สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
ทำความเข้าใจก่อนนะครับ ว่าเด็กๆ และครูไม่ได้ไปเดินเที่ยวเล่นในถ้ำเฉยๆ
ในทีมเขามีธรรมเนียมอยู่ คือการต้อนรับสมาชิกใหม่ที่พึ่งเข้ามาในทีม
เขาจะพาสมาชิกใหม่ไปยังถ้ำที่ว่านี่แหละ เดินเข้าไปในสุด แล้วสลักชื่อตัวเองไว้
สลักต่อๆ กันมาตั้งแต่สมาชิกทีมรุ่นแรก อารมณ์ทำเควสทดสอบความกล้า
แล้วก็ให้เด็กรู้จักช่วยเหลือกัน ผ่านความลำบากด้วยกัน มันก็จะรักกันในเวลาสั้น
ไปยิ้ม ไปหัวเราะ ผจญภัยตามประสาเด็กต่างจังหวัดด้วยกัน ชีวิตแถวนี้เป็นแบบนั้น
ไม่ใช่เลิกเรียนเข้าเน็ต เล่นมือถือแบบคนในเมืองครับ
แล้วเด็กในทีมนี้หลายคนไปมาหลายรอบแล้ว เป็นเด็กพื้นที่ สองคนที่อยู่ในชุดที่หลง
เข้าออกถ้ำนี้เป็นสิบรอบ ชินเส้นทางพอๆ กับครูที่เคยบวช แล้วมาเข้าป่าจำพรรษาที่ถ้ำนี้
ดังนั้นเด็กกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่เคยเข้าถ้ำมาก่อนแล้ว มีแค่สมาชิกใหม่ไม่กี่คนที่ไม่เคยไป
แล้วมีเด็กเกิดวันนั้นด้วย ก็เลยวางแผนว่าเข้าไปทำเควสสลักชื่อในจุดไกลสุดแล้ว
จะไปทานอาหารกันในถ้ำ แล้วค่อยออกมา ซึ่งปกติเขาห้ามเข้าถ้ำช่วง กค.
เด็กๆ และครูคงคิดว่าน้ำยังไม่น่ามา คงไม่มีปัญหาอะไร อาจจะแค่ต้องลุยน้ำหน่อยๆ
แต่คงไม่ถึงขั้นน้ำปิดถ้ำ
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเด็กๆ ถอดรองเท้า เก็บของมีค่าใส่กระเป๋าไว้กับรถจักรยานด้านนอก
เพราะเขารู้แล้วว่าต้องลุยน้ำ ลุยโคลนเข้าไป ตัวต้องเปื้อน โทรศัพท์ถ้าเอาไปต้องเปียก
และรองเท้าแตะ ถ้าใส่เหยียบโคลนมันก็ดูด ใส่เดินไม่ได้ ต้องถอด เว้นแต่ใส่รองเท้าผ้าใบ
แต่ก็จะเปื้อน ซักยาก ก็คงถอดเดินเท้าเปล่ากันหมด เด็กต่างจังหวัดเดินเท้าเปล่ากันเป็นเรื่องปกติ
แค่นี้ก็ตอบคำถามแล้วว่าทำไมต้องเข้าไปลึกนักลึกหนา แล้วทำไมต้องถอดรองเท้าไว้หมด
ซึ่งตอนนี้ผมมองว่ามีโอกาสสูงมากที่เด็กจะติดในจุดที่ลึกที่สุด คือห่างจากพัทยาบีชไปอีกราวๆ
ห้ากิโลเมตร เป็นจุดที่สูงที่สุดของถ้ำ และปลัดแม่สายที่เคยเดินถ้ำนี้มาก่อนบอกว่าเป็นจุด
ที่มีตาน้ำออกมาจากถ้ำ เป็นน้ำใสสะอาด กินได้ ดังนั้นปลัดก็เชื่อว่าน่าจะอยู่ในจุดนี้มากกว่าพัทยา
นั่นหมายความว่าจุดที่เด็กอยู่ อาจจะห่างจากพัทยาไปไม่น้อยกว่าห้ากิโล
ดังนั้นทางเลือกอีกทางคือเปิดทางปลายถ้ำ แล้วหาทางเดินย้อนเข้าไปอาจจะเป็นทางเลือกอีกทาง
แต่ก็ไม่ง่ายแน่ๆ เพราะการที่หลายคนเดินไปหยุดแค่จุดนี้ แสดงว่าทางไปต่อมันต้องยากมากๆ
จนคงไม่ไปต่อกัน
เรื่องเส้นทางขนยา เมื่อก่อนมีจริง แต่ตอนนี้ไม่น่ามีแล้วมั้ง เพราะมันอยุ่ในอุทยาน โอกาสซวย
เจอกับเจ้าหน้าที่สูง และมันก็ไม่ใช่เส้นทางห่างไกลความเจริญเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
ในทีมเขามีธรรมเนียมอยู่ คือการต้อนรับสมาชิกใหม่ที่พึ่งเข้ามาในทีม
เขาจะพาสมาชิกใหม่ไปยังถ้ำที่ว่านี่แหละ เดินเข้าไปในสุด แล้วสลักชื่อตัวเองไว้
สลักต่อๆ กันมาตั้งแต่สมาชิกทีมรุ่นแรก อารมณ์ทำเควสทดสอบความกล้า
แล้วก็ให้เด็กรู้จักช่วยเหลือกัน ผ่านความลำบากด้วยกัน มันก็จะรักกันในเวลาสั้น
ไปยิ้ม ไปหัวเราะ ผจญภัยตามประสาเด็กต่างจังหวัดด้วยกัน ชีวิตแถวนี้เป็นแบบนั้น
ไม่ใช่เลิกเรียนเข้าเน็ต เล่นมือถือแบบคนในเมืองครับ
แล้วเด็กในทีมนี้หลายคนไปมาหลายรอบแล้ว เป็นเด็กพื้นที่ สองคนที่อยู่ในชุดที่หลง
เข้าออกถ้ำนี้เป็นสิบรอบ ชินเส้นทางพอๆ กับครูที่เคยบวช แล้วมาเข้าป่าจำพรรษาที่ถ้ำนี้
ดังนั้นเด็กกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่เคยเข้าถ้ำมาก่อนแล้ว มีแค่สมาชิกใหม่ไม่กี่คนที่ไม่เคยไป
แล้วมีเด็กเกิดวันนั้นด้วย ก็เลยวางแผนว่าเข้าไปทำเควสสลักชื่อในจุดไกลสุดแล้ว
จะไปทานอาหารกันในถ้ำ แล้วค่อยออกมา ซึ่งปกติเขาห้ามเข้าถ้ำช่วง กค.
เด็กๆ และครูคงคิดว่าน้ำยังไม่น่ามา คงไม่มีปัญหาอะไร อาจจะแค่ต้องลุยน้ำหน่อยๆ
แต่คงไม่ถึงขั้นน้ำปิดถ้ำ
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเด็กๆ ถอดรองเท้า เก็บของมีค่าใส่กระเป๋าไว้กับรถจักรยานด้านนอก
เพราะเขารู้แล้วว่าต้องลุยน้ำ ลุยโคลนเข้าไป ตัวต้องเปื้อน โทรศัพท์ถ้าเอาไปต้องเปียก
และรองเท้าแตะ ถ้าใส่เหยียบโคลนมันก็ดูด ใส่เดินไม่ได้ ต้องถอด เว้นแต่ใส่รองเท้าผ้าใบ
แต่ก็จะเปื้อน ซักยาก ก็คงถอดเดินเท้าเปล่ากันหมด เด็กต่างจังหวัดเดินเท้าเปล่ากันเป็นเรื่องปกติ
แค่นี้ก็ตอบคำถามแล้วว่าทำไมต้องเข้าไปลึกนักลึกหนา แล้วทำไมต้องถอดรองเท้าไว้หมด
ซึ่งตอนนี้ผมมองว่ามีโอกาสสูงมากที่เด็กจะติดในจุดที่ลึกที่สุด คือห่างจากพัทยาบีชไปอีกราวๆ
ห้ากิโลเมตร เป็นจุดที่สูงที่สุดของถ้ำ และปลัดแม่สายที่เคยเดินถ้ำนี้มาก่อนบอกว่าเป็นจุด
ที่มีตาน้ำออกมาจากถ้ำ เป็นน้ำใสสะอาด กินได้ ดังนั้นปลัดก็เชื่อว่าน่าจะอยู่ในจุดนี้มากกว่าพัทยา
นั่นหมายความว่าจุดที่เด็กอยู่ อาจจะห่างจากพัทยาไปไม่น้อยกว่าห้ากิโล
ดังนั้นทางเลือกอีกทางคือเปิดทางปลายถ้ำ แล้วหาทางเดินย้อนเข้าไปอาจจะเป็นทางเลือกอีกทาง
แต่ก็ไม่ง่ายแน่ๆ เพราะการที่หลายคนเดินไปหยุดแค่จุดนี้ แสดงว่าทางไปต่อมันต้องยากมากๆ
จนคงไม่ไปต่อกัน
เรื่องเส้นทางขนยา เมื่อก่อนมีจริง แต่ตอนนี้ไม่น่ามีแล้วมั้ง เพราะมันอยุ่ในอุทยาน โอกาสซวย
เจอกับเจ้าหน้าที่สูง และมันก็ไม่ใช่เส้นทางห่างไกลความเจริญเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
สมาชิกหมายเลข 4632264 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3626088 ถูกใจ, แมวอ้วนสีชมพู สยอง, Sylphide ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1068780 ถูกใจ, อมยิ้มกล้วยหอม ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3823366 ถูกใจ, Legally Brown ถูกใจ, LPUnderground9 ถูกใจ, flibbertigibbet ถูกใจรวมถึงอีก 31 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 6
ไอ้ธรรมเนียมสลักชื่อในถ้ำ ไม่ต้องทำจะดีกว่าน่ะครับ ธรรมชาติอยู่แบบนั้นดีแล้วไม่ต้องไปสลักชื่อแสดงความกล้าให้เสียรูปลักษณ์เดิม วิธีแสดงหลักฐานมีเยอะแยะ ความกล้าที่มาจากการทำลายไม่เคยเห็นจบสวยสักราย
สมาชิกหมายเลข 5075928 ถูกใจ, THAI ROYALSILK ถูกใจ, H.Ryu ถูกใจ, แมวอ้วนสีชมพู ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 884438 ถูกใจ, Diesel Engine ถูกใจ, คุณหมาขายาว ถูกใจ, เงี้ยว ถูกใจ, แก้วลายกล้วย ถูกใจ, มันร้ายนะคะหัวหน้า ถูกใจรวมถึงอีก 1 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน
เด็ก 13 คนที่ติดถ้ำเข้าไปลึกขนาดนั้นได้ไง?