เวลาไปทำบุญกับที่บ้าน เค้าจะชอบไปกันวันพระ ซึ่งคนเยอะ และต้องตื่นเช้า
ซึ่งปกติผมตื่นเช้ากว่าทุกๆคนในบ้าน แต่วันที่ต้องไปทำบุญก็ต้องตื่นเช้ากว่าปกติ
ซึงผมก็นอน 5 ทุ่ม เที่ยงคืน ตี1 แล้วแต่ความง่วง
ผมรู้สึกว่าเอาตัวเองไปทรมาณ พยายามทำตัวตามน้ำ แต่ในใจลึกๆ มันก็ไม่สุขสบายเท่าไหร่
ต้องไปนั่งคุกเข่า พับเพียบนานๆ เป็นเหน็บชา ครั้งจะพกเก้าอี้แบบคนสูงอายุไป ก็ดูจะไม่เหมาะ อายุก็ยัง 30 ต้นๆ
ไหนจะกลิ่นควันธูป กลิ่นบุหรี่
ไหนจะต้องถอดรองเท้า ซึ่งผมก็แก้ไขด้วยการสวมถุงเท้าไปด้วย เพื่อที่จะไม่เจ็บเท้า (ยอมถุงเท้าขาดกันเลย)
แล้วแบบนี้ จะถือว่าอยู่สูงกว่าพระหรือเปล่าครับ
ยิ่งวันที่บุญใหญ่ทั้งหลาย วันสำคัญทางศาสนา คนจะเยอะมาก แย่งกันจอดรถ แย่งกันเดิน แย่งกันตักบารต
ผมก็มักจะยืนแอบอยู่ด้านหลัง ให้คนในครอบครัวเขาทำกิจกรรมทางศาสนากัน
ผมรู้สึกแบบนี้มันเป็นบาปมากกว่าที่ไม่ไปรึเปล่าครับ แต่ครั้นจะไม่ไปก็รู้สึกเหมือนเป็นคนบาปประจำบ้านไปเลย 555+
แต่ก็แปลกอยู่อย่าง ถ้ามีงานอีเวนท์ที่ชอบ ผมกลับไม่กลัวที่จะเจอคนเยอะๆ เช่น คอนเสิร์ต หรืองานที่เป็นสิ่งสนใจ ผมก็ยังไปได้เลย
แต่ผมก็ไม่ใช่ไม่ชอบเข้าวัดนะครับ ถ้ามีเวลา หรือวันไหนสดวกๆ ก็อาจจะไปถวายสังฆทานบ้าง ก็ซื้อของตามร้านสดวกซื้อไปน่ะครับ เช่นนม ขนม หรือของใช้ที่คิดว่าพระหรือญาติโยมที่ไปปฏิบัติธรรมสามารถนำไปใช้ได้ ไม่ได้ซื้อเป็นชุดๆที่ห่อถุงสีเหลืองไว้
หรือ ถ้าว่างหน่อยก็อาจจะไปทำวัตรเย็น นั่งสมาธิบ้าง ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันลำบาก แบบนี้ผมมีความสุขดีนะครับ หรือไม่ก็ทำทานไปเลยก็สบายใจดี แต่หลังๆมาก็ไม่ได้มีกลุ่มเพื่อน ที่จะนัดกันไปทำทาน หรือกิจกรรมเพื่อสังคมแล้วล่ะครับ
ส่วนตัวผมก็ไม่ได้ถือศีลอะไรเท่าไหร่ แต่ไม่คิดทำให้ใครเดือดร้อน ชอบดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอ
โกหกบ้างถ้าจำเป็น ฆ่าสัตว์แบบตั้งใจบ้าง เช่นงู หรือ มด แมลงสาบ ยุง แมงมุม
แต่ใจผมก็อยากเชื่อในภพหน้านะครับ ไม่อยากแบบตายแล้วดับไปเลย อยากเวียนว่ายตายเกิดมาใช้กรรมอยู่แบบนี้
ผมควรจะทำยังไงให้ตัวเองรู้สึกมีความสุขเวลาไปทำบุญกับที่บ้านดีครับ
คนที่ไปแล้วมีความสุข เขาคิดยังไง
แล้วการที่ผมรู้สึกแบบนี้มันเป็นบาปมั้ยครับ
ไปวัดทำบุญตักบารตแล้วไม่ค่อยมีความสุข
ซึ่งปกติผมตื่นเช้ากว่าทุกๆคนในบ้าน แต่วันที่ต้องไปทำบุญก็ต้องตื่นเช้ากว่าปกติ
ซึงผมก็นอน 5 ทุ่ม เที่ยงคืน ตี1 แล้วแต่ความง่วง
ผมรู้สึกว่าเอาตัวเองไปทรมาณ พยายามทำตัวตามน้ำ แต่ในใจลึกๆ มันก็ไม่สุขสบายเท่าไหร่
ต้องไปนั่งคุกเข่า พับเพียบนานๆ เป็นเหน็บชา ครั้งจะพกเก้าอี้แบบคนสูงอายุไป ก็ดูจะไม่เหมาะ อายุก็ยัง 30 ต้นๆ
ไหนจะกลิ่นควันธูป กลิ่นบุหรี่
ไหนจะต้องถอดรองเท้า ซึ่งผมก็แก้ไขด้วยการสวมถุงเท้าไปด้วย เพื่อที่จะไม่เจ็บเท้า (ยอมถุงเท้าขาดกันเลย)
แล้วแบบนี้ จะถือว่าอยู่สูงกว่าพระหรือเปล่าครับ
ยิ่งวันที่บุญใหญ่ทั้งหลาย วันสำคัญทางศาสนา คนจะเยอะมาก แย่งกันจอดรถ แย่งกันเดิน แย่งกันตักบารต
ผมก็มักจะยืนแอบอยู่ด้านหลัง ให้คนในครอบครัวเขาทำกิจกรรมทางศาสนากัน
ผมรู้สึกแบบนี้มันเป็นบาปมากกว่าที่ไม่ไปรึเปล่าครับ แต่ครั้นจะไม่ไปก็รู้สึกเหมือนเป็นคนบาปประจำบ้านไปเลย 555+
แต่ก็แปลกอยู่อย่าง ถ้ามีงานอีเวนท์ที่ชอบ ผมกลับไม่กลัวที่จะเจอคนเยอะๆ เช่น คอนเสิร์ต หรืองานที่เป็นสิ่งสนใจ ผมก็ยังไปได้เลย
แต่ผมก็ไม่ใช่ไม่ชอบเข้าวัดนะครับ ถ้ามีเวลา หรือวันไหนสดวกๆ ก็อาจจะไปถวายสังฆทานบ้าง ก็ซื้อของตามร้านสดวกซื้อไปน่ะครับ เช่นนม ขนม หรือของใช้ที่คิดว่าพระหรือญาติโยมที่ไปปฏิบัติธรรมสามารถนำไปใช้ได้ ไม่ได้ซื้อเป็นชุดๆที่ห่อถุงสีเหลืองไว้
หรือ ถ้าว่างหน่อยก็อาจจะไปทำวัตรเย็น นั่งสมาธิบ้าง ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันลำบาก แบบนี้ผมมีความสุขดีนะครับ หรือไม่ก็ทำทานไปเลยก็สบายใจดี แต่หลังๆมาก็ไม่ได้มีกลุ่มเพื่อน ที่จะนัดกันไปทำทาน หรือกิจกรรมเพื่อสังคมแล้วล่ะครับ
ส่วนตัวผมก็ไม่ได้ถือศีลอะไรเท่าไหร่ แต่ไม่คิดทำให้ใครเดือดร้อน ชอบดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอ
โกหกบ้างถ้าจำเป็น ฆ่าสัตว์แบบตั้งใจบ้าง เช่นงู หรือ มด แมลงสาบ ยุง แมงมุม
แต่ใจผมก็อยากเชื่อในภพหน้านะครับ ไม่อยากแบบตายแล้วดับไปเลย อยากเวียนว่ายตายเกิดมาใช้กรรมอยู่แบบนี้
ผมควรจะทำยังไงให้ตัวเองรู้สึกมีความสุขเวลาไปทำบุญกับที่บ้านดีครับ
คนที่ไปแล้วมีความสุข เขาคิดยังไง
แล้วการที่ผมรู้สึกแบบนี้มันเป็นบาปมั้ยครับ