JJNY : พท.ชี้ปชช.รู้พรรคไหนหนุนทหาร ไม่ให้ราคา 3 มิตรโวชนะเพื่อไทย ไม่เชื่อมีเงินแล้วจะชนะเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวระบุ ผู้มีอำนาจเตรียมเกิดพรรคใหม่ซึ่งจะเป็นพรรคพลเรื่อนที่ไม่มีชื่อทหารอยู่เลยแม้แต่คนเดียว แต่มีแนวทางที่จะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯต่อว่า มองว่าการที่จะบอกว่าพรรคใดเป็นพรรคทหาร เป็นพรรคพลเรือน หรือเป็นพรรคอะไรก็ตาม ไม่ได้ดูจากว่าพรรคนั้นมีทหารหรือพลเรือนอยู่ในพรรค แต่เป็นพรรคที่กลุ่มบุคคลบางส่วนซึ่งเป็นทหารต้องการที่จะสืบทอดอำนาจหรือไม่ ถ้ากลุ่มทหารที่ทำรัฐประหารกำลังดำเนินนโยบายที่จะสืบทอดอำนาจเพื่อจะอยู่ต่อโดยการตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ และการดำรงอยู่ในพรรคของตน ก็ถือเป็นพรรคทหารทั้งสิ้น จะสวมหมวกใคร หรือเอานอมินีที่ไหนมาก็ตามก็ใช่ทั้งนั้น ต้องดูที่ว่าเข้ามาเพื่ออะไร เพื่อส่งเสริมใคร ไม่ใช่ว่าพอเป็นพลเรือนแล้วไม่ใช่ การตั้งพรรคการเมืองเพื่อสืบทอดเจตนารมย์ของตน ไม่ใช่เอาคนมาตกแต่งให้ดูว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่ต้องดูเจตนารมณ์ ถ้าจะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ มันก็คือพรรคพล.อ.ประยุทธ์นั่นแหละ คิดว่าประชาชนเขาตัดสินใจ และดูจากที่ว่าคุณทำให้ใคร

เมื่อถามว่า แกนนำกลุ่ม 3 มิตรระบุว่านโยบายของเขาจะสามารถเอาชนะพรรคพท.ได้แน่นอน เนื่องจากมีการทำการสำรวจแล้วประชาชนบอกว่าโดนใจ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ใครจะพูดอย่างไรก็สามารถพูดได้ทั้งนั้น สำคัญอยู่ที่ประชาชนในวันเลือกตั้ง จะสำรวจมาแล้วว่าจะล้มพรรคพท.ได้หรืออะไรก็ว่ากันไป คนพูดคือนายภิรมย์ พลวิเศษ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชาชน ก็ไม่ได้มีความหมายอะไรมากมาย สมัยก่อนที่จะมาอยู่พรรคพลังประชาชน เคยแข่งกับคนของพรรคพท.มาก็สอบตกไปแล้ว สมัยที่มาทำงานพรรคพลังประชาชนก็ไม่ได้มีคะแนนอะไรที่มากมาย คะแนนพรรคก็นำคะแนนตัวเอง อย่าไปสนใจตรงนี้เลย เพราะวันนี้ประชาชนเขาดูว่าพรรคการเมืองไหนมีประวัติความเป็นมาอย่างไร มีผลงานอะไรที่ทำให้ประชาชน พรรคที่เป็นพรรคเฉพาะกิจ พรรคที่เป็นพรรคฉวยโอกาสไม่มีอะไรที่น่าจดจำ

“สิ่งที่สำคัญวันนี้ถามว่าแกนนำที่ขึ้นมาทำพรรคให้เขาเป็นบุคคลที่มีศักยภาพ มีผลงานที่เป็นที่ประทับใจประชาชนหรือไม่ อย่างกรณีของกลุ่มวังน้ำยม กลุ่มนี้เองก็ไม่ได้มีฐานประชาชนที่สนับสนุนให้เป็นผู้แทนมากน้อยแค่ไหน ทุกคนก็เห็นอยู่จากประวัตืศาสตร์ อยากรู้ว่านายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่ม 3 มิตรเป็นคนอย่างไร ก็ลองไปถามนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตยดู ส่วนนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตร ท่านเป็นคนมีเงิน ท่านก็อาจจะคิดว่าท่านออาจะมีเงินเพียงพอที่จะทำงานการเมืองได้ แต่ตนคิดว่า ยุคสมัยปัจจุบันการเมืองมีมิติที่เปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควรแล้ว เงินไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่ชี้ขาดการเมืองเหมือนที่ผ่านมา ผมคิดว่าประชาชนเขารู้ว่านโยบายของพรรคการเมืองเป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นเรื่องที่จะตอบโจทก์ในการแก้ปัญหาชีวิตของเขาได้หรือไม่ ผมเชื่อว่าพรรคพท.ในสายตาพี่น้องประชาชนอย่างน้อยก็มีคำตอบว่าพรรคนี้ทำจริงทำได้ อะไรที่พูดไว้ทำหมด

“พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เกิดใหม่ถามว่าโดยตัวบุคคลต่างๆที่กล่าวมาได้ทำอะไรที่บอกว่าตัวเองจะเอาชนะพรรคพท. ซึ่งเราไม่เคยไปแข่งขันด้วย เพราะเราแข่งขันกับตัวเอง คุณมีหน้าที่ที่จะพิสูจน์ตัวเองว่าตัวเองจะทำให้ประชาชนเขาเชื่อได้หรือไม่ว่าหน้าตาอย่างที่เป็นอยู่ อย่างที่เห็น จะมีบทบาทอะไรกับประชาชน ไม่ได้มาเพราะผลประโยชน์ส่วนตัว หรือผลประโยชน์ที่มีคนหยิบยื่นให้ ไม่ใช่มาบอกว่าจะแข่งกับพรรคพท. เมื่อถึงวันเลือกตั้งประชาชนเขาจะเป็นคนตัดสินเอง”


เมื่อถามถึงกระแสที่มีกลุ่มนายทุนทุ่มงบประมาณกว่า 200 ล้านบาทให้นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีตส.ส.เลย พรรคพท. เพื่อให้ดำเนินการดึงตัวส.ส.เข้ามาช่วยงาน และปรากฎว่าอดีตส.ส.ของพรรคพท.บางส่วนก็จะไปร่วมงานด้วย นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าข่าวลือต่างๆจะเป็นจริงหรือไม่อย่างไร อย่างที่ตนบอกไปแล้วว่าตนไม่เชื่อว่าเงินจะเป็นปัจจัยสำคัญ ถ้าจะมีใครเอาเงินไปให้ใคร เพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมืองแล้วจะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการกว้านซื้อตัวบุคคลต่างๆอาจจะซื้อตัวมาได้ แต่ก็ไม่อาจทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงอะไร ทั้งนี้ ตนไม่เห็นว่าใครจะได้รับเสียงจากพี่น้องประชาชนอย่างท้วมท้นอะไร เพราะล้วนแต่ไปรวบรวมคนที่เคยเป็นผู้แทนฯสอบตก หรือคนที่ร้างลาการเมืองไปนานแล้ว

“ส่วนที่บอกว่าเห็นว่าจะมีคนของพรรคพท.ไป ผมก็ยังไม่เห็นว่ามีใครที่จะไปมีแค่จังหวัดเลยจังหวัดเดียวที่มีคนกลุ่มเดียวไป แต่คนอื่นๆของพรรคเรานั้นยังมีอีกมาก และมีหลายคนที่ติดต่อเข้ามาเพื่อขอลงสมัครแทน  อีกทั้งจ.เลยด้วยฐานคะแนนเป็นของพรรคพท. ดังนั้น ไม่เชื่อว่าคนที่ตัดสินใจออกจากพรรคพท.ไป และชัดเจนว่าไปเพื่อหาผลประโยชน์ ไม่เชื่อว่าเขาจะประสบความสำเร็จ หรือจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนอีก ส่วนที่มีการปล่อยข่าวกันว่าจะมีบางจังหวัดใหญ่ๆ เช่น โคราช ฯลฯ มีกลุ่มคนบางคนเคลื่อนไหวชักชวนอดีตส.ส.ให้มาเจอผู้ยิ่งใหญ่ในกรุงเทพฯ อะไรต่างๆ ตนคิดว่าก็คงไม่มีศักยภาพอะไรที่จะทำ แม้จะใช้อิทธิพล หรืออำนาจที่มีอยู่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะถึงแม้จะได้คนไปก็ไม่ได้ใจจากพี่น้องประชาชน”
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่