ตอนไฟดับ อย่าอยู่บ้านคนเดียว ถ้าไม่อยากเจอดี
โดยส่วนตัวเป็นคนที่ค่อนข้างเชื่อ เรื่องสิ่งที่มองไม่เห็นอยู่แล้ว แต่ไม่เคยสัมผัสได้ด้วยตัวเองสักครั้ง ขอบอกก่อนว่า ครอบครัวจะถูกชะตากับบ้านที่มีเจ้าที่แรง และก็ได้บ้านที่มีเจ้าที่ประมาณนี้มาเป็นเจ้าของทุกครั้งที่ตัดสินใจจะซื้อบ้าน
และครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกของเรา ที่เปิดประสบการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในบ้านหลังนี้ค่ะ
เรื่องนี้เกิดขึ้นตอน ม.ปลาย ในบ้านที่ จขกท. อาศัยอยู่จากตอนนั้น จนถึงปัจจุบัน
เป็นบ้านที่เกิดเหตุการณ์ชวนขนลุก และจำสัมผัสได้ขึ้นใจจนถึงทุกวันนี้ค่ะ
วันที่เกิดเหตุเป็นวันที่ฝนตกลมแรง พายุเข้าอย่างหนักเลยค่ะ บ้านของ จขกท. อยู่ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียว
ที่มีห้องหันหน้าประตูติดกัน และเชื่อมต่อกันทุกห้อง และที่สำคัญคือ มีทางเข้าออกแค่ทางเดียวถ้าออกจากบ้าน
เพื่อนๆพอจะนึกภาพกันออกนะคะ ตอนนั้น เราอยู่บ้านกับน้องและพ่อ ที่กำลังทำกิจกรรมอยู่หน้าบ้าน
จนพายุเข้า ฝนตกลมแรงมาก ต้นไม้แถวนั้นถึงกับโค่นหักลงมาบ้าง ใบไม้ปลิวทั่ว ไฟกลางหมู่บ้านก็ริบหรี่เต็มที ช่วงนั้นเวลาน่าจะประมาณ 2-3 ทุ่มได้ บรรยากาศในหมู่บ้าน ให้นึกถึง ผีมะขิ่น เรื่อง ลดล. เลยค่ะ
ทุกคนในบ้านพร้อมใจกันเตรียมไฟสำรอง เทียน ไฟฉายต่างๆ เพราะคิดว่าคืนนี้ไฟดับแน่ พอเตรียมของยังไม่ทันครบ ไฟก็ดับจริงๆ ตอนนั้นเรากับน้องพอได้ไฟฉายยังชีพแล้ว ก็อยู่ด้วยกันสองคนในห้องนอน ด้วยกลัวความมืด เลยคิดว่าห้องนอนคือที่ที่ปลอดภัยที่สุดในบ้าน ผีจะไม่เข้ามาฟีลนั้นเลยค่ะ ก็เลยอยู่ในนั้นกันสักพัก
จนอยู่ๆน้องก็บอกว่า ขอออกไปหาพ่อหน้าบ้านนะ ในนี้มันร้อน ทิ้งให้เราหลอนคนเดียวในห้อง อึดใจเดียว เราเลยรวบรวมความกล้าถือไฟฉายอันเล็กในมือ เดินไปหาน้องที่อยู่หน้าบ้าน เพราะไม่อยากอยู่คนเดียว แถมตอนนั้นก็ไม่มีความคิดว่าจะเจอดีอะไรด้วย เพราะคิดว่าเป็นบ้านที่เราอยู่ทุกวัน เคยชินทุกซอกทุกมุมแล้ว เดินยังไม่ถึงไหนก็ได้ยินเสียงพ่อ เรียกให้ออกมาช่วยถือของหน้าบ้าน เราก็เดินไปหาพ่อทันที แต่สิ่งที่เจอคือ พ่อไม่อยู่ตรงหน้า เห็นแต่น้องที่เดินกลับมา แล้วบอกว่า
" พ่อไปไหนก็ไม่รู้ เดินออกไปหาก็ไม่เจอเลยเดินกลับมา รถก็ไม่อยู่"
ด้วยความเป็นพี่ที่พกความกล้ามาสุดๆ เลยตกลงกับน้องว่า " งั้นเราไปหาไฟเพิ่มค่าเวลากันดีกว่าแล้วนั่งรอข้างนอกนี้ มีอะไรจะได้วิ่งหนีทัน "
จนตกลงวางแผนกันได้ เลยแยกย้ายไปหาของจริงๆจังๆสักที น้องไปหาในห้องเก็บของ เราหาตู้หน้าบ้าน ตอนนั้นทุกคนก็วุ่นวาย หาของกัน ไม่ทันได้ใส่ใจ
อยู่ๆก็มีไอพลังงาน ปรายตามองผ่านๆ ก็สูงประมาณพ่อ เดินผ่านไปเร็วมาก เดินเฉียดตัวเราไปทางหลังบ้าน รู้เลยว่าต้องเป็นพ่อแน่ เราเลยเดินตามไปติดๆ แล้วถามขึ้นว่า " พ่อไปไหนมา พากันกลัวผี หนูกับน้องเลยเดินตามหาพ่อ " แต่พ่อกลับเงียบ ได้ยินแต่เสียงฝนซา กับลมแรง เลยเงยหน้าขึ้นดูอย่างตั้งใจ เพราะสิ่งที่ถามไม่มีการตอบรับ แต่ก็ไม่เห็นใครอยู่ตรงหน้าเลย เห็นแค่ประตูห้องนอนที่ปิดอยู่
จะเป็นไปได้ยังไง เดินตามมาติดๆ เลยเปิดประตูเข้าไปดูที่ห้องนอนของพ่อเพราะคิดว่าอาจจะเข้าห้องไปแบบเราไม่ทันสังเกตละมั้ง //ปลอบใจตัวเองมากกกก แต่ก็ไม่มีวี่แววของคน ตอนนั้นหัวเสียมาก ทำไมพ่อไม่รอ เราเดินตรงไปห้องครัว ที่มีประตูเลื่อนหลังบ้าน พ่อต้องไปหลังบ้านแน่คลาดกันนิดเดียว แต่พอมองไป กลับโล่ง ว่าง เงียบสงัด แม้แต่ลมก็ไม่พัดผ่านสักนิด เราเลยคิดว่าพ่อต้องเดินอ้อมไปหน้าบ้านแล้วแน่ๆอะ ทำไมเดินไม่รอเลย เรียกก็ไม่ตอบอีก ถ้าเจอจะบ่นให้
ซึ่งประตูหลังบ้าน เป็นบานเลื่อนทีล็อคจากข้างในได้ทางเดียว เราก็เลื่อนประตูไปสุดแรงเลย อยากจบการเดินตามนี้สักที
แต่สิ่งที่ได้คือ ประตูหลังบ้านล็อค
ไม่มีทางเข้าออกทางอื่น ไม่จริงแน่ที่จะใช้เวลาแค่เสี้ยววินาที เดินไปหน้าบ้านได้เร็วขนาดนั้น เพราะถ้าเดินย้อนกลับไปก็ต้องผ่านเราไปก่อน ตอนนั้นเราตัวชาเลยค่ะ ทำตัวไม่ถูก ในหัวคิดหาเหตุผลเต็มไปหมด หลังจากที่เดินหาซำ้แล้วซำ้เล่า แล้วยังเจอแต่ความว่างเปล่า มืด และเงียบแบบนี้ เราก็เลยหันหลังกลับมา ก็เจอน้องเดินมาจับแขน แล้วพูดว่า " เดินตามใครมา เห็นเดินมาตั้งแต่หน้าบ้าน ก็เดินตามมาเลย ปล่อยให้กูอยู่หน้าบ้านคนเดียว จะบอกว่าพ่อกลับมาแล้ว ไปบ้านย่าเพิ่งกลับมาตั้งแต่ฝนเริ่มตก เห็นเดินไปเดินมานึกว่าหาของ "
ตอนนั้นเหม่อไปสักพัก ทบทวนสัมผัสที่ได้เจอ ร่างสูง ใหญ่ และ เสียงเรียกของพ่อ เราเดินตามใครในบ้านกันแน่
พอได้สติ ก็เดินออกมารอหน้าบ้านกับน้องจนไฟมา เราก็เลยเล่าให้พ่อและน้องฟังกับสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าเจอดีเข้าแล้วแน่ๆ
พ่อก็ได้แต่ยิ้มตอบเบาๆและเล่าสิ่งที่เกิดกับพ่อให้ฟังตั้งแต่เริ่มมาอยู่บ้านหลังนี้
ติดตามตอนต่อไปค่ะ ...
ตอนไฟดับ อย่าอยู่บ้านคนเดียว ถ้าไม่อยากเจอ
โดยส่วนตัวเป็นคนที่ค่อนข้างเชื่อ เรื่องสิ่งที่มองไม่เห็นอยู่แล้ว แต่ไม่เคยสัมผัสได้ด้วยตัวเองสักครั้ง ขอบอกก่อนว่า ครอบครัวจะถูกชะตากับบ้านที่มีเจ้าที่แรง และก็ได้บ้านที่มีเจ้าที่ประมาณนี้มาเป็นเจ้าของทุกครั้งที่ตัดสินใจจะซื้อบ้าน
และครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกของเรา ที่เปิดประสบการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในบ้านหลังนี้ค่ะ
เรื่องนี้เกิดขึ้นตอน ม.ปลาย ในบ้านที่ จขกท. อาศัยอยู่จากตอนนั้น จนถึงปัจจุบัน
เป็นบ้านที่เกิดเหตุการณ์ชวนขนลุก และจำสัมผัสได้ขึ้นใจจนถึงทุกวันนี้ค่ะ
วันที่เกิดเหตุเป็นวันที่ฝนตกลมแรง พายุเข้าอย่างหนักเลยค่ะ บ้านของ จขกท. อยู่ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียว
ที่มีห้องหันหน้าประตูติดกัน และเชื่อมต่อกันทุกห้อง และที่สำคัญคือ มีทางเข้าออกแค่ทางเดียวถ้าออกจากบ้าน
เพื่อนๆพอจะนึกภาพกันออกนะคะ ตอนนั้น เราอยู่บ้านกับน้องและพ่อ ที่กำลังทำกิจกรรมอยู่หน้าบ้าน
จนพายุเข้า ฝนตกลมแรงมาก ต้นไม้แถวนั้นถึงกับโค่นหักลงมาบ้าง ใบไม้ปลิวทั่ว ไฟกลางหมู่บ้านก็ริบหรี่เต็มที ช่วงนั้นเวลาน่าจะประมาณ 2-3 ทุ่มได้ บรรยากาศในหมู่บ้าน ให้นึกถึง ผีมะขิ่น เรื่อง ลดล. เลยค่ะ
ทุกคนในบ้านพร้อมใจกันเตรียมไฟสำรอง เทียน ไฟฉายต่างๆ เพราะคิดว่าคืนนี้ไฟดับแน่ พอเตรียมของยังไม่ทันครบ ไฟก็ดับจริงๆ ตอนนั้นเรากับน้องพอได้ไฟฉายยังชีพแล้ว ก็อยู่ด้วยกันสองคนในห้องนอน ด้วยกลัวความมืด เลยคิดว่าห้องนอนคือที่ที่ปลอดภัยที่สุดในบ้าน ผีจะไม่เข้ามาฟีลนั้นเลยค่ะ ก็เลยอยู่ในนั้นกันสักพัก
จนอยู่ๆน้องก็บอกว่า ขอออกไปหาพ่อหน้าบ้านนะ ในนี้มันร้อน ทิ้งให้เราหลอนคนเดียวในห้อง อึดใจเดียว เราเลยรวบรวมความกล้าถือไฟฉายอันเล็กในมือ เดินไปหาน้องที่อยู่หน้าบ้าน เพราะไม่อยากอยู่คนเดียว แถมตอนนั้นก็ไม่มีความคิดว่าจะเจอดีอะไรด้วย เพราะคิดว่าเป็นบ้านที่เราอยู่ทุกวัน เคยชินทุกซอกทุกมุมแล้ว เดินยังไม่ถึงไหนก็ได้ยินเสียงพ่อ เรียกให้ออกมาช่วยถือของหน้าบ้าน เราก็เดินไปหาพ่อทันที แต่สิ่งที่เจอคือ พ่อไม่อยู่ตรงหน้า เห็นแต่น้องที่เดินกลับมา แล้วบอกว่า
" พ่อไปไหนก็ไม่รู้ เดินออกไปหาก็ไม่เจอเลยเดินกลับมา รถก็ไม่อยู่"
ด้วยความเป็นพี่ที่พกความกล้ามาสุดๆ เลยตกลงกับน้องว่า " งั้นเราไปหาไฟเพิ่มค่าเวลากันดีกว่าแล้วนั่งรอข้างนอกนี้ มีอะไรจะได้วิ่งหนีทัน "
จนตกลงวางแผนกันได้ เลยแยกย้ายไปหาของจริงๆจังๆสักที น้องไปหาในห้องเก็บของ เราหาตู้หน้าบ้าน ตอนนั้นทุกคนก็วุ่นวาย หาของกัน ไม่ทันได้ใส่ใจ
อยู่ๆก็มีไอพลังงาน ปรายตามองผ่านๆ ก็สูงประมาณพ่อ เดินผ่านไปเร็วมาก เดินเฉียดตัวเราไปทางหลังบ้าน รู้เลยว่าต้องเป็นพ่อแน่ เราเลยเดินตามไปติดๆ แล้วถามขึ้นว่า " พ่อไปไหนมา พากันกลัวผี หนูกับน้องเลยเดินตามหาพ่อ " แต่พ่อกลับเงียบ ได้ยินแต่เสียงฝนซา กับลมแรง เลยเงยหน้าขึ้นดูอย่างตั้งใจ เพราะสิ่งที่ถามไม่มีการตอบรับ แต่ก็ไม่เห็นใครอยู่ตรงหน้าเลย เห็นแค่ประตูห้องนอนที่ปิดอยู่
จะเป็นไปได้ยังไง เดินตามมาติดๆ เลยเปิดประตูเข้าไปดูที่ห้องนอนของพ่อเพราะคิดว่าอาจจะเข้าห้องไปแบบเราไม่ทันสังเกตละมั้ง //ปลอบใจตัวเองมากกกก แต่ก็ไม่มีวี่แววของคน ตอนนั้นหัวเสียมาก ทำไมพ่อไม่รอ เราเดินตรงไปห้องครัว ที่มีประตูเลื่อนหลังบ้าน พ่อต้องไปหลังบ้านแน่คลาดกันนิดเดียว แต่พอมองไป กลับโล่ง ว่าง เงียบสงัด แม้แต่ลมก็ไม่พัดผ่านสักนิด เราเลยคิดว่าพ่อต้องเดินอ้อมไปหน้าบ้านแล้วแน่ๆอะ ทำไมเดินไม่รอเลย เรียกก็ไม่ตอบอีก ถ้าเจอจะบ่นให้
ซึ่งประตูหลังบ้าน เป็นบานเลื่อนทีล็อคจากข้างในได้ทางเดียว เราก็เลื่อนประตูไปสุดแรงเลย อยากจบการเดินตามนี้สักที
แต่สิ่งที่ได้คือ ประตูหลังบ้านล็อค
ไม่มีทางเข้าออกทางอื่น ไม่จริงแน่ที่จะใช้เวลาแค่เสี้ยววินาที เดินไปหน้าบ้านได้เร็วขนาดนั้น เพราะถ้าเดินย้อนกลับไปก็ต้องผ่านเราไปก่อน ตอนนั้นเราตัวชาเลยค่ะ ทำตัวไม่ถูก ในหัวคิดหาเหตุผลเต็มไปหมด หลังจากที่เดินหาซำ้แล้วซำ้เล่า แล้วยังเจอแต่ความว่างเปล่า มืด และเงียบแบบนี้ เราก็เลยหันหลังกลับมา ก็เจอน้องเดินมาจับแขน แล้วพูดว่า " เดินตามใครมา เห็นเดินมาตั้งแต่หน้าบ้าน ก็เดินตามมาเลย ปล่อยให้กูอยู่หน้าบ้านคนเดียว จะบอกว่าพ่อกลับมาแล้ว ไปบ้านย่าเพิ่งกลับมาตั้งแต่ฝนเริ่มตก เห็นเดินไปเดินมานึกว่าหาของ "
ตอนนั้นเหม่อไปสักพัก ทบทวนสัมผัสที่ได้เจอ ร่างสูง ใหญ่ และ เสียงเรียกของพ่อ เราเดินตามใครในบ้านกันแน่
พอได้สติ ก็เดินออกมารอหน้าบ้านกับน้องจนไฟมา เราก็เลยเล่าให้พ่อและน้องฟังกับสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าเจอดีเข้าแล้วแน่ๆ
พ่อก็ได้แต่ยิ้มตอบเบาๆและเล่าสิ่งที่เกิดกับพ่อให้ฟังตั้งแต่เริ่มมาอยู่บ้านหลังนี้
ติดตามตอนต่อไปค่ะ ...