เรียน pantip ก่อนนะครับ กระทู้นี้มิได้มีเจตนาที่จะแบ่งแยกฝักฝ่ายหรือ
ทำลายบรรยากาศและศีลธรรมอันดีงามในการแสดงความคิดเห็นของเพื่อนๆใน pantip แต่อย่างใดนะครับ
เพียงแค่จะเสนอความคิดเกี่ยวกับ เรื่องความเชื่อ ความคิด ค่านิยมของคนไทยที่ผมเห็นในหลายวันมานี้
และการตั้งกระทู้ของผม ผมมั่นใจได้ว่าไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกหมดหวังกำลังใจในการค้นหาเด็กติดถ้ำ
เพราะหน่วยงานต่างๆเข้าไปช่วยเหลือพวกเขาได้หมดแล้ว
ก่อนอื่น ผมต้องขอบอกก่อนว่า ก่อนวันนี้เวลานี้นั้น ก่อนที่พวกเราจะพบน้องๆทั้ง13 คน ในใจผมนึกไปในสามความเป็นไปได้คือ
1. รอดชีวิตกันอยู่ เหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้จริงๆ
2. ตายกันหมด
3. เกิดกรณีที่มีเพื่อนตาย ไม่รอดครบ 13 คน หรือ....
เพิ่มพิเศษ ไป 4 คือกรณีที่ต้องมีคนสักคนสละชีวิตแล้วให้กินเนื้อคนอื่นกัน
แน่นอนไม่มีไฟ แต่ถ้าทำได้ภายในอากาศชื้นๆแบบนั้นด้วย
ไอพวกภาพการ์ตูนที่เห็นเด็กๆรอดออกมาอย่างมีความสุขน่ะครับ.........
มันจะกลายเป็น meme ที่หดหู่ที่สุดถ้าเราเอามาทำ before กับ after ตอนพวกเขาตายกัน (แน่นอนพวกเขารอดกันแล้ว)
ซึ่งมันทำให้ผมรับรู้ว่า คนส่วนใหญ่นั้นทำอะไรโดยไม่ได้นึกถึงอนาคตสักเท่าไร
และไม่ค่อยคิดที่จะคิดเป็นเหตุเป็นผลนัก
ตามความคิดผมแล้ว การพิมพ์ให้กำลังใจควรจะพิมพ์แค่ว่า สู้ๆ พยายามเข้า
หรือก็คือ เป็นการส่งกำลังใจให้ทั้งผู้ประสบเหตุ และ ผู้ช่วยเหลือ เสมือนเสียงเชียร์ในกีฬาสี
ไม่ใช่ วันนี้เจอชัวร์ วันนี้ต้องเจอ รอดแน่ๆ วันนี้มีข่าวดีแน่นอน
เพราะพวกคุณไม่รู้เลยว่าไอ้เรื่องพวกนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่
เรารู้เพียงแค่ว่า ทั้งผู้ประสบเหตุ และ ผู้ช่วยเหลือ ต้องสู้ต่อไป
แต่ไอ้เหตุการณ์ที่มีโอกาศเกิดขึ้น คุณไม่สามารถรู้ได้ มีเพียงความเป็นไปได้
ดังนั้นก็ไม่ควรที่จะพูดในสิ่งที่เราไม่รู้กันที
ลองจินตนาการถึงว่าถ้าเด็กพวกนี้ไม่รอดแบบกรณี 2
ไอ้พวกที่พิมพ์สู้ๆ ตอนแรกน่ะครับ คำพูดนี้ไม่ได้อยู่แค่ในความจำระยะสั้น ระยะยาวในสมองของพ่อแม่เด็กแต่ละคนนะครับ
มันอยู่ในอินเตอร์เน็ต ใช่ ไอ้ภาพความหวังที่มันพังพินาศนั่นมันอยู่ในอินเตอร์เน็ต อยู่ในที่ๆข้อมูลทุกอย่างยากที่จะหายไป
แล้วพวกคุณจะไปปลอบประโลมด้วยคำว่า พวกเขาพยายามที่สุดแล้ว ชาติหน้ามีจริงบลาๆ อย่างนั้นเหรอครับ
มันขัดกับความหวังที่มีในตอนแรกมากเลยนะ และมันสามารถเอาไปใช้เป็น มุขตลก สำหรับพวกไม่แคร์โลกด้วย
ถ้าคุณพูดกับพ่อแม่พวกเขามันอาจโอเค แต่นี่คืออินเตอร์เน็ต
สถานที่ซึ่งมีไอ้พวกไม่แคร์โลก และชอบจะดูความพ่ายแพ้ของผู้อื่นอย่างสะใจ
ข้อมูลพวกนั้นจะถูกเอามาล้อเลียน ตลกขบขันกัน
ผมขอยกกรณี 911 มาละกัน ถามว่าครอบครัวผู้เสียชีวิตตอนนั้นรู้สึกอย่างไรที่มีคลิปขึ้นโชว์
ภาพครอบครัวตัวเองกระโดดลงมาจากตึก แล้วมีพวกเด็กเกรียนไปคอมเมนต์
ฉันเชื่อมั่นว่าฉันบินได้
เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงแมวของชโรดิงเงอร์ขึ้นมา แต่มันคงพิลึกกว่านั้นเยอะ
เดี๋ยวมาต่อนะครับ
เด็กติดถ้ำกับความเชื่อความคิด ค่านิยมแบบไทยๆ
ทำลายบรรยากาศและศีลธรรมอันดีงามในการแสดงความคิดเห็นของเพื่อนๆใน pantip แต่อย่างใดนะครับ
เพียงแค่จะเสนอความคิดเกี่ยวกับ เรื่องความเชื่อ ความคิด ค่านิยมของคนไทยที่ผมเห็นในหลายวันมานี้
และการตั้งกระทู้ของผม ผมมั่นใจได้ว่าไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกหมดหวังกำลังใจในการค้นหาเด็กติดถ้ำ
เพราะหน่วยงานต่างๆเข้าไปช่วยเหลือพวกเขาได้หมดแล้ว
ก่อนอื่น ผมต้องขอบอกก่อนว่า ก่อนวันนี้เวลานี้นั้น ก่อนที่พวกเราจะพบน้องๆทั้ง13 คน ในใจผมนึกไปในสามความเป็นไปได้คือ
1. รอดชีวิตกันอยู่ เหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้จริงๆ
2. ตายกันหมด
3. เกิดกรณีที่มีเพื่อนตาย ไม่รอดครบ 13 คน หรือ....
เพิ่มพิเศษ ไป 4 คือกรณีที่ต้องมีคนสักคนสละชีวิตแล้วให้กินเนื้อคนอื่นกัน
แน่นอนไม่มีไฟ แต่ถ้าทำได้ภายในอากาศชื้นๆแบบนั้นด้วย
ไอพวกภาพการ์ตูนที่เห็นเด็กๆรอดออกมาอย่างมีความสุขน่ะครับ.........
มันจะกลายเป็น meme ที่หดหู่ที่สุดถ้าเราเอามาทำ before กับ after ตอนพวกเขาตายกัน (แน่นอนพวกเขารอดกันแล้ว)
ซึ่งมันทำให้ผมรับรู้ว่า คนส่วนใหญ่นั้นทำอะไรโดยไม่ได้นึกถึงอนาคตสักเท่าไร
และไม่ค่อยคิดที่จะคิดเป็นเหตุเป็นผลนัก
ตามความคิดผมแล้ว การพิมพ์ให้กำลังใจควรจะพิมพ์แค่ว่า สู้ๆ พยายามเข้า
หรือก็คือ เป็นการส่งกำลังใจให้ทั้งผู้ประสบเหตุ และ ผู้ช่วยเหลือ เสมือนเสียงเชียร์ในกีฬาสี
ไม่ใช่ วันนี้เจอชัวร์ วันนี้ต้องเจอ รอดแน่ๆ วันนี้มีข่าวดีแน่นอน
เพราะพวกคุณไม่รู้เลยว่าไอ้เรื่องพวกนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่
เรารู้เพียงแค่ว่า ทั้งผู้ประสบเหตุ และ ผู้ช่วยเหลือ ต้องสู้ต่อไป
แต่ไอ้เหตุการณ์ที่มีโอกาศเกิดขึ้น คุณไม่สามารถรู้ได้ มีเพียงความเป็นไปได้
ดังนั้นก็ไม่ควรที่จะพูดในสิ่งที่เราไม่รู้กันที
ลองจินตนาการถึงว่าถ้าเด็กพวกนี้ไม่รอดแบบกรณี 2
ไอ้พวกที่พิมพ์สู้ๆ ตอนแรกน่ะครับ คำพูดนี้ไม่ได้อยู่แค่ในความจำระยะสั้น ระยะยาวในสมองของพ่อแม่เด็กแต่ละคนนะครับ
มันอยู่ในอินเตอร์เน็ต ใช่ ไอ้ภาพความหวังที่มันพังพินาศนั่นมันอยู่ในอินเตอร์เน็ต อยู่ในที่ๆข้อมูลทุกอย่างยากที่จะหายไป
แล้วพวกคุณจะไปปลอบประโลมด้วยคำว่า พวกเขาพยายามที่สุดแล้ว ชาติหน้ามีจริงบลาๆ อย่างนั้นเหรอครับ
มันขัดกับความหวังที่มีในตอนแรกมากเลยนะ และมันสามารถเอาไปใช้เป็น มุขตลก สำหรับพวกไม่แคร์โลกด้วย
ถ้าคุณพูดกับพ่อแม่พวกเขามันอาจโอเค แต่นี่คืออินเตอร์เน็ต
สถานที่ซึ่งมีไอ้พวกไม่แคร์โลก และชอบจะดูความพ่ายแพ้ของผู้อื่นอย่างสะใจ
ข้อมูลพวกนั้นจะถูกเอามาล้อเลียน ตลกขบขันกัน
ผมขอยกกรณี 911 มาละกัน ถามว่าครอบครัวผู้เสียชีวิตตอนนั้นรู้สึกอย่างไรที่มีคลิปขึ้นโชว์
ภาพครอบครัวตัวเองกระโดดลงมาจากตึก แล้วมีพวกเด็กเกรียนไปคอมเมนต์
ฉันเชื่อมั่นว่าฉันบินได้
เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงแมวของชโรดิงเงอร์ขึ้นมา แต่มันคงพิลึกกว่านั้นเยอะ
เดี๋ยวมาต่อนะครับ