่งผลปรากฏว่า ฝรั่งเศสกับเบลเยี่ยมได้เข้าไปรอเล่นในรอบตัดเชือก SEMI-FINAL เรียบร้อยแล้ว และคืนนี้ จะเป็นสองคู่สุดท้าย โดยคู่หนึ่งคือ เจ้าภาพรัสเซียจะปะทะกับโครเอเชีย แต่คู่ที่เป็น "ไฮไลท์" สำหรับแฟนๆทั้งหลาย คือ อังกฤษ "ขวัญใจมหาชน" (คนเขาว่ามาอย่างนั้น) ต้องลงหวดกับ "ไวกิ้ง" สวีเดน

หลายคน...เท่าที่ MC ได้ฟังมา บอกว่า อังกฤษผ่านเข้ารอบตัดเชือกได้แน่นอน ชัวร์! แต่ช้าก่อน!

เพราะ ประวัติศาสตร์ที่บันทึกมาระหว่างสองทีมนี้ ไม่เคยง่ายสำหรับทีม "สิงโตคำราม" เพราะทีมไวกิ้ง นับว่าเป็น "ของแสลง" สำหรับอังกฤษ เป็นด่านสุดหินด่านหนึ่งแน่ๆ......ฉะนั้น วันนี้ เรามาคุยกันถึงเรื่องสองทีมนี้กันครับ

ทีมชาติสวีเดน


สวีเดน เป็นชาติเดียวเท่านั้นที่เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกแล้วแพ้ในรอบชิงชนะเลิศ โดยแพ้บราซิลในปี 1958, ในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (ยูโร) 1992 สวีเดนเป็นเจ้าภาพและเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ และผ่านเข้าถึงรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก 5 สมัยติดต่อกัน และนับตั้งแต่ฟุตบอลยูโร 2000 เป็นต้นมา สวีเดนก็ได้ผ่านเข้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้ายทุกครั้ง

นัดนี้ ยาน อันเดอร์สสัน ผู้จัดการทีมชาติสวีเดนต้องเช็กฟิต อัลบิน เอ็คดัล ห้องเครื่องจากสโมสรฮัมบูร์กในบุนเดสลีก้า ที่เจ็บมาจากนัดที่เอาชนะสวิตเซอร์แลนด์มาได้หวุดหวิด 1-0 ทำให้เขาต้องแยกซ้อมเดี่ยว ตรงกลางอีกจุดหนึ่งอาจจะเติม เซบาสเตียน ลาร์สสัน นักเตะประสบการณ์สูงที่เคยค้าแข้งในอังกฤษมายาวนาน ในขณะที่แบ็กขวา จำเป็นต้องเติม เอมิล คราฟธ์ ฟูลแบ็กหน้าใหม่จากสโมสรโบโลญญ่าในกัลโช่เซเรียอา ลงแทน มิคาเอล ลุสติก ซึ่งติดโทษแบน ลงสนามไม่ได้ในนัดนี้

ทีมชุดนี้มีนักเตะที่ค้าแข้งในอังกฤษ 5 คน คือ วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด), มาร์ติน โอลส์สัน (สวอนซี), เซบาสเตียน ลาร์สสัน (ฮัลล์), พอนตุส แยนส์สัน (ลีดส์) และ คริสตอฟเฟอร์ นอร์ดเฟลด์ (สวอนซี) สวีเดนในระบบ 4-4-2 คงจะใช้ เอมิล ฟอร์สเบิร์ก เพลย์เมคเกอร์จาก ไลป์ซิก (ลงสนามไป 40 นัด ยิงได้ 7 ประตู) ฮีโร่ในรอบที่ผ่านมา คอยสนับสนุนคู่กองหน้า มาร์คุส เบิร์ก กับ โอล่า ตอยโวเน่น

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
ระบบ 4-4-2 : โรบิน โอลเซ่น - เอมิล คราฟธ์, วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ, อันเดรียส กรานควิสต์, ลุดวิก ออกุสตินส์สัน - วิคเตอร์ คลาสสัน, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, อัลบิน เอคดัล, เอมิล ฟอร์สเบิร์ก - มาร์คุส เบิร์ก, โอล่า ตอยโวเน่น

สเวน โกรัน อีริคส์สัน อดีตผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ออกมาเชียร์ทีมบ้านเกิดให้คว้าชัยเหนือสิงโตคำรามให้ได้ ในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก
กุนซือกระหม่อมบางวัย 70 เคยทำหน้าที่นายใหญ่ของทีมลูกหนังผู้ดีระหว่างปี 2001-2006 แต่กลับไม่สามารถนำทีมประสบความสำเร็จได้แบบเป็นชิ้นเป็นอัน ทั้งที่มีนักเตะที่ดีที่สุดแห่งยุคอยู่ในทีมหลายราย

ล่าสุด เจ้าตัวได้ออกมาเชียร์ทีมชาติบ้านเกิดแบบออกหน้าออกตา ให้เป็นฝ่ายกำชัยเหนืออังกฤษ เพื่อทะลุเข้าสู่รอบตัดเชือกฟุตบอลโลกอีกสมัย “ผมเชื่อว่าชัยชนะจะเป็นของสวีเดน ในฐานะคนสวีดิชความหวังของผมฝากไวักับทีมชาติสวีเดนแน่นอน ส่วนแนวทางการเล่นของพวกเขาตอนนี้ ผมเชื่อว่าไม่ต้องกลัวใครแล้ว ผมจะไปดูเกมหรือเปล่านะเหรอ? ผมยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนั่นเลย แต่อาจจะไปก็ได้ มันคงเป็นเกมรอบก่อนรองชนะในศึกเวิลด์ คัพ ที่ยอดเยี่ยมมาก และน่าจะเป็นเกมที่ยากสำหรับทั้ง สวีเดน และ อังกฤษ อย่างแน่นอน”


ทีมชาติอังกฤษ

ทีมชาติอังกฤษ ชนะเลิศฟุตบอลโลก 1 ครั้ง ใน ฟุตบอลโลก 1966 ซึ่งตนเองเป็นเจ้าภาพ และเข้าฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายทั้งหมด 15 ครั้งรวมทั้งครั้งนี้ด้วย เริ่มเล่นครั้งแรกใน ฟุตบอลโลก 1950 ซึ่งในครั้งนั้นแม้จะผ่านรอบคัดเลือกแต่ก็ตกรอบแรกไป หลังจากนั้นอังกฤษก็ผ่านรอบคัดเลือกมาตลอดทุกปีต่อเนื่องกัน จนกระทั่งชนะเลิศในฟุตบอลโลก 1966 แต่หลังจากนั้นในฟุตบอลโลก 1974, 1988 และ 1994 อังกฤษไม่ผ่านรอบคัดเลือก ในฟุตบอลโลก 2006 อังกฤษเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศและแพ้โปรตุเกสไปจากการยิงจุดโทษ ในฟุตบอลโลก 2010 ทีมชาติอังกฤษก็ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยแพ้ เยอรมนีไป 1–4 และฟุตบอลโลก 2014 อังกฤษตกรอบแรกหลังจากแข่งไปแค่ 2 นัด แพ้ต่ออิตาลี 2–1 และแพ้ต่ออุรุกวัยไปด้วยสกอร์เดียวกัน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 56 ปีด้วย ที่อังกฤษตกรอบแรกฟุตบอลโลก

ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงนับว่าพวกเขาทำผลงานได้ดีที่สุด หลังจากที่เคยจบเป็นที่ 4 ในฟุตบอลโลกปี 1990 ที่อิตาลีมาแล้ว

แกเรธ เซาธ์เกต เฮ้ดโค้ชทีมชาติอังกฤษมีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บถึง 4 คน คือ เดเล่ อัลลี่ เจ็บต้นขา, แอชลี่ย์ ยัง (ข้อเท้า), ไคล์ วอล์คเกอร์ (น่อง) และ เจมี่ วาร์ดี้ ศูนย์หน้าตัวสำรองจากเลสเตอร์ (ขาหนีบ) ซึ่งน่าเป็นห่วงมากที่สุดถ้า อัลลี่ มิดฟิลด์ตัวทำเกมจาก สเปอร์สไม่พร้อมลงสนามเป็น 11 คนแรก ก็อาจจะให้ รูเบน ลอฟตัส ห้องเครื่องตัวใหญ่ลงไปแทน

ระบบการเล่นคงจะยังเป็น 3-5-2 ไคล์ วอล์คเกอร์ ยืนเรียงกับ จอห์น สโตนส์ และ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ แดนกลาง แดนนี่ โรส วิงแบ็กฝั่งซ้ายจาก สเปอร์ส อาจจะลงแทน แอชลี่ย์ ยัง ซึ่งไม่สมบูรณ์ ลอฟตัส ชีค ยืนเรียงกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ เจสซี่ ลินการ์ด ส่วนคู่หน้า คงต้องเป็น ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ล่าประตูคู่กับ แฮร์รี่ เคน ศูนย์หน้าหมายเลขหนึ่งซึ่งกำลังลุ้นทำลายสถิติของ แกรี่ ลินิเกอร์ นักเตะในตำนานทีมชาติซึ่งเคยทำไว้ 6 ประตู

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
ระบบ 3-5-2 : จอร์แดน พิคฟอร์ด - ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, แฮร์รี่ แม็คไกวร์ - คีแรน ทริปเปียร์, รูเบน ลอฟตัส ชีค, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจสซี่ ลินการ์ด, แดนนี่ โรส - ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, แฮร์รี่ เคน

แกเรธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีม "สิงโตคำราม" ทีมชาติอังกฤษ ออกมาเผยความรู้สึกหลังนำทีมหักด่าน "โคเคน" ​โคลอมเบีย จากการดวลจุดโทษ 4-3 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปพบกับทีมชาติสวีเดนโดย แฮร์รี เคน พังประตูจากลูกจุดโทษให้อังกฤษขึ้นนำไปก่อน 1-0 ในนาทีที่ 57 แต่ทางด้านของ เยอร์รี มินา มาโขกตีเสมอเป็น 1-1 ในนาทีที่ 90+3 จนต้องมาต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที และก็ยังเสมอกันอยู่ 1-1 ก่อนที่ลูกทีมของ เซาธ์เกต จะชนะจุดโทษ 4-3 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศไปพบกับ ทีมชาติสวีเดน

เซาธ์เกต ออกมากล่าวว่า "สวีเดน เป็นทีมที่ผมเคารพมากทีมหนึ่ง พวกเขาเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม มีผู้เล่นที่ดีหลายคน มีวิธีการเล่นที่ชัดเจนและเป็นระบบ แต่อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าเราเป็นทีมที่ดีกว่า และหวังว่าเราจะได้ผลการแข่งขันที่ดี"

เมื่อวานนี้ เซาธ์เกต ออกมากล่าวถึง เจมี่ วาร์ดี้ หัวหอกจาก "เจ้าหมาจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ ว่า "เขาไม่ได้ลงฝึกซ้อมกับทีมในวันนี้ และยังไม่แน่ว่าจะพร้อมลงเล่นในเกมวันพรุ่งนี้หรือเปล่า วันพรุ่งนี้เราจะเช็กอาการเขาอย่างละเอียดอีกครั้ง เรามีเวลาค่อนข้างจำกัดและรีบเร่ง เราจะต้องประชุมกันอีกทีว่าท้ายที่สุดแล้ว เราจะตัดสินใจกันอย่างไร"

ฟีฟ่า เลือกกรรมการผู้ตัดสินคู่นี้แล้ว เป็นชาวฮอลแลนด์!

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ประกาศเลือกผู้ตัดสินมากประสบการณ์ชาวเนเธอร์แลนด์ บียอร์น คุยเปอร์ส ผู้ตัดสินวัย 45 ปี ซึ่งขึ้นทะเบียนกับฟีฟ่าตั้งแต่ปี 2006 ก่อนที่อีก 3 ปีหลังจากนั้นจะขึ้นชั้นเป็นผู้ตัดสินระดับยูฟ่า อีลิต ลงทำหน้าที่ผู้ชี้ขาดกลางสนามในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2018 คู่ระหว่าง สวีเดน พบกับ อังกฤษ...

ประสบการณ์ในฟุตบอลโลก เคยผ่านการชี้ขาดมาแล้ว 2 สมัย คือปี 2014 จำนวน 3 นัด รวมถึงเกมที่อังกฤษ แพ้ให้กับ อิตาลี ไปในรอบแบ่งกลุ่ม 1-2 ขณะที่ในฟุตบอลโลก 2018 คุยเปอร์ส ลงทำหน้าที่ไปแล้ว 3 เกม โดยเกมในรอบแบ่งกลุ่ม 2 นัด คู่ระหว่าง อียิปต์ พบกับ อุรุกวัย และคู่ บราซิล ปะทะ คอสตาริกา รวมถึงเกมในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ สเปน แพ้ รัสเซีย ไปในช่วงดวลจุดโทษด้วย

สถิติที่ทั้งสองทีมเคยพบกัน

จะเห็นได้ว่า มันไม่เคยง่ายเลยสำหรับอังกฤษที่จะเอาชนะพลพรรคไวกิ้ง ครั้งล่าสุดที่อังกฤษชนะในทัวร์นาเม้นท์ใหญ่คือ "ยูโร 2012" ซึ่งก็ชนะแบบหวุดหวิด 3-2 และต่อมามีการอุ่นเครื่องหนหนึ่งเมื่อ 14 พ.ย.ปีเดียวกัน ก็โดนทีมไวกิ้งล้างแค้น 4-2

สวีเดน ผ่านทีมใหญ่ๆมามาก ตั้งแต่ตอนคัดเลือก ก็ทำให้ "กังหันสีส้ม" ฮอลแลนด์ และ "อัซซูรี่" อิตาลี ที่แฟนบอลเป็นจำนวนมากอยากดู ตกรอบคัดเลือก ไม่ได้เล่นบอลโลกคราวนี้ พอเข้ามาเล่นในรอบแรกก็เกือบจะเสมอเยอรมันได้อยู่แล้ว แพ้ไปหวุดหวิด 2-1 จากนั้นถล่มเม็กซิโกไปถึง 3-0 เข้ารอบสองเบียดสวิตเซอร์แลนด์ตกรอบไป 1-0 จึงได้มารอเจอกับอังกฤษในคืนนี้ ทั้ง 2 ทีมขอชนะอีก 3 นัดก็จะเป็นแชมป์โลก

ในบรรดาทีมที่เข้ารอบมา สวีเดน น่าจะเป็นทีมที่เหนือความคาดหมายมากที่สุด แม้คืนนี้จะต้องเจอกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งอย่างอังกฤษ แต่ถ้าดูจากเส้นทางที่ผ่านมาแล้ว บอกได้เลยว่า สวีเดน ไม่ต้องกลัวทีมไหนทั้งนั้น! หลังจากเอาชนะสวิตเซอร์แลนด์ได้ในรอบ 2 บรรยากาศในแคมป์ทีมชาติยิ่งเต็มไปด้วยความมั่นใจ เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ฮีโร่ผู้ทำประตูชัยจากนัดที่ผ่านมากล่าวว่า "ตอนนี้สำหรับผมมันไม่สำคัญหรอกว่าเราจะเจอใคร ที่ผ่านมาเราก็เจอกับคู่แข่งโหด ๆ มาตลอด ผมว่าเราก็มีสิทธิ์ชนะพวกเขาได้เหมือนกัน"

อัลบิน เอ็คดัล กองกลางจากฮัมบูร์ก บอกว่า "ผมไม่สนว่าเราจะเจอใคร เรามั่นใจในเกมของเรา เราชนะได้หมดทุกทีม" ส่วน มิคาเอล ลุสติก ก็มั่นใจเหมือนกันโดยระบุว่า "ถ้าดูจากสถิติแล้วอังกฤษเหมือนจะเป็นคู่แข่งที่เข้าทางเราด้วยซ้ำ ทัวร์นาเมนต์นี้มันแสดงให้เห็นหลายครั้งแล้วว่าเรื่องพลิกล็อกมันเกิดขึ้นได้ตลอด และเราก็เชื่อว่าเรายังไม่จบแค่นี้" ขณะที่ อันเดรส แกรนควิสต์ กัปตันทีม พูดชัดเลยว่า " ทางอังกฤษ ดูจะมั่นใจเหลือเกินว่าเส้นทางสู่นัดชิงชนะเลิศสดใส เดี๋ยวรอให้มาเจอกันจริงๆ ซะก่อนจะได้รู้กันว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า!!

"ผมอ่านเจออะไรแบบนั้นมาเหมือนกัน บางคนบอกว่าเจอกัน 100 ครั้ง พวกเขาก็คงชนะเราได้ 99 ครั้ง งั้นเหรอ ? ก็ดี! มันก็น่าสนุกสำหรับอังกฤษที่จะมั่นใจขนาดนั้น รอให้ลงสนามซะก่อนเถอะ แล้วมาดูว่ามันจะเป็นยังไง !!!

ขอบคุณข้อมูลจาก นสพ.ไทยรัฐออนไลน์,กระปุกดอทคอม https://football.kapook.com/news-30058 วิกิพีเดียและภาพจากกูเกิ้ล

พบกันวันพรุ่งนี้อีก 1 วันครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่