ผมทำอย่างไรถึงเก่งภาษาอังกฤษได้ใน 2 ปี

ตั้งใจมาแชร์เต็มที่ ! ผมเรียนภาษาอังกฤษอย่างไรให้เก่ง ภายใน 2 ปี ??
  (เนื้อหาจาก FB page English 94&95)

เมื่อก่อนผมเป็นคนที่อ่อนภาษาอังกฤษมาก เคยสอบได้ที่โหล่ของห้อง  เคยหนีเรียนคาบภาษาอังกฤษ และก็คิดว่าตัวเองไม่มีทางเก่งภาษาอังกฤษได้เลย

แต่นั่นเพราะผมขาดหลายปัจจัยที่ทำให้เก่งภาษาอังกฤษ
ต่อมาผมมีโอกาสได้ไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศ หลังกลับมาจึงตั้งใจเปลี่ยนแปลงภาษาอังกฤษของตัวเองจน [สอบพลาดอีกข้อเดียวจะได้คะแนนเต็มในข้อสอบ GAT ] โดยใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 2 ปีเท่านั้น !

วันนี้ผมตั้งใจอย่างมาก คนที่อ่านโพสต์นี้และคนรอบข้างจะโชคดีมาก เพราะโพสต์นี้ผมใช้เวลารวบรวมความคิด แยกออกมาเป็นข้อๆ ว่า #ทำไมผมถึงล้มเหลวในการใช้ภาษาอังกฤษ และ #ทำอย่างไรผมถึงเก่งภาษาอังกฤษได้ใน 2 ปี
หลายคนอาจมีหลายเทคนิคในการเรียน แต่ผมเชื่อว่าถ้าคุณทำตามโพสต์นี้คุณจะได้แก่นของการเรียนที่สำคัญเกิน 80%

------------------
1.
"First step before start"
ขั้นแรกที่สำคัญที่สุดคือการวางเป้าหมาย ในการเรียน
ผมคิดว่าหลายคนเรียนภาษาอังกฤษได้ดีเพราะมีความตั้งใจจริงๆ ในขณะเดียวกันคนที่เรียนภาษาอังกฤษยังไม่ได้นั่นเพราะเขายังไม่ได้วางเป้าหมาย
ขอย้ำอีกรอบว่าสำคัญมาก
เป้าหมายที่ดีควรมีระยะเวลากำกับ
Long term goal อาจวางเป็นปีหรือหลายๆปี ขึ้นกับความสะดวกของแต่ละคน ซึ่งเป้าหมายสุดท้ายควรเป็นการที่เราสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ครบถ้วน ซึ่งใน page นี้ก็ตั้งเป้าหมายอย่างช้า 2 ปีสำหรับคนที่ไม่เคยรู้ภาษาอังกฤษเลยให้ใช้ภาษาอังกฤษเป็น
Intermediate term goal ควรจะวางอ้างอิงสิ่งที่เป็นรูปร่างมากขึ้นเช่นการใช้ skill, English for work, English for daily life  หรือ English for test
* สำหรับการสอบต่างๆ ขอแนะนำให้วางเป็น intermediate goal เพราะภาษาอังกฤษต้องใช้เวลาในการสร้างความคุ้นเคย ถ้าเป็นไปได้จะมีประโยชน์มากกว่าการวางแผนใช้ระยะเวลาสั้นๆ  
Short term goal ควรเป็นหลักวัน อ้างอิงกับ topics เล็กๆของภาษาอังกฤษเช่น If clause , Tense , modal verb หรือการใช้ skill เช่น efficient listening , writing เป็นต้น

---------------------
2.
" Thai do not fail in learning English, but none provide enough"

ใครเคยสงสัยไหมว่าทำไมประเทศไทยยังเรียนภาษาอังกฤษไม่เก่งสักทีทั้งที่ไม่ได้ขาดประสิทธิภาพในการเรียนรู้ นั่นเป็นเพราะเราไม่ได้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเรียนต่างหาก ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นปัญหาเดียวกันกับผมในสมัยเด็ก

เหตุผลที่เรายอมจ่ายเงินราคาแพงเพื่อไปต่างประเทศหรือเพื่อหา Native speaker ก็เพราะเหตุนี้
แต่ข่าวดีคือ ทุกคนไม่ต้องทำเช่นนั้นก็ได้ !
นี่คือ List ที่จะช่วยเราในการเข้าหาภาษาอังกฤษ
1 Youtube English Channels
2 American series
3 เพลงสากล
4 หาเพื่อนที่พูดคุยภาษาอังกฤษ
5 อ่าน English manga
6 อ่านนสพ Bangkok post
7 อ่านตำราภาษาอังกฤษ ( สำหรับคนที่เรียนหนังสืออยู่)
8 จด note เรื่องราวต่างๆเป็นภาษาอังกฤษ
9 ซ้อมพูดคุยเป็นภาษาอังกฤษ
10 ทำสมุดโน้ตรวบรวม Vocabulary

-------------------
3.
" Where did you study English ? , well English is not only in school" 🏫
ข้อนี้เป็นหลุมพรางที่พอมองเข้าไปก็มีหลายคนตกอยู่ในนี้
ด้วยเหตุผลที่ว่าคนไทยส่วนใหญ่เริ่มเรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียน และเข้าใจการใช้งานมันอยู่ในข้อสอบ

แต่ในความเป็นจริง ตรงกันข้าม ! 🚫
เพราะภาษาอังกฤษเป็นเรื่องของทักษะ เป็นเรื่องของการเอาไปใช้ ยิ่งเรานำออกไปใช้ได้เท่าไหร่ เรายิ่งพูดได้ดีเท่านั้น
ซึ่งถามว่าสามารถนำไปใช้ได้อย่างไร
ให้กลับไปที่ข้อ 2.

< ถ้าอยากเก่งภาษาอังกฤษให้รวดเร็ว ข้อนี้ห้ามขาดเด็ดขาด >
------------------------
4.
"Practice 4 skills"
ขอแนะนำทุกคนให้รู้จัก 4 skills ที่เป็นเสมือนพื้นฐานของการเรียนภาษาอังกฤษ บางคนย่อว่า LWRS

L = Listening
W = Writing
R = Reading
S = Speaking

Skill เหล่านี้เหมือนเสาเข็มของบ้าน เป็นแก่นของการใช้ภาษาอังกฤษ
ไม่ว่าคุณไปเรียนภาษาอังกฤษที่สถาบันไหนก็มักจะอ้างอิงกับสิ่งเหล่านี้เพราะมันเป็น กุญแจ ที่นำไปสู่การใช้จริง

* หากจะเก่งภาษาอังกฤษใน 2 ปีขอแนะนำเทคนิคที่ลัดที่สุดเท่าที่จะลัดได้ ! นั่นคือ #เป็นมันไปซะ Just be it !  

Be a listener.
Be a writer
Be a reader
Be a speaker.

Listener คือให้ตั้งใจฟังเท่าที่จะหาได้ เช่นภาพยนตร์ในระบบ Soundtrack , Youtube ที่เป็นภาษาอังกฤษ , อ่าน Article ภาษาอังกฤษ
ค่อย ๆ ฟัง ในตอนแรกทุกคนฟังไม่รู้เรื่องหรอกครับ ต้องฟังบ่อยๆ ทำความคุ้นเคย accent , vocabulary , context เพราะทุกสิ่งเหล่านี้รวมกันถึงจะเข้าใจความหมาย

Writer คือเขียนเข้าไปครับ จะแปลบทความภาษาไทยเป็น English, เปิด youtube สอนเขียน writing , ลองข้อสอบ TOEFL part Writing ใช้เพียงแค่กระดาษแผ่นหนึ่งกับ ความตั้งใจเท่านั้นเอง

Reader อ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า ลองดูว่าในวันหนึ่งเราอ่านอะไรบ้าง เปลี่บบนมันให้เป็นภาษาอังกฤษ

Speaker วิธีที่ง่ายมากๆคือ อ่านออกเสียงสิ่งที่อ่านจากเป็น Reader เพื่อให้คุ้น สำเนียง คุ้นกับรูปแบบประโยคของภาษาอังกฤษ
พูดไปเรื่อยๆ ไม่ต้องถูกต้องตามหลักการ ขอให้มี English ออกจากปาก เยอะๆๆๆๆ เป็นใช้ได้

-----------------------
5.
"Prioritize , not press"
พอเราเรียนภาษาอังกฤษไปเยอะๆ จะรู้สึกว่าเนื้อหา เต็มไปหมดเลย อ่านตรงไหนดี ?
เพื่อที่จะไม่เสียเวลามากเกินไป เพราะบางส่วนก็เป็น เนื้อหาที่พูดตรงๆว่าไม่ได้ใช้ อ่านไปก็เสียเวลา

หลายคนมาตายที่ตรงนี้ รู้สึกว่าเยอะเกินจนเลิกอ่าน !
โพสต์นี้ตั้งใจชี้ให้เห็นทิศทางการฝึกภาษาอังกฤษแบบชัดเจนที่ผมได้ทดลองมา
นั่นคือ ...
ให้เราสารบัญหนังสือภาษาอังกฤษเลยก็ได้ครับ
เรียง topic ที่คิดว่า ต้องใช้ ต้องใช้แน่ๆ mark ไว้เป็นอันดับ 1
มีโอกาสได้ใช้ เป็นอันดับ 2
ไม่ได้ใช้แน่ๆ เป็นอันดับ 3

แล้วเลือกอ่านอันดับ 1 ให้ครบ ถ้ามีเวลาก็อ่านอันดับ 2
ส่วนอันดับ 3 ก็ทิ้งไปเลย

เราเลือกแบบนี้ไม่ใช่เพราะส่วนที่ไม่เลือก ไม่สำคัญแต่เพราะเนื้อหาบางส่วนมันใช้น้อยมาก อ่านแล้วไม่คุ้มกับเวลา

เราอ่าจจะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันก่อน และถ้าสมมุติว่าไม่เข้าใจค่อยมาเปิดก็ยังได้
< คนเก่งภาษาอังกฤษไม่ต้องอ่าน หนังสือ Grammar ครบทั้งเล่มนะครับ >

-----------------------------
6.
" Do not be afraid to be yourself, just make your Thai into English"
ความจริงข้อนี้ แชร์ได้แชร์เถอะ ! เพราะอาจจะช่วยประหยัดเวลาให้คนเรียนภาษาอังกฤษอีก มากกว่า 2 เท่าตัว !
นั่นคือ อย่าไปเครียดว่า ทำไมเราพูดไม่เหมือนฝรั่ง สำเนียงไม่เหมือน ใช้คำศัพท์ก็ถูกนะ แต่มันยังดูไม่เป๊ะ

"การสื่อสารภาษาอังกฤษที่ดี ก็คือการสื่อสารตัวตนภาษาไทย ในภาษาอังกฤษนั่นแหละครับ"

accent เราอาจจะดูไทยไปหน่อย ใช้คำศัพท์ง่ายๆไม่ซับซ้อนเหมือนในหนังสือพิมพ์

แต่ที่สำคัญมันคือเราใช้เป็นหรือเปล่าตังหาก
ดังนั้นพูดออกไปเถอะครับ ไม่ต้องอายที่จะเป็นตัวเอง ไม่เหมือนคนอื่น ยิ่งพูดคุณก็จะยิ่งเก่งขึ้น !

------------------------
7.
" Trick is the only shortcut, It just you do not know"
ทริคการช่วยเรียนภาษาอังกฤษ เป็นสิ่งที่วิเศษมาก
ที่ช่วยให้เรียนภาษาอังกฤษได้รวดเร็วมากๆ
แต่ละสถาบันการสอนก็มีเทคนิคการเรียนที่ไม่เหมือนกัน

สำหรับผมชอบเทคนิคการเรียนด้วยความรู้สึก Let the feeling speak out เพราะคิดว่าภาษา เกิดมาเพื่อเชื่อมโยงกับความรู้สึก

ผมอยากจะแชร์เทคนิคนี้ให้รู้มากๆ แต่ว่าอ้างอิงกับหลายๆ topics ในการเรียนภาษาอังกฤษเช่น Vocabulary, grammar , speaking , etc

#######################
.
สรุปอีกครั้งว่านี่คือเทคนิคที่ผมรวบรวมแล้วดีที่สุด สำหรับการเรียนภาษาอังกฤษให้เป็นไวๆ ซึ่งเสียดายเวลามีจำกัด อยากจะแชร์ให้ละเอียดยิบๆ แต่คงกล่าวทั้งหมดไม่ไว้ ขอใส่ใว้ในเนื้อหาต่อๆไปในเพจนะครับ 😘
.
###########

ขอให้ทุกคนเก่งอังกฤษไวๆนะครับ
ปล ผมตั้งใจลงเนื้อหาไว้ทั้งใน FB page และใน Pantip นะครับ
สำหรับใครที่สนใจพัฒนาภาษาอังกฤษด้วยตนเองอย่างง่ายและเร็ว สามารถติดตามได้ทั้ง สองช่องทางนะครับ ขอบคุณมากครับ
https://www.facebook.com/1973601059546476/posts/2054995318073716/

English 94 & 95

แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่