[ Share ] ประสบการณ์การดูแลพิราบปีกหัก

เริ่มต้นจากค่ำวันนั้นกำลังจะถอยรถเข้าบ้าน เอ๊ะ!!! อินก เธอมายืนทำอะไรที่ประตูรั้วบ้านชั้นดึกๆดื่นๆ

พอโผล่หน้าไปดูเท่านั้นแหละ ก็เห็นว่านกปีกซ้ายหัก เลือดไหลอาบมาเชียว แถมข้างๆก็มีหมารอเขมือบ ทำไงล่ะทีนี้ ก็ไล่จับนกกันมาได้แบบทุกลักทุเล

ดูสภาพ



น้องเลือดไหลไม่หยุดเลย กระดูกหักโผล่ออกมาข้างนอก ดูจากแผลเหมือนโดนหมาฟัดมา เนื่องจากไม่เคยเลี้ยงนกเลยยยย อากู๋เท่านั้นที่จะช่วยได้ ก็เห็นมีคนบอกให้เอาแป้งข้าวโพดโรยแผลห้ามเลือด โทรไปถามเพื่อนที่เคยเลี้ยงนก เค้าก็ว่าให้ทำงั้นแหละ นกก็เลยโดนจับประแป้ง เตรียมทอดกรอบได้ เฮ้ยยย ไม่ใช่

ทีนี้ก็มาปัญหาเรื่องกรงนก เพราะกรงนกก็ไม่มี แถมที่บ้านก็มีเเมวอีก เลยเอาหนังสือพิมพ์ปูพื้นแล้วเอาตะกร้ามาครอบไว้ก่อน เช้าๆค่อยไปหากรงอีกที

*****จบไปคืนแรก

พอเช้าอีกวันกะว่าจะพานกไปหาหมอ เพราะอากู๋บอกว่านกที่โดนหมากัดจะโดนเชื้อจากน้ำลายหมาแล้วจะตายภายใน 24hr OMG!!

พาคลินิกแถวบ้านที่พาแมวไปหาประจำเค้าก็ไม่รับ เลยพาน้องไปที่ รพ.สัตว์ ก็ตะเลงไปทั้งตะกร้านั้นแหละ หาฝามาปิดตะกร้าไว้ก่อน

ตอนนี้นกได้ชื่อละนะ เพราะต้องกรอกชื่อในใบประวัติ นึกไรไม่ออก ใส่ชื่อ 'เดี้ยง' ไม่รู้ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงเหมือนกัน

เดี้ยงไม่ได้เจอหมอเฉพาะทาง เจอหมอทั่วไป แต่นางก็โดนหมอจับฉีดยาแล้วก็เข้าเฝือกสีชมพูพริ้ง

เบ็ดเสร็จค่าหมอ ประมาณ 1315 บาท หมอบอกให้นกกินพวกเมล็ดพืช ไปตามหาอาหารนกพิราบที่ร้านอาหารสัตว์ คนขายก็ไม่รู้จักอีก เลยเลือกมาสุ่มๆ อันที่เป็นเมล็ดพืชรวมๆถุงละ 65 บาท

อิเดี้ยงกินไม่เป็นอีก เม็ดใหญ่เกิน ผีจริม😾😾

หาที่อยู่ให้อิเดี้ยง พยายามหาที่ใส่แมวได้ ใส่นกได้ เพราะกะว่าถ้าเดี้ยงหายจะได้ใช้กับแมวต่อ ตอนไปถามคนขาย คนขายตอบว่าไม่มี (แอบขึ้นเสียงใส่) แต่พอเล่าให้ฟังว่าไปเจอนกปีกหักมา พี่แกก็เปลี่ยนเสียงเลย แถมมีเล่าให้ฟังว่าต้องดูแลนกยังไงบ้าง (พี่แกเคยเลี้ยงนก) แล้วก็ลดค่ากรงให้อีก เลยได้กรงมาในราคา 350  บาท กราบพี่คนขายงามๆ

*****จบไปอีกวัน

พาอิเดี้ยงไปหาหมอฉีดยาต่อ ช่วงนี้หมอนัดฉีดยาแก้ปวด กับยาฆ่าเชื้อทุกวัน เพราะเดี้ยงไม่ค่อยกินอะไรเลย โดนค่ายาไป 280 บาท


ดีใจ วันนี้เดี้ยงกินข้าวได้แล้ว


ฉีดยาอยู่แบบนี้อยู่ 3 วัน หมอเห็นว่าเดี้ยงกินข้าวเองได้ละ เลยให้ยามาป้อน ค่ายาทั้งหมด 419 บาท ต้องช่วยกันจับนกคนนึงกับอีกป้อนยากับ syringe ให้เดี้ยง วันแรกเดี้ยงยังไม่รู้จักยา แต่พอวันที่สองเท่านั้นแหละ เห็น syringe ยาก็จะโวยวาย ตีปีกพรึ่บพรั่บบบ แหมมมมมม มีปีกอยู่ข้างเดียวยังทำซ่า

******

ถึงเวลาถอดเฝือก..
เสียค่าหมอไป 100 นึง กับไปสอยอาหารใหม่มาให้เดี้ยง ถุงละ 25 บาท เป็นอาหารสำหรับนกกรงหัวจุกที่มันเม็ดเล็กลงหน่อย สูตรที่มันบำรุงขน เพราะอิเดี้ยงโดนจับตัดขนปีกตอนเข้าเฝือกไปหมดเลย ต้องรอขนขึ้นอีกนานอ่ะ

หน้าตาเด็กหลังถอดเฝือก

****

ตอนนี้ขนเดี้ยงขึ้นละนะ แถมยังกวนตีนมากด้วย วันไหนกลับบ้านช้า นางหิว ก็จะตีปีกใส่

ล่าสุดเอาเดี้ยงไปตากแดด ทำความสะอาดกรง เดี้ยงพยายามจะหนีจากกรงให้ได้ เพรามีเดอะแก๊งค์พิราบมาบินอยู่แถวบ้าน สงสัยเพื่อนมาตาม

นี่คือรูปของนางเมื่อเช้า ถ้านับตั้งแต่วันที่พบเดี้ยงก็ผ่านมา 20 วัน


ขนงอกใหม่ก็จะฟ้าหน่อยๆ น่ารักเชียว

update..

วันนี้ 20 มกราคม "พาเดี้ยงกลับบ้าน"
หลังจากที่เดี้ยงกลายเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวมา 5 เดือนกว่า ก็ถึงเวลาที่จะพาน้องกลับบ้าน

วันนี้แดดดี๊ดี เดี้ยงใช้เวลาเกือบสี่เดือนกว่าขนถึงจะงอกหมด ซึ่งก่อนหน้านี้เราเปลี่ยนกรงเดี้ยงให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม นางจะได้มีพื้นที่ในการขยายขนาด เอ้ย ออกกำลังกายปีก

กิจวัตรประจำวันของเดี้ยงที่ทำเป็นประจำคือแหกปากทุกวันเพื่อนปลุกให้เราไปทำงาน เวลากลางวัน เดี้ยงก็พยายามตีปีก จนเรารู้สึกได้ว่าแรงปีกของเดี้ยงดีขึ้นเรื่อยๆ (เพราะนางตีมือเราทุกครั้งที่ให้อาหาร😏😏)

ขนาดตัวเดี้ยงเริ่มขยายขึ้น เป็นนกขึ้นอืด เลยต้องสลับอาหารให้เป็นข้าวสารบ้าง เพราะอาหารเม็ดทำเดี้ยงอ้วนเกิ๊นนนน คองี้หลุบไปอยู่ใต้ปีกกันเลยทีเดียว ฮ่า นินกหรือหมูกันแน่ห๊ะ

...แล้วในที่สุด เดี้ยงก็พร้อมบิน




จะเห็นว่า ปีกซ้ายเดี้ยงก็ไม่เข้ารูปเข้ารอย แต่ขนงอกหมดแล้ว เลยมีความกังวลว่านางจะบินได้มั้ย เพราะกลัวเอาไปปล่อยแล้วไม่รอด

วันนี้เลยลองเอาไปที่วัดใกล้บ้าน ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นบ้านเก่าเดี้ยง เพราะที่นี่นกพิราบเต็มไปหมด


โฉมหน้าเพื่อนเดี้ยง

เดี้ยงแลดูตกใจตอนย้ายกรงนางขึ้นรถ ตีปีกโวยวาย (แบบทุกที) จนมาถึงวัด พอเปิดกระโปรงรถ สิ่งที่เห็นคือเดี้ยงดูตื่นเต้นและดีใจกับการที่ได้มาที่วัด คอยืดเป็นยีราฟ พยายามเอาหัวมุดออกทางซี่กรง (ซึ่งปกติไม่เคยทำ) จนเราเปิดประตูกรงเท่านั้นแหละ เดี้ยงก็พุ่งพรวดออกมา แต่ตอนนั้นยังได้แต่เดินเตาะแตะ มีพยายามบินแต่สูงแค่ฟุตเดียว แต่นางก็เดินต่อ

เรางี้ลุ้นแทบตายในใจว่า "เดี้ยงสู้สู้ บินสิบิน"

เดี้ยงไม่บิน ยังเดินเตาะแตะอยู่นั้น เราเลยไปหาตัวช่วย เราซื้อข้าวสารมาล่อเพื่อนเดี้ยงให้บินมาใกล้ๆนาง แล้วก็สำเร็จ!!!

เดี้ยงกระพือปีกขึ้นไปบนหลังคาวัด นี่คือภาพที่ได้

นี่พยายามซูมแล้ว แต่ได้เท่านี้จริงๆ

เดี้ยงยังไม่เข้ากลุ่มเพื่อนให้เห็น แต่มีพิราบตัวนึงบินเข้าไปหาเดี้ยง ซึ่งสิ่งที่เห็นคือเดี้ยงหมุนตัวด้วยความดีใจรอบนกพิราบตัวนั้น นั่นเป็นภาพที่ทำน้ำตาซึม ดีใจที่เดี้ยงได้กลับบ้าน ดีใจที่นางได้เจอเพื่อน ในที่สุด วันนี้ เดี้ยงก็ได้กลับบ้านสักที

ต้องขอขอบคุณที่อ่านเรื่องราวของเดี้ยงมาจนจบนะคะ วันนี้เรารู้สึกดีใจมากที่ครั้งหนึ่งได้มีนกพิราบมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ถึงบางครั้งมันก็โค-ตะ-ระ กวนตีนไปบ้าง แต่นั่นคือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่านางก็ไว้ใจ แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเราจริงๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่