แม่พอทีอย่าหาแฟนให้หนู เพราะที่แม่หาให้นั่นนางเป็นผู้หญิง 55

ตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงวัยนักศึกษา อายุได้ 21 ปีละ เรารู้ตัวเองตั้งแต่ยังเด็กนะว่าเราชอบที่จะเล่นอะไรเหมือนเด็กผู้หญิง ไม่ต้องอธิบายเนอะ สารพัด ผ้าขนหนูนี่เล่นไรได้เยอะสุดละ 55 แต่ก็พยายามปฏิเสธตัวเองอยู่เสมอนะเพราะเชื่อว่าการที่เราแปลกแยกคือเรื่องที่น่าอายทั้งสำหรับเราเองและพ่อแม่ เราโดนเพื่อนล้อว่า "ตุ๊ด" เสมอ และก็มักจะโกรธเพื่อนซะด้วยสิ พอเอาไปฟ้องที่บ้านพ่อก็จะบอกเสมอว่า เราไม่ใช่ตุ๊ด เราเป็นผู้ชาย ลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง55 ก็ตลกดีนะ เชื่อไหม ทุกครั้งที่เราเจอเพื่อนใหม่ในห้องเรียน เพื่อนผู้หญิงคำถามแรกก่อนจะถามชื่อเราซะอีกก็คือ เฮ้ยแก แกเป็นป่ะ? 55 ส่วนเพื่อนผู้ชายก็จะชอบมาแกล้งเรา พอเข้าใจสถานการณ์เนอะ จนโตขึ้นมาพอที่จะเข้าใจการล้อและการกลั่นแกล้งยิ้มเป็นเรื่องชินและชา เอาจริงก็เก็บความรู้สึกนี้ไว้มาตลอดนะว่าเออมันก็คงเป็นเรื่องปกติไปแล้วล่ะสำหรับเราเพราะเราก็ไม่ได้มีทางเลือกในการแสดงออกของเราซักเท่าไหร่ เราอยู่ในกรอบ เราสนใจแต่เรื่องเรียนเพื่อที่จะทำเกรดดีดีสอบติดห้องโครงการให้ที่บ้านภูมิใจ ส่วนทางบ้านเรา ไม่เคยยอมรับเรื่องพวกนี้เลย แต่มันก็นะ ถ้ากล้าถามว่าแม่ ถ้าผมเป็นตุ๊ด แม่จะยังมีความสุขอยู่ไหม 555 อันนั้นก็กล้าไป ทุกๆครั้งที่เปิดทีวีและเมื่อไหร่ที่เจอหนังข่าวหรือสื่ออะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับเพศนี้ พ่อกับแม่เราก็จะพูดในเชิงไม่ดีซักเท่าไหร่ เราก็ได้แต่เก็บไว้ 55 ก็อึดอัดแหละแต่ก็ทำไงได้ ก็เป็นลูกที่ดีต่อไป แต่เราว่าแม่กับพ่อก็น่าจะสงสัยแหละว่าเราเป็น จนครั้งนึงแม่กับพ่อเราทะเลาะกันตอนเราหลับเขาพูดถึงเรื่องสงสัยว่าเราจะเป็นตุ๊ดเป็นกระเทย เราแอบฟังนะน้ำตามันก็ซึมแหละ เขาก็ดูเครียดกัน จนเราตั้งใจว่าไม่อยากให้เรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นอีกเราจะเป็นผู้ชายแบบที่ใครๆต้องการ เมื่อเปลี่ยนสังคมย้ายโรงเรียนโตหน่อยในช่วงมัธยมเราสอบชิงทุนเรียนฟรีและได้อยู่โรงเรียนประจำ และมันก็ยังมีคำถามคำถามนึงตามหลอกหลอนมาอยู่ดี ว่าเฮ้ย ทำไมดูตุ๊ดจังวะในครั้งแรกที่เราเจอกันกับเพื่อน จนเราตั้งใจว่า ไม่อยากให้เกิดคำถามนี้กับตัวเองอีกเพราะรู้สึกมันสะกิดใจเสมอทุกครั้งที่ได้ยิน แต่ครั้งนี้เราทำได้เราเป็นผู้ชายและไม่มีไครสงสัยเราอีก 55 เราเลือกที่จะคบแต่เพื่อนผู้ชายเพราะไม่อยากให้ไครรับรู้ถึงเรื่องลึกๆในใจของเรา เพื่อนเรากลุ่มใหญ่มากมีตั้งแต่ดิบเถื่อนยันเด็กเรียนไว้ลอกข้อสอบและเด็กเรียนคนนั้นแหละ คือเราเอง 55 และแล้วเหมือนในนิยายวายที่เคยแอบอ่าน รักในโรงเรียนประจำฮึ่มมม55 เพื่อนหอชายอ่ะเนอะมันก็จะได้นอนด้วยกัน แล้วประเด็นอยู่ที่ว่าเตียงตัวเองมีไม่นอน มันก็จะมีเพื่อนคนนึงชอบขอมานอนด้วย (เตียงเราหอมไงคิดว่านะ 555 ก็เนอะตามวิถีชีวิตของคนแบบเรา) เราเองก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก เพราะยิ้มเพื่อนไงและปกติแล้วก็จะพยายามไม่คิดและฝืนตัวเองด้วยว่าเราน่ะชอบผู้หญิง และแล้วเราก็เริ่มที่จะกล้าคุบกับผู้หญิงจริงๆเว่ย(จีบ) และแปลกเพื่อนเราคนนั้นไม่มายุ่งกับเราอีกเลย จากเดิมที่เคยกินข้าวด้วยไปเตะบอลเวลาเรียนก็นั่งเรียนข้างกันยิ้มแบนเราออกจากกลุ่มเลยทีนี้ 55 แต่เราก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะตอนนั้น เรากำลังรู้สึกว่าเราคลายปมในชีวิตและคิดจะมีแฟนเป็นผู้หญิงได้แล้ว เรารู้สึกดีมาก จนผ่านไปซักพัก แน่นอนเพื่อนเรากลับมา กลับมาพร้อมกับสิ่งที่เราไม่ต้องการมาตลอดตั้งแต่เด็ก เพื่อนเราคนนั้นมาขอคบกับเราและที่สำคัญมันคือเพื่อนเรา เราสับสนและสิ่งที่เราทำตอนนั้นก็คือปฏิเสธไปแบบหวั่นไหวแปลกๆ เราทำได้!!เรายังเป็นผู้ชายอยู่ เราเริ่มมีอาการหวั่นไหวกับเพื่อนคนนี้ จนผีร่างเดิมแม่งกลับมาสิง55 เราเผลอใจ ใช่ ยิ้มเอ้ยย พลาดแล้วว ทั้งกายและใจ จบกันแต่เรื่องนี้เป็นความลับเสมอมานะ ในเวลาพร้อมกับที่เรากำลังจะได้คบกับน้องผู้หญิงคนนั้น และเราก็มีแฟน(ผู้หญิง) และเพื่อนเราก็ไปมีแฟนเป็นู้หญิงบ้างเช่นกัน เรื่องระหว่างเราจบลง  จนก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัย คราวนี้อิสระทุกตารางนิ้วจริงๆ สังคมมหาลัยดูเปิดกว้างและยอมรับเรื่องพวกนี้มากขึ้น แต่เราก็ยังคบแต่เพื่อนผู้ชายเหมือนเดิมนะ และวนกลับมาเรื่องเดิมๆอีกละ เพื่อนเนี่ยแหละตัวดียิ้มเอ้ย แต่ครั้งนี้เรายอมรับตัวเอง เรากล้าเปิดตัวกับเพื่อนๆและดูเพื่อนๆก็ยอมรับ ซึ่งคลายปมในชีวิตเราไปได้มาก แต่อีกปมเดียวคือ ..ครอบครัว กลับมาที่เรื่องครอบครัว พ่อกับแม่เรามีความพยายามที่จะหาแฟนให้เรา ด้วยการที่พ่อและแม่มีเพื่อนและเพื่อนพ่อแม่มีลูกสาว มีคนไหนส่งในไลน์กรุ๊ปหมดดู๊ดูดูคนเรา ...ชอบถามเราว่าคนนี้น่ารักไหม ชอบหรือเปล่า และเราเองที่อึดอัด ก็มันตลกไหม ก็รู้ตัวว่าใจมันชอบไม่ได้ แต่ร่างกายต้องเข้มแข็งอ่ะ ก็ฝืนๆ555 เรื่องนี้มันทำให้เราห่างเหินกับครอบครัวมากขึ้นเพราะเราเลือกที่จะปรึกษาเพื่อน และในปัจจุบันเรากำลังต่อสู้กับคำว่า "เราต้องประสบความสำเร็จในชีวิตเพื่อที่จะทำให้พ่อและแม่ยอมรับเราในวันที่เรากล้าบอกท่านไปตรงๆว่า ลูกคนนี้ไม่ได้อยากเป็นอย่างที่พ่อและแม่เลือกไว้ให้ เราไม่ใช่ผู้ชาย" กดดันและอึดอัดมากๆ เราเลือกที่จะกลับบ้านน้อยลงเพราะทุกครั้งที่กลับไปเราต้องเป็นอีกคนซึ่งไม่ใช่ตัวตนของเรา ตอนนี้เราเหนื่อย เราอยากเห็นประสบการณ์และการแก้ปัญหาของคนแบบเราบ้างๆ และสุดท้ายนี้ เราแค่อยากระบาย และบ่นๆๆๆ 55 ปล.ถ้ามีแม่พ่อคนไหนได้อ่านข้อความเหล่านี้แล้ว อยากให้เข้าใจลูกให้มากๆ เราอยากให้เขาได้เป็นตัวเองเหมือนอย่างที่เขาอยากเป็น ตุ๊ดเกย์กระเทยทอมดี้บลาๆหรือเพศไหนๆ มันไม่ได้สำคัญเลย หากแต่อยู่ที่การกระทำของลูกคุณว่าเขาเป็นคนที่ดีของสังคมได้หรือยัง อันนั้นน่าเป็นห่วงกว่าอีก ขอนะ..
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่