ชีวิตคนจน! หญิงบาดเจ็บวอนอย่าเรียกรถพยาบาล กลัวไม่มีตังค์จ่าย
วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 - 23:48 น.
ชีวิตคนจน! – เมื่อวันที่ 6 ก.ค. เดลี่เมล์ รายงานว่า จากกรณีมีคลิปภาพเผยแพร่อุบัติเหตุของสตรีรายหนึ่งขาไปติดแหง็กอยู่กับรถไฟ แต่เมื่อได้รับการช่วยเหลือแล้ว
หญิงรายนี้ขอร้องไม่ให้เรียกรถพยาบาล เนื่อ’จากกลัวว่าจะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล กลายเป็นประเด็นถกเถียงในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง
เหตุการณ์เกิดขึ้นที่สถานีรถไฟเมืองบอสตัน ในสหรัฐอเมริกา สตรีวัย 45 ปี ขณะกำลังเดินออกจากรถไฟเมืองบอสตัน สายสีส้มในสหรัฐ ช่วงเวลาประมาณ 17.30 น. วันที่ 29 มิ.ย. แต่เดินสะดุดเท้าไปติดอยู่บริเวณช่องว่างระหว่างชานชาลาและรถไฟ จนหญิงสาวแสดงอาการเจ็บปวด
ด้านบรรดาผู้โดยสารต่างช่วยกันผลัก โยกรถไฟ ไปทางทิศตรงข้ามเพื่อให้สตรีคนนี้เอาขาขึ้นมาได้ ในสภาพเจ็บปวด ตัวสั่นสะท้าน แต่กลับร้องขอผู้คนไม่ให้เรียกรถพยาบาล เพราะกลัวว่าจะมีราคาแพง และตนเองจ่ายไม่ไหว
“
พวกคุณรู้ไหมว่าค่าบริการรถพยาบาลเท่าไร มันราคา 3,000 ดอลลาร์ (99,000 บาท) เลยนะ” หญิงผู้ประสบเหตุกล่าว

รถพยาบาลจากกาชาดอเมริกัน
เหตุการณ์นี้กลายเป็นกระแสถกเถียงในอินเตอร์เน็ตของสหรัฐ ว่า
“จะยอมตาย หรือ จะยอมเป็นหนี้” พร้อมวิจารณ์ถึงระบบบริการสุขภาพของสหรัฐที่มีปัญหา บางคนระบุว่า สวัสดิการสุขภาพเป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชนแท้ๆ แต่กลับเป็นปัญหา
ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งที่ชื่อว่า ยาลินา ระบุว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสำหรับคนที่กังวลค่ารถพยาบาล ขณะที่มีคนมาตอบทวิตของยาลีนา ว่า
เรื่องที่เกิดขึ้นมันโหดร้าย และดูเป็นสังคมที่ล้าหลัง
สเตฟาน ซิรูแซค กล่าว ว่าระบบสุขภาพของอเมริกานั้น เลวร้ายมาก และ
มักจะตกใจเสมอเมื่อเห็นหลายประเทศเริ่มมีประกันสุขภาพถ้วนหน้ากันแล้ว
เช่นเดียวกับน.ส. ลิลี บาร์เกออน ที่สะท้อนเช่นเดียวกันว่า เรื่องสาธารณะสุขควรจะเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชนได้แล้วในยุคนี้

ชีวิตคนจน!
ทั้งนี้ จากข้อมูลของวารสารสมาคมการแพทย์อเมริกัน ชาวอเมริกันใช้จ่ายกับเรื่องสุขภาพไปมากกว่า 2.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2556 และเชื่อว่าตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นไปถึง 3.2 ล้านล้านดอลล่าร์ หรือคิดเป็นประมาณ ร้อยละ 18 ของจีดีพี
ก่อนหน้านี้สหรัฐเคยมีการพัฒนาหลักประกันสุขภาพ หรือทีเรียกว่า โอบามาแคร์ ในสมัยรัฐบาลนายบารัก โอบามา อดีตประธานาธิบดี เพื่อให้คนยากไร้เข้าถึงแพทย์ได้ แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นรัฐบาลนายโดนัลด์ ทรัมป์ กลับยกเลิกนโยบายดังกล่าวในปัจจุบัน
https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_1309493
????????????????????????????????????????????????
"....หญิงรายนี้
ขอร้องไม่ให้เรียกรถพยาบาล เนื่องจาก
กลัวว่าจะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล...."
"....พวกคุณรู้ไหมว่า
ค่าบริการรถพยาบาลเท่าไร
มันราคา 3,000 ดอลลาร์ (99,000 บาท) เลยนะ..."
หากประเทศไทยไม่มีบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรคอย่างทุกวันนี้
พี่น้องที่ยังด้อยโอกาสของเราทั่วประเทศจะต้องตกอยู่ในสภาพเหมือนคนจนในประเทศอเมริกาไหม
คิดแล้วน่าตกใจ น่าใจหาย....
ทุกวันนี้ผมและคนในครอบครัวรวมทั้งคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้
เข้ารับบริการตรวจรักษาตาม รพ.ของรัฐได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
เจ็บไข้ได้ป่วยหนักเบาเพียงใด มีเงินเพียง 30 บาทก็กล้าไปหาหมอโดยไม่ต้องพะว้าพะวงเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว....
ในบางมุมบางเรื่อง
ประเทศของเราก็มีดีกว่าประเทศสหรัฐอเมริกา
ประเทศซึ่งเป็นอภิมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียวบนโลกบูดๆเบี้ยวๆใบนี้
บัตรทอง...บัตร 30 บาทรักษาทุกโรค...บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า
สวัสดิการจากรัฐที่คนรุ่นผมได้สัมผัสเองโดยตรง
ผลงานของใครหนออยากรู้จริงๆ...คิดได้ยังไง....???????
ชีวิตคนจน!หญิงบาดเจ็บวอนอย่าเรียกรถพยาบาล กลัวไม่มีตังค์จ่าย(เรื่องนี้เกิดในUSA) โชคดีเหลือเกินที่เรามีบัตรทอง(tinthong)
วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 - 23:48 น.
ชีวิตคนจน! – เมื่อวันที่ 6 ก.ค. เดลี่เมล์ รายงานว่า จากกรณีมีคลิปภาพเผยแพร่อุบัติเหตุของสตรีรายหนึ่งขาไปติดแหง็กอยู่กับรถไฟ แต่เมื่อได้รับการช่วยเหลือแล้ว หญิงรายนี้ขอร้องไม่ให้เรียกรถพยาบาล เนื่อ’จากกลัวว่าจะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล กลายเป็นประเด็นถกเถียงในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง
เหตุการณ์เกิดขึ้นที่สถานีรถไฟเมืองบอสตัน ในสหรัฐอเมริกา สตรีวัย 45 ปี ขณะกำลังเดินออกจากรถไฟเมืองบอสตัน สายสีส้มในสหรัฐ ช่วงเวลาประมาณ 17.30 น. วันที่ 29 มิ.ย. แต่เดินสะดุดเท้าไปติดอยู่บริเวณช่องว่างระหว่างชานชาลาและรถไฟ จนหญิงสาวแสดงอาการเจ็บปวด
ด้านบรรดาผู้โดยสารต่างช่วยกันผลัก โยกรถไฟ ไปทางทิศตรงข้ามเพื่อให้สตรีคนนี้เอาขาขึ้นมาได้ ในสภาพเจ็บปวด ตัวสั่นสะท้าน แต่กลับร้องขอผู้คนไม่ให้เรียกรถพยาบาล เพราะกลัวว่าจะมีราคาแพง และตนเองจ่ายไม่ไหว
“พวกคุณรู้ไหมว่าค่าบริการรถพยาบาลเท่าไร มันราคา 3,000 ดอลลาร์ (99,000 บาท) เลยนะ” หญิงผู้ประสบเหตุกล่าว
รถพยาบาลจากกาชาดอเมริกัน
เหตุการณ์นี้กลายเป็นกระแสถกเถียงในอินเตอร์เน็ตของสหรัฐ ว่า “จะยอมตาย หรือ จะยอมเป็นหนี้” พร้อมวิจารณ์ถึงระบบบริการสุขภาพของสหรัฐที่มีปัญหา บางคนระบุว่า สวัสดิการสุขภาพเป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชนแท้ๆ แต่กลับเป็นปัญหา
ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งที่ชื่อว่า ยาลินา ระบุว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสำหรับคนที่กังวลค่ารถพยาบาล ขณะที่มีคนมาตอบทวิตของยาลีนา ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมันโหดร้าย และดูเป็นสังคมที่ล้าหลัง
สเตฟาน ซิรูแซค กล่าว ว่าระบบสุขภาพของอเมริกานั้น เลวร้ายมาก และมักจะตกใจเสมอเมื่อเห็นหลายประเทศเริ่มมีประกันสุขภาพถ้วนหน้ากันแล้ว
เช่นเดียวกับน.ส. ลิลี บาร์เกออน ที่สะท้อนเช่นเดียวกันว่า เรื่องสาธารณะสุขควรจะเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชนได้แล้วในยุคนี้
ชีวิตคนจน!
ทั้งนี้ จากข้อมูลของวารสารสมาคมการแพทย์อเมริกัน ชาวอเมริกันใช้จ่ายกับเรื่องสุขภาพไปมากกว่า 2.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2556 และเชื่อว่าตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นไปถึง 3.2 ล้านล้านดอลล่าร์ หรือคิดเป็นประมาณ ร้อยละ 18 ของจีดีพี
ก่อนหน้านี้สหรัฐเคยมีการพัฒนาหลักประกันสุขภาพ หรือทีเรียกว่า โอบามาแคร์ ในสมัยรัฐบาลนายบารัก โอบามา อดีตประธานาธิบดี เพื่อให้คนยากไร้เข้าถึงแพทย์ได้ แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นรัฐบาลนายโดนัลด์ ทรัมป์ กลับยกเลิกนโยบายดังกล่าวในปัจจุบัน
https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_1309493
????????????????????????????????????????????????
"....หญิงรายนี้ขอร้องไม่ให้เรียกรถพยาบาล เนื่องจากกลัวว่าจะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล...."
"....พวกคุณรู้ไหมว่า ค่าบริการรถพยาบาลเท่าไร มันราคา 3,000 ดอลลาร์ (99,000 บาท) เลยนะ..."
หากประเทศไทยไม่มีบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรคอย่างทุกวันนี้
พี่น้องที่ยังด้อยโอกาสของเราทั่วประเทศจะต้องตกอยู่ในสภาพเหมือนคนจนในประเทศอเมริกาไหม
คิดแล้วน่าตกใจ น่าใจหาย....
ทุกวันนี้ผมและคนในครอบครัวรวมทั้งคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้
เข้ารับบริการตรวจรักษาตาม รพ.ของรัฐได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
เจ็บไข้ได้ป่วยหนักเบาเพียงใด มีเงินเพียง 30 บาทก็กล้าไปหาหมอโดยไม่ต้องพะว้าพะวงเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว....
ในบางมุมบางเรื่อง
ประเทศของเราก็มีดีกว่าประเทศสหรัฐอเมริกา
ประเทศซึ่งเป็นอภิมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียวบนโลกบูดๆเบี้ยวๆใบนี้
บัตรทอง...บัตร 30 บาทรักษาทุกโรค...บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า
สวัสดิการจากรัฐที่คนรุ่นผมได้สัมผัสเองโดยตรง
ผลงานของใครหนออยากรู้จริงๆ...คิดได้ยังไง....???????