[CR] เที่ยวอุลลึงโด (Ulleungdo) เกาะลับแห่งเกาหลีใต้

ผมตั้งใจเขียนรีวิวนี้เพื่อเป็นการแนะนำและแบ่งปันรายละเอียดที่ผมได้เตรียมตัวหาข้อมูลก่อนการเดินทางแบบสามวันสองคืนครับ สำหรับคนที่สนใจอยากลองเดินทางไปเที่ยวชมเกาะอุลลึงโด (Ulleungdo) ซึ่งเป็นเกาะขนาดใหญ่อยู่ทางด้านขวามือสุดของเกาหลีใต้ครับ หลายคนอาจเคยได้ยินข่าวข้อพิพาทด้านพื้นที่ทางทะเลระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นเหนือเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ด้านสัตว์น้ำ แต่ปัจจุบันอยู่ในครอบครองของเกาหลีใต้ (เกาหลีใต้เรียกว่า "ด๊กโด" ญี่ปุ่นเรียก "ทาเคชิม่า") อุลลึงโดอยู่เหนือบริเวณนั้นขึ้นมาเล็กน้อย สามารถนั่งเรือจากอุลลึงโดไปเที่ยวที่เกาะด๊กโดได้ครับ หากลองหาดูจากอินเตอร์เน็ตจะพบว่า อุลลึงโดเป็นเกาะที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติมาก ทั้งภูเขา ต้นไม้ ทะเล และแน่นอนครับ พลาดไม่ได้เลยกับอาหารทะเลสดๆ โดยเฉพาะปลาหมึก คนเกาหลีใต้นิยมมาพักผ่อนกันที่เกาะอุลลึงโดครับ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว ที่นี่เป็นสถานที่ยังไม่เป็นที่รู้จักเท่าไหร่ แม้แต่รีวิวที่เป็นภาษาอังกฤษเอง ยังหาได้ไม่เยอะมากเหมือนที่เที่ยวทั่วไปเลยครับ สำหรับรายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับเกาะอุลลึงโดนั้น ผมแนะนำให้เข้าไปอ่านเบื้องต้นได้จากเว็บนี้ครับ มีทั้งรูป แผนที่ และโปรแกรมการเที่ยวคร่าวๆ ครับ http://www.ulleung.go.kr/english

วันแรก - การเดินทางไปยังเกาะอุลลึงโด

การเดินทางไปยังเกาะอุลลึงโดสามารถนั่งเรือเฟอร์รี่ได้จากสี่ท่าเรือใหญ่คือ 1. คังนึงฮัง (Gangneunghang) ที่เมืองคังนึง หรือ 2. มุกโฮฮัง (Mukhohang) จากเมืองดงแฮ ซึ่งสองท่าแรกนี้เหมาะสำหรับคนที่เดินทางจากเขตเหนือของเกาหลีเช่น โซล แต่หากต้องการเดินทางจากด้านใต้ของเกาหลีเช่น ปูซาน ควรลงเรือจาก 3. โพฮัง (Pohang) หรือ 4. ฮูโพฮัง (Hupohang) จะใกล้กว่าครับ
สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ ผมเริ่มเดินทางจากโซลด้วยรถไฟความเร็วสูง (KTX) ไปยังเมืองคังนึงเพื่อนอนพักก่อนหนึ่งคืน โดยเลือกโรงแรมที่ไม่ไกลจากท่าเรือมากนักและอยู่ใกล้กับสถานี KTX จะได้ไม่ต้องตื่นเช้ามาก เพื่อไปให้ทันเรือรอบ 8 โมงเช้าครับ ไปเมืองคังนึงครั้งนี้ มีอะไรให้ตื่นตาตื่นใจไม่น้อยเลยครับ ดูเจริญและทันสมัยขึ้นเยอะเมื่อเทียบกับครั้งก่อนที่มา คงเป็นผลพลอยได้จากการจัดโอลิมปิคฤดูหนาวเมื่อต้นปี 2018 ครับ


สถานี KTX ที่ Gangneung

ป้ายหน้าห้องน้ำในสถานี KTK บอกละเอียดยิบเลยครับ

รอบเรือเฟอร์รี่ส่วนใหญ่จะออกตั้งแต่เช้าครับ อาจมีหนึ่งหรือสองลำ เริ่มตั้งแต่ประมาณ 6.00 - 8.30 น. แตกต่างกันในแต่ละวัน หากพลาดเรือในช่วงเช้า จะมีเรืออีกทีก็ต้องรอช่วงประมาณบ่ายโมงถึงบ่ายสอง โดยจุดจำหน่ายตั๋วเป็นอาคารเตี้ยๆ อยู่บริเวณเดียวกันกับจุดจอดเรือพอไปถึงให้เดินทะลุลานจอดรถไปบริเวณที่มีเรือจอดเยอะๆ ได้เลยครับ ด้านในจะมีช่องจำหน่ายตั๋วประมาณสามช่อง สามารถซื้อตั๋วและขึ้นเรือได้ทันที ค่าตั๋วต่อเที่ยวอยู่ที่ 61,000 KRW คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 1,800 บาท (ขาเดียว) และจำเป็นต้องมีพาสปอร์ตเพื่อจองนะครับ หากรู้เวลาขากลับที่แน่นอน สามารถบอกให้พนักงานที่เคาท์เตอร์สำรองที่นั่งเรือเที่ยวขากลับไว้ก่อนได้ครับแล้วค่อยชำระเงินค่าตั๋วขากลับที่ท่าเรือบนเกาะก่อนลงเรือกลับมาครับ ส่วนผมซื้อตั๋วรอบ 8.00 น. ใช้เวลาอยู่บนเรือเฟอร์รี่ประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งก็ถึงเกาะครับ


ตารางเรือรูปนี้ผมถ่ายมาจากท่าเรือบนเกาะครับ มีระบุรอบเรือทั้งจากท่าคังนึง อุลลึง และด๊กโด ดูได้จากคอลลัมน์ตามแถบสีส้ม ส่วนคอลลัมน์ซ้ายสุดสีฟ้าจะระบุรอบเรือในแต่ล่ะช่วงเวลาของปี เช่น ในกล่องสีฟ้าบนสุด จะใช้สำหรับตารางเรือช่วงเดือน 2 วันที่ 28 ไปจนถึง เดือน 3 วันที่ 29 และช่วงเดือน 10 วันที่ 22 ไปจนถึง เดือน 11 วันที่ 18 ในขณะที่คอลลัมน์ขวาเล็กๆ ถัดมาจะบอกวันในสัปดาห์ ไล่จาก จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์เสาร์อยู่ด้วยกัน และอาทิตย์ครับ (มีหกช่อง)


รูปจุดซื้อตั๋ว ท่าขึ้นเรือ และตั๋วเรือครับ

ท่าเรือหลักบนเกาะอุลลึงโดมีสองท่าคือ "โดดงฮัง" (Dodong-Hang) และ "ชอดงฮัง" (Jeodong-Hang) โดยเรือที่ออกจากคังนึงจะจอดที่ท่าเรือชอดง ในขณะที่เรือจากท่าอื่นๆ จะจอดที่ท่าโดดง ท่าเรือโดดงจึงเป็นเหมือนใจกลางของเกาะที่รวมทุกอย่างไว้มากที่สุด ทั้งร้านอาหาร ที่พัก การเดินทางสาธารณะ และจุดชมวิวทะเล เช่น ทางเดินริมทะเลแฮงนัม (Haengnam Seaside Walk) หรือกระเช้าขึ้น Dokdo Observatory

เนื่องจากที่พักของผมอยู่ในเขตโดดง แต่ดันขึ้นจากเรือที่ท่าชอดง ทำให้ต้องเดินทางต่ออีกทอดนึง ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะขึ้นรถเมล์ จึงตัดสินใจเดินไปรอที่ป้ายรถเมล์ห่างจากจุดลงเรือประมาณ 200-300 ม. รออยู่ประมาณ 20 นาที จึงเปลี่ยนใจมาโบกแท็กซี่ครับ เนื่องจากมีสัมภาระติดตัวและเช็คดูจากแผนที่แล้วระยะทางไม่ไกลมากประมาณ 3 กม. น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่ายืนรอรถเมล์ต่อไป เพราะกลัวว่าถ้าดวงซวยอาจต้องรอนานสุดถึง 50 นาที ตามช่วงระยะห่างระหว่างคันของรถเมล์บนเกาะที่ประมาณ 40-50 นาทีต่อคัน (ตอนแรกยังอ่านตารางเวลาบนป้ายรถไม่เป็น) สำหรับค่าแท็กซี่บนเกาะถือว่าไม่แพงมากครับ ถ้าไปเที่ยวกันซักสามสี่คนแล้วเน้นความสะดวกเป็นหลัก ผมแนะนำให้โบกแท็กซี่เลยครับ ค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 2,800 KRW และเพิ่มขึ้นตามระยะทางในเรทเดียวกันกับที่โซล จากชอดงไปโดดง ผมจ่ายค่ารถไปประมาณ 4,700 KRW หรือประมาณ 130 บาท ข้อสังเกตุนิดนึงคือ แท็กซี่บนเกาะจะเป็นรถ 4wd ทั้งหมด ซึ่งต่างจากแท็กซี่ในเมืองอื่น เนื่องจากเส้นทางบนเกาะส่วนใหญ่เป็นเขาและมีจุดคดเคี้ยวค่อนข้างเยอะครับ


จริงๆ ที่เห็นในรูปนี่ผมรอผิดที่ครับ ผมดันไปรอป้ายรถเมล์เส้นที่ลงมาจากน้ำตก แทนที่จะไปรอป้ายที่วิ่งเส้นหลักระหว่างเมือง รอบเลยไม่เยอะ รอนานจนเปลี่ยนใจขึ้นแท็กซี่เลยครับ

ข้อแนะนำเพิ่มเติม คือ ทันทีที่ขึ้นจากเรือนะครับ อย่าลืมเดินไปหยิบแผนที่และตารางรถเมล์บนเกาะที่ Tourist Information ซึ่งเป็นอาคารไม้หลังเล็กๆ อยู่ในรัศมีไม่เกิน 100 เมตรจากทั้งสองท่าเรือ ในแผ่นพับมีข้อมูลแนะนำการท่องเที่ยว แบ่งออกเป็นสามเขตใหญ่ คือ 1. เขตพุกมยอน (Buk-Myeon) อยู่ด้านบนของเกาะและเป็นจุดต่อรถเมล์ที่เมืองชอนบู (Cheonbu) 2. เขตอุลลึงอึบ (Ulleung-Eup) ที่ตั้งท่าเรือชอดง/โดดง และ 3. เขตซอมยอน (Seo-Myeon) อยู่ด้านตะวันตกของเกาะ นอกจากนี้ ในแผ่นพับยังมีตารางรถเมล์ระบุเวลาทั้งขาไปและขากลับของเส้นทาง ชอดง-โดดง เส้นทางเลียบริมเกาะทางด้านซ้ายจนสิ้นสุดที่เมืองชอนบูและเส้นทางจากชอนบูไปยังเกาะควันอึมโด (Gwan-Am-Do) สิ่งที่ลำบากอย่างนึงในการขึ้นรถประจำทางบนเกาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ คือตารางเวลาและป้ายหน้ารถเมล์ที่เขียนเป็นภาษาเกาหลีทั้งหมด เพราะฉะนั้น ควรเตรียมตัวเรื่องชื่อของสถานที่สำคัญเป็นภาษาเกาหลีให้พร้อม หรือจะขอให้ Tourist Information ช่วยเขียนคำอ่านเป็นอังกฤษกำกับไว้บนตารางเวลาให้ก็ได้ครับ ถ้าพออ่านคำเกาหลีออกบ้างจะสะดวกขึ้นเยอะเลยล่ะครับ




โปรแกรมท่องเที่ยววันแรกหลังจากเก็บของเข้าที่พักแล้ว คือการเดินเที่ยวชมชายทะเลทั้งสองด้านของท่าเรือโดดงครับ ถ้าเราหันหน้าออกจากท่าเรือไปยังทะเล ฝั่งซ้ายมือคือเส้นทางแฮงนัม (Haengnam Seaside Walk) ในขณะที่ขวามือจะเป็นทางสั้นๆอมีร้านอาหารทะเลแบบยังเป็นๆ อยู่ประมาณสามสี่ร้าน เหมาะสำหรับคนที่อยากจิบโซจูแกล้มซาซิมิ รับลมทะเลสวยๆ ผมเริ่มเดินเที่ยวจากเส้นทางสั้นด้านขวามือก่อน ซึ่งใช้เวลาไปกลับเพียง 15-20 นาที จากนั้นค่อยไปต่อที่เส้นทางแฮงนัมครับ


ทางเดินริมทะเลทางด้านขวาของท่าเรือ

มองกลับมายังท่าเรือ

ทางเดินแฮงนัมเป็นทางเดินริมทะเลเชื่อมต่อระหว่างท่าเรือโดดงและชอดง แบ่งเป็นสองส่วนด้วยกัน ในส่วนแรกที่ออกเดินทางจากโดดงจะมีลักษณะเป็นเขาหินและถ้ำที่เกิดจากการเซาะของน้ำทะเลให้ชมตลอดทาง ใช้เวลาเดินราว 30 - 40 นาที จะถึงทางสามแยกที่เชื่อมต่อไปยังทางเดินส่วนที่สอง มุ่งหน้าไปยังท่าเรือชอดง หรือสามารถแยกไปชมวิวจากประภาคารบนเขา (ไม่สูงมาก) ที่สามารถมองเห็นวิวของทางเดินช่วงที่สองและท่าเรือชอดงอย่างชัดเจน (เป็นหนึ่งในวิวจุดขายของเส้นทางเดิน)



ทางเดินในช่วงแรก

ในระหว่างที่เดินถึงทางแยกดังกล่าว ผมตัดสินใจเดินต่อไปยังเส้นทางช่วงที่สอง มุ่งหน้าไปทางท่าเรือชอดง โดยไม่แวะไปประภาคาร แต่พอเดินไปสักพักก็พบว่าทางเดินในส่วนที่สองนั้นมีสะพานขาดและปิดใช้ชั่วคราว ไม่สามารถเดินต่อไปถึงท่าเรือชอดงได้ ทำให้ต้องเปลี่ยนแผน เดินกลับไปจุดชมวิวบนประภาคารแทน จากนั้นก็เดินกลับมายังโดดงด้วยเส้นทางเดิมและจบการท่องเที่ยวในวันแรกครับ


วิวจุดขายของเส้นทางแฮงนัม

》》》ต่อด้านล่างนะครับ
ชื่อสินค้า:   Ulleungdo เกาะอุลลึงโด
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่