[SR] รีวิวสีไม้ MasterArt Master Series และ Renaissance

การรีวิวครั้งนี้ เป็นการรีวิวแบบ Sponsor ซึ่งการรีวิวครั้งนี้ อาจจะต้องใช้วิจารณญาณในการอ่าน อาจจะมีคำที่ผิดพลาดหรือความไม่ถูกต้องในการรีวิวครั้งนี้ ผมต้องขออภัยหากมีข้อมูลไม่ถูกต้องมา ณ ที่นี้ด้วย

สวัสดีครับ วันนี้ทาง DHAS ได้ติดต่อมาหาผมให้รีวิวสีไม้ MasterArt Master Series และ Renaissance 100 สีรุ่นใหม่ จึงได้ทำการจัดส่งสีไม้เพื่อให้ผมไปวาดรูปและรีวิวสีไม้รุ่นที่ทาง DHAS จัดส่งมาให้ผม
ผมใช้เวลามากถึง 3 สัปดาห์ในการวิจัยสีไม้ทั้ง 2 รุ่นและเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่น ตอนนี้ผมจะมาริวีวสีไม้ MasterArt Master Series แบบละเอียดกัน

MasterArt Master Series
สีไม้รุ่นนี้เป็นสีไม้จัดอยู่ในกลุ่มระดับ student ในราคาที่ย่อมเยา สามารถหาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง ปัจจุบันตอนนี้มีสูงสุดแค่ 72 สี และแบบ 100 สีคาดว่าจะออกประมาณเดือนกรกฏาคมนี้ ทาง DHAS ก็ได้จัดส่งรุ่น pre-release แบบเฉพาะสีมา ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าจะวางจำหน่ายในร้านเครื่องเขียนทั่วไปประมาณเดือนกรกฏาคมที่จะถึงนี้รึเปล่า
สีไม้รุ่นนี้ให้ต้องการความรู้สึกถึงความเป็น “Master” ให้ได้มากที่สุด ผมได้ลองเปิดกล่องนี้ขึ้นมา การเปิดเพื่อจะเอาถาดสีชั้นบนออกมาอาจจะไม่สะดวกบ้างเพราะหน้าต่างบนตัวหน้ากล่อง แต่ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
ต่อมา ผมใด้หยิบสีขาวมาตรวจสอบโครงสร้างของแท่งสีไม้รุ่นนี้กัน
คุณภาพของตัวแท่งสีไม้รุ่นนี้จะเป็นแท่งหกเหลี่ยม ขนาดรอบตัวด้ามเป็น 7.5 mm. ขนาดของหัวใส้เป็น 3.3 mm. พื้นผิวสัมผัสของตัวแท่งจะออกด้านๆ ส่วนฉลากของตัวด้ามจะบอกชื่อสีแบบเข้าใจง่าย ชื่อยี่ห้อ และชื่อรุ่น แต่ไม่มีรหัสสี บาร์โค้ด และค่า lightfastness (ค่าทนทานสีต่อแสง)
ส่วนคุณภาพของตัวไม้จะดูเปราะๆ แต่ไม่มาก ผมได้ใช้เหลากบที่ให้มาในกล่องมาลองเหลาสีขาวเป็นครั้งแรกให้ดู
ตอนเวลาเหลา ผมรู้สึกจะต้องใช้แรงเล็กน้อยเพราะตัวไม้ของแท่งและตอนเหลาเสร็จก็จะออกมาเป็นแบบนี้
ต่อมา ผมขอวาด Elsa จาก Frozen โดยใช้สีไม้รุ่นนี้กับกระดาษยี่ห้อเดียวกันที่ใช้ในการรีวิวครั้งก่อนหน้านี้
ผมเริ่มวาดรูปโดยเริ่มจากดวงตาก่อน ปรากฏว่าสีสดดีครับ โดยเฉพาะสีเข้มๆ แต่ตอนที่ผมระบายฝั่งสีอ่อนๆ โดยเฉพาะสีผิว สีจะไม่สด ดูซี๊ดๆ พอผมจะลองระบายกับสีเข้มๆ แล้วมาลองเกลี่ยสีดู ปรากฏว่าสีเข้มเกลี่ยกับสีอ่อนจะไม่สะดวกและยากกับการเกลี่ยสี
ผมวาดรูปไปสักพักนึง ปรากฏว่าสีไม้รุ่นนี้เป็น Wax-based
ผมวาดจนสุดความสามารถแล้วครับ แม้ผมจะใช้กระดาษยี่ห้อเดียวกันที่ใช้ในการรีวิวครั้งก่อนหน้านี้
บริเวณบางจุดที่ผมวาดผิดไป ผมก็ใช้ยางลบธรรมดามาลบส่วนที่ผิดพลาด ตรงสีอ่อนลบได้สะอาดดีครับ แต่ส่วนสีเข้มๆ จะไม่สะดวกในการลบ
ผมได้พยายามในการวาดตรงทรงผมของ Elsa ซึ่งมีบริเวณที่จะต้องใช้สีขาวเป็นหลัก ผมได้ใช้สีขาวเกลี่ยบริเวณเส้นผมสีเหลือง ปรากฏว่าสีขาวที่ระบายออกมาไม่ดีมากนัก

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
เสร็จแล้วครับภาพนี้ แต่ผมรู้สึกว่าสีไม้รุ่นนี้จะไม่สะดวกในการระบายสีกับภาพประเภท Portrait แบบจริงจัง แต่จะเหมาะกับภาพการ์ตูนแบบเรียบง่าย หรือภาพที่ไม่จำเป็นต้องเกลี่ยสีเป็นหลัก
ส่วนราคาก็โดยเฉพาะ 72 สีจะอยู่ที่ 350-420 บาท แล้วแต่สาขาในร้านเครื่องเขียน ส่วน 48 สีจะตกอยู่ที่ 150-190 บาทครับ
ข้อดีก็คือ สีสดดีโดยเฉพาะฝั่งสีเข้มๆ ใส้ไม่หักง่าย และราคาก็ถูกอีกด้วย แต่ข้อเสียก็คือ สีจะไม่ค่อยสดโดยเฉพาะฝั่งสีอ่อนๆ เหลาสีไม่ค่อยสะดวก ลบสีเข้มๆ ไม่ค่อยสะดวก และสีขาวระบายไม่ค่อยออก
เหมาะสำหรับนักเรียนที่มีทุนไม่มาก แต่ได้สีคุณภาพดีและราคาไม่แรง

คะแนน: 7.5/10

Renaissance Artists’ Coloured Pencil
ต่อไป ผมจะมาริวีวสีไม้รุ่นนี้กัน เป็นสีไม้จัดอยู่ในกลุ่มระดับ artists ในราคาที่เขยิบขึ้นมาพอสมควร ปัจจุบันตอนนี้รุ่น 72 สี และรุ่น 100 สีเพิ่งวางจำหน่ายในร้านเครื่องเขียนทั่วไปแล้ว ทาง DHAS ก็ได้จัดส่งรุ่น 100 สีมาให้ผมรีวิวอีกครั้งเพื่อหาจุดที่เปลี่ยนแปลงจากรุ่น 24 สี
สีไม้รุ่นนี้ให้ความรู้สึกถึงความเป็น “อิตาลี่” ให้ได้มากที่สุด ผมได้เปิดกล่องนี้มา ข้างในจะมี 3 ถาด ถาดบนจะมี 33 สี เหลากบ 2 อัน ถาดกลางจะมี 33 สีเช่นกัน และถาดล่างจะมี 34 สี
ดีไซน์ตัวกล่องและตัวแท่งดินสอจะดูคล้ายกันกับยี่ห้อ Marco Renoir แต่ต่างกันที่ลายกล่องและแท่งดินสอ
ต่อมา ผมใด้หยิบสีขาวมาตรวจสอบโครงสร้างของแท่งสีไม้รุ่นนี้กัน
คุณภาพของตัวแท่งสีไม้รุ่นนี้จะเป็นแท่งกลม ขนาดรอบตัวด้ามเป็น 7.5 mm. ขนาดของหัวใส้เป็น 3.7 mm. พื้นผิวสัมผัสของตัวแท่งจะออกลื่นๆ ส่วนฉลากของตัวด้ามจะบอกชื่อยี่ห้อ รหัสสี บาร์โค้ด คำว่า “colour” และ “ARTIST QUALITY” แต่จะไม่บอกชื่อสีและค่า lightfastness (ค่าทนทานสีต่อแสง)
ส่วนคุณภาพของตัวไม้จะดีมากและน่าจับ ไม้ไม่เปราะและเหลาง่าย ส่วนเหลากบที่ให้มาในกล่องจะให้มา 2 อัน หน้าตาจะดูคล้ายกับเหลากบที่ให้มาในรุ่น MasterArt
ต่อมา ผมขอวาด Judy Hopps จาก Zootopia โดยใช้สีไม้รุ่นนี้กับกระดาษยี่ห้อเดียวกันที่เพิ่งใช้กับภาพ Elsa กัน
ผมเริ่มวาดรูปโดยเริ่มจากดวงตาก่อน ปรากฏว่าสีสดดีมากครับ ทั้งสีอ่อนและสีเข้ม
ผมวาดรูปไปสักพักนึง ปรากฏว่าสีไม้รุ่นนี้เป็น Wax-based จริงๆ
ผมได้วาดมาถึงส่วนหูกระต่าย ซึ่งเป็นจุดพีคสำหรับภาพนี้แล้ว เนื่องจากผมลงน้ำหนักสีผิดพลาด จึงมีการเกลี่ยสีอยู่บ่อยครั้งประมาณ 4-5 ครั้งและหลังจากนั้นก็เกลี่ยไม่ลงทำให้ผมตัดสินใจลบด้วยยางลบแล้วลองเกลี่ยอีกครั้งนึงอย่างระมัดระวัง
ต่อมาผมได้ลองใช้สีขาวมาวาดใบหน้า Judy ดูปรากฏว่าสีขาวที่ระบายออกมาไม่ค่อยดีมากนัก

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
เสร็จแล้วครับภาพนี้ โดยรวมผมรู้สึกว่าสีไม้รุ่นนี้จะสะดวกในการระบายสีกับภาพประเภท Portrait แบบจริงจัง แต่ไม่ควรเกลี่ยสีบ่อยๆ หรือระบายหนาๆ มากเกินไป แล้วพยายามเกลี่ยสี อาจจะแก้ไขผลงานยาก
สรุปแล้วสีไม้รุ่นนี้ที่ผมให้มาเป็น Wax-based จริงๆ ไม่ใช่ Oil-based ความรู้สึกการวาดจะแตกแต่งจากรุ่น 24 สีที่รีวิวก่อนหน้านี้อยู่บ้าง
ส่วนราคาก็โดย 72 สีจะอยู่ที่ 1,650 บาท ส่วนราคาก็โดย 100 สีจะอยู่ที่ 2,200 บาทครับ
ข้อดีก็คือ ให้สีสดมากเกือบทุกสี ใส้แข็งแรงไม่หักง่าย กล่องดีไซน์สวยมาก แท่งสีไม้ดูสวยงามน่าจับต้อง และดูมีความเป็น artist สูง แต่ข้อเสียก็คือ การเกลี่ยสีอาจไม่สะดวกในบางสี ไม่มีค่า lightfastness ให้ดู (สีจะเริ่มดูซื้ดจางเมื่อภาพเก็บไว้เป็นเวลานาน) หัวของแท่งที่บ่งบอกสีบางสีจะไม่ตรงกับสีที่ระบายออกมาแบบ100% และปัจจุบันยังขายแยกแท่งสูงสุดแค่ 48 สีเท่านั้น

คะแนน: 9/10

การรีวิวเสร็จแล้วครับ ต่อไปจะกลับมา Consumer Review อีกครั้งโดยการรีวิวสีไม้อีกหลายยี่ห้อที่ยังไม่ได้ทำการรีวิว ยังไงก็สามารถชมผลงานเรื่อยๆ ได้ทาง Instagram http://instagram.com/thomas_lucitor และ Time-lapse บน YouTube https://www.youtube.com/channel/UC2Xv95YRqqFEEy2QZFCCPDg
ชื่อสินค้า:   สีไม้ MasterArt Master Series และ Renaissance
คะแนน:     

SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - ได้รับสินค้าหรือบริการมาใช้รีวิวฟรี โดยไม่ต้องคืนสินค้าหรือบริการนั้น
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่