อยากรวยแล้วมันเป็นทุกข์จังเลยครับ

--
แก้ไขข้อความเมื่อ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 12
ผมไม่เคยอยากรวย  หรืออยากเป็นเศรษฐิเลย  ตั้งแต่เด็กจนปัจจุบัน.

แต่ต้องสู้เพื่อให้ตนและครอบครัวพ้นจากความ ยากลำบากและขัดสน ด้วยความอดทน อดออม เป็นเวลาถึง 15 ปี จึงจะผ่อนและยรรเทาลง.

     เพราะการแสวงหาทรัพย์จนมากไปบางกรณี ก็ต้องแลกกับคุณค่ากับคนรอบตัวหรือกับตัวเอง  ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาให้รอบครอบ ซึ่งคนบางท่านไม่เฉียวไม่เห็นไม่เข้าใจถึงจุดนี้ กระทำไปเพื่อให้รายได้มากๆ เข้าไว้ ให้รวยอย่างเดียว

      ยกตัวอย่างตัวเองจะง่ายกว่า

        1. ถ้าผมอยากรวย อยากมีรายได้เยอะ ผมจะต้องเปลี่ยนงานเพื่อไต่เงินเดือนสูงยิ่งขึ้น โดยไม่สนใจลูกคนเล็ก ที่เขาต้องบกพร่องในการอ่านและการเขียน จนกลายเป็นเดิกเรียนรู้ช้า ไม่สามารถจบ ป.6 ได้ หรือเข็นจนจบ ป.6 แล้วหยุดเรียน ผมต้องหยุดทำงานที่บริษัทเดียวไม่คิดเปลี่ยนเพื่อเมคเงินเดือน  แล้วผมก็พลิกเขาขึ้นมาสำเร็จ และอาจจะได้เกีรติ์นิยม ในมหาลัยของรัฐระดับกลางๆ ที่เดียว  ดังนั้นจึงไม่ต้องกล่าวถึงลูกคนโต ที่เก่งอยู่แล้ว จะเก่งยิ่งขึ้นกว่าพ่อ จบมหาลัยรัฐดัง เกียรติ์นิยม มหาลัยรัฐมีชื่อ จบโท มหาลัยรัฐดัง และรายได้ก็มากกว่าพ่อไปแล้ว

        2.เมื่อ รวมทรัพย์ครอบครัวก็อยู่ประมาณ 7 หลักกลางๆ หลายปีมาแล้ว และมีโอกาสมีกำลังที่จะทำให้ถึง 8 หลัก เมื่อเกษียณได้ แต่บอกภรรยาว่าพอแล้วเท่านี้ ไม่ยากกดดันตนเองอีกแล้ว ด้วยเห็นอยู่ว่า ลูกคนเล็กอาจจะต้องเรียน ม.เอกขน และอนาคตไม่แน่นอน(ความจริงก็พอแหละ ที่จะแบกหนี้อีก 4 ล้าน เมื่อรวมรายได้ของ ผมและภรรยา)  

         แต่เมื่อภรรยาอยากได้บ้านเดียวอีก 1 หลังโครงการใหญ่ดังติดถนนใหญ่ และบ้านก็ 65 ตรว. หลังที่ 6-7 จากด้านหน้าโครงการ ราคา เมื่อ 7 ปีที่แล้ว 4.2 ล้าน ราคาปัจจุบัน 6 - 7  ล้าน  แต่ผมยืนกระต่ายขาเดียวไม่เอาแล้ว เรามีพร้อมแล้ว บ้าน 2 หลัง ที่ดิน รถ  เมื่อผมไม่ร่วมด้วยทุกอย่างก็พับไป ทั้งที่รู้ว่า ขณะนั้นผมคว้าเอาได้ แต่ไม่อยากประมาทในอนาคตอันไม่แน่นอน

         ปัจจุบันถ้าผมเอาบ้านหลังน้นไว้ ผมก็จะมีทรัพย์สินครอบครัว 8 หลัก  แต่เมื่อแม่ผมติดเตียงภายหลังผมจะจ่ายให้แบบพอดี ตามการแบ่งสรรสัดส่วนของพี่น้อง ไม่สนใจว่าแม่จะโดนกดดันเป็นหนังหน้าไฟ จนต้องทุกข์จิตใจฟันเฟื่น พี่ๆ ก็ทะเราะกัน จ่ายน้อยและงดการจ่ายลง จนดูแลแบบส่งๆ ไปที   และภรรยาผมมีปัญหาสุขภาพ แล้วลุยงานหนักด้วยตำแหน่งที่สูงขึ้นรับผิดชอบมากขึ้น จนเข้าห้องฉุกเฉิน 2-3 รอบ ก็ต้องทนอยู่รับราชการต่อไป เพราะยังมีหนี้เหลือในบ้านหลังที่ 3 บางส่วน ถ้าเป็นอย่างนั้นอาจจะถึงขั้นวิกฤตติดเตียงดังแม่ของผม
          แล้วจิตใจทั้ง ระบบ ผม ภรรยา ลูก และ แม่ พี่ๆ ผม คงพังยับทั้งระบบ ต้องขายทรัพย์บางส่วนมาโป๊ะทรัพย์บางส่วน ถ้าถึงจุดวิกฤตนั้น

         แต่เมื่อผมยืนกระต่ายขาเดียวนั้น ปัจจุบันจึงเป็นปกติสุขดี  หนี้สิน บ้าน 2 ที่ดิน 2 รถ ปลดภาระหมด แม้จะไม่ถึง 8 หลักไป ภรรยาก็สามารถเกษียณก่อนอายุได้ด้วยสุขภาพตนเอง มีเงินก้อน มีบำนาณ มีสิทธิ์รักษาพยาบาล แถมเงินบำนาณที่ได้ต่อเดือนก็ยังเหลือๆ อีก ส่วนพี่ๆ ก็ไม่ทะเราะกัน แม่ผมก็จิตใจดีขึ้นมีธรรมะ  แล้วพี่ๆ ก็ของดจ่ายค่าดูแลแม่ที่ศูนย์เอกชน ให้ผมจ่ายเพียงคนเดียว ปกติผมก็จ่าย 80 % พี่ๆ รวมกันจ่ายแค่ 10-20 % เอง ผมจึงขอให้พี่ๆ มาเยี่ยมแม่ อาทิตย์ละ 1 วัน พี่ก็ตกลง  ผมก็พอใจแล้ว

       ย้ิ้มๆ  ก็ตาลปัดน่าดู โบราณเขาให้พี่ๆ เสียสละ  กลับกลายเป็นน้องคนเล็กต้องเสียสละแทน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่