ขอพื้นที่ระบายปัญหาชีวิตของเราหน่อยนะคะ

ตอนนี้เครียดมากไม่รู้จะไประบายที่ไหน ขออนุญาติใช้พื้นที่ในพันทิปแล้วกันนะคะ คือวันนี้ปัญหามันเข้ามาพร้อมกันจนเรางงไปหมด โดยเฉพาะเรื่องเงิน ถือเป็นปัญหาระดับโลกเลยก็ว่าได้

เราเพิ่งจะมาทำงานที่ต่างประเทศได้ไม่ถึงปี เงินเราก็ยังไม่ได้เป็นกอบเป็นกำ ทำงานมีรายได้แต่รายจ่ายก็ใช่ว่าจะไม่มี ย้อนกลับไปสมัยที่เรายังอยู่ไทย เราทำตัวไม่ได้เรื่องเอง งานการไม่ยอมทำ ขอเงินพ่อแม่ใช้ ขนาดเช่าคอนโดยังต้องเป็นภาระของพ่อกับแม่ เราใช้จ่ายเกินตัวเดือนละ 2-3 หมื่น บางเดือนก็4-5หมื่นเลยก็มี แต่พอมาตั้งสติคิดได้ก็เลิกทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต อีกทั้งพ่อกับแม่ก็แก่วัยใกล้เกษียณ อายุก็มากขึ้นทุกวันๆ เห็นทีเราจะทำตัวจมปลักถอยหลังเข้าคลองแบบนั้นมันคงไม่ดีต่อชีวิตและอนาคต

เราก็รวบรวมสปิริตทุกอย่าง งัดความสามารถที่มีอยู่ ต่อสู้กับอุปสรรคจนผ่านการสัมภาษณ์และได้มาทำงานอยู่ต่างแดน ยอมรับว่าค่าใช้จ่ายเริ่มแรกมันค่อนข้างสูงอยู่เหมือนกัน ซึ่งเราก็บอกกับพ่อแม่ของเราว่าจะพยายามตั้งใจทำงานและเก็บเงินให้ได้นะ

และตอนนี้เรามาทำงานยังไม่ถึงปี เงินก็พอมีพอใช้ค่ะ อาจจะยังมีเก็บไม่มาก แต่เราก็ไม่ได้รบกวนเงินทางบ้านแล้ว จากเมื่อก่อนตอนที่อยู่เมืองไทย เค้าต้องคอยส่งเงินมาให้ใช้เดือนละหลายหมื่น แต่พอมาอยู่ต่างประเทศ เราทำงานมีเงินเดือน แต่ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากินอยู่ ค่าเดินทาง จิปาถะอีก เราหาเองจ่ายเอง เพียงแต่ยังไม่ได้มีมากพอที่จะส่งกลับบ้าน อีกอย่างเราคิดว่าการที่เค้าไม่ต้องมานั่งส่งเงินให้เรา มันก็ช่วยลดภาระเค้าลงไปได้ อย่างเห็นๆ ก็เดือนละ 3 หมื่น

ถึงยังไม่ได้ให้เค้าใช้ แต่เราก็พยายามอุดรอยรั่วที่มันเคยมีให้หมดไป

แต่.. เปล่าเลย กลับกลายเป็นว่าพ่อเรามีหนี้เพิ่มขึ้น ล่าสุดเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้ เราเคยถามพ่อเราว่าเหลือหนี้อยู่เท่าไหร่ เค้าบอกตอนนี้บัตรเครดิตไปสั่งปิดหมดแล้วทุกใบ เหลือแค่ของธนาคารสีม่วง ที่ยังเหลืออยู่ 3 แสน ยืมป้า ยืมอาเรามาอีกคนละแสน สรุป.. 5 แสน

ตั้งแต่ทำงานมา 9 เดือน เราเคยขอพ่ออยู่แค่ 2 ครั้งในช่วงแรกๆ รวมกันประมาณ 4 หมื่นบาท และภายในระยะเวลา 6-7 เดือนให้หลังมา เราไม่ได้รบกวนเงินจากที่บ้านเลยแม้แต่บาทเดียว มีล่าสุดให้เค้าเอาเงินเข้าบัญชีที่ไทยให้ 1,000 บาท ย้ำนะคะว่า 1,000 บาท

วันต่อมาพี่ที่เป็นญาติกัน Video Call มาหาเรา แล้วถามเราว่าได้ส่งเงินให้ที่บ้านใช้บ้างรึเปล่า เลยบอกว่ายังไม่ได้ส่งไป พี่เราก็บอกต่อว่า พ่อเราไม่มีเงินเลยนะ และล่าสุดกำลังจะเอาโฉนดที่ดินบ้านไปจำนองแล้ว

และทางวงศาคณาญาติก็รุมด่าเราใหญ่เลยค่ะ ว่าทำไมเราเห็นแก่ตัว ไม่เลี้ยงดู ไม่สนใจพ่อแม่ เอาแต่ตัวเอง ..นี่คือดอกที่ 1 เรานี่หน้าชาไปหมด คิดในใจความผิดกูหรอวะเนี่ยที่ไม่ได้ส่งเงินไปให้

แล้วเค้าก็บอกว่าพ่อเราไม่มีเงินเหลือเลย ยืมหน้ายืมหลัง ทั้งป้า ทั้งอา ไหนจะหนี้บัตรเครดิตทุกธนาคาร บัตรอิออน เงินติดล้อ (ก็ยังมา) ซึ่งจำได้ว่าก่อนที่เราจะบินมาทำงานที่ต่างประเทศ แม่ซื้อทองให้เรา 1 บาท เป็นรางวัลกำลังใจที่เราสามารถหางานที่ต่างประเทศได้สำเร็จ เราต้องยอมถอดให้พ่อเอาไปขาย เพื่อไปเอารถออกจากไฟแนนซ์ กลายเป็นว่า 6-7 เดือนที่เราไม่ได้ส่งเงินกลับ แต่ก็ไม่ได้รบกวนเงินเค้าเลย กลายเป็นว่าพ่อเรามีหนี้ทะลุขึ้นไปเป็นล้าน ..และนี่คือดอกที่ 2

และทั้งหมดนี้แม่เราไม่รู้เรื่อง ถ้ารู้นะคะเค้าได้อาละวาดแน่ ขนาดเรามารู้ทีหลังเรายังทำอะไรไม่ถูกเลย ได้แต่ถามพ่อว่าทำไมหนี้ถึงเยอะขนาดนี้ เงินบำนาญเค้าก็มีใช้ทุกเดือน ไหนจะไปเป็นวิทยากรรับเชิญต่างๆ อีกหละ พ่อแม่ก็อยู่กันแค่ 2 คน  แม่เราก็รับราชการ มีเงินเก็บเป็นล้าน แต่พ่อไปแตะต้องไม่ได้ ซึ่งเราก็ไม่ช่วย เพราะมันคือมรดกก้อนสุดท้ายของเรา  และตอนนี้เค้าไม่ต้องมานั่งหมุนเงินกับค่าใช้จ่ายของเราเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ทำไมหนี้ถึงได้พุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว

หลังๆ มา พ่อกับแม่ก็ไม่ค่อยติดต่อมาหาเราสักเท่าไหร่ ยิ่งเราบอกไปว่ากำลังจะไปเที่ยวที่แคลิฟอร์เนียเป็นครั้งแรก ทุกคนดูไม่ตื่นเต้น ไม่ถามอะไรเราสักคำ ทั้งๆ ที่เงินตรงนี้มาจากการทำงานหาเงินของเราเอง

เราทำงานมาเกือบปี เพิ่งจะขอลาวันหยุดยาวไปพักผ่อน เพราะก่อนหน้านั้นเราทำงานตลอด เค้าให้ลาได้ แต่เราไม่ลา ทำงานมาเกือบปีเราไม่เคยลางานเพื่อ Take Vacation เลยแม้แต่วันเดียว และที่เราไปครั้งนี้ก็เพื่อไปฉลองวันเกิดให้กับตัวเอง ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ไปแคลิฟอร์เนียอีกเมื่อไหร่

ในแต่ละปีก็มีวันเกิดของเราก็มีแค่วันเดียวเท่านั้น มันแปลกตรงไหนที่เราอยากจะให้ของขวัญในวันพิเศษของตัวเองบ้าง


[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้


ตอนนี้เราถามพ่อไปแล้วว่าเรื่องหนี้นี่มันอะไรยังไง เป็นไปได้ไม่อยากให้เค้าไปพึ่งพาญาติเรา แล้วก็มาด่าๆเราลับหลัง เค้าคิดว่าเราคงรู้กันกับพ่อ แต่นี่เราได้ไม่รู้เรื่องอะไรเลย พอเดินมาถึงจุดนี้เราเข้าใจความรู้สึกของแม่เราที่สุดเลยว่าเป็นยังไง

เรารักพ่อเรามากนะ เราสนิทกับพ่อมากกว่าแม่ด้วยซ้ำ แต่ประเด็นที่เราหนักใจก็คือ ทำไมพ่อไม่ยอมบอก ไม่ยอมพูดอะไรให้เราฟังบ้าง พิมไปน้ำตาก็จะไหล ถ้าเค้าคิดว่าบอกเราแล้ว กลัวเราไม่สบายใจ ..แล้วเนี่ยเรามารู้ทีหลัง เราสบายใจหรอ? อยากให้เค้าคิดว่าเมื่อก่อนเราอยากได้อะไร เค้าก็ให้เรามาตลอด ถึงไม่มีก็พยายามหามาให้จนได้

แล้วถ้าเค้ามาพูดกับเราตรงๆ ทำไมเราจะให้เค้าไม่ได้ ที่เราไม่ส่งไปก็เพราะรู้ว่าเค้ามีเงินใช้ติดมือของเค้าอยู่แล้ว ซึ่งอยู่กัน 2 คน รายจ่ายจะมีทางไหนให้ต้องไปเสียเงินจนต้องเป็นหนี้ถึงล้าน เราเป็นลูกคนเดียวค่ะ ฉะนั้นตัดเรื่องค่าใช้จ่าย ค่าเล่าเรียน จิปาถะอย่างอื่นภายในบ้านออกไปได้เลย

ตอนแรกเราว่าจะไม่ขอต่อสัญญางานแล้วนะ อยากกลับไทยไปหางานทำใกล้ๆ บ้าน แต่พอมาเจอปัญหาสถานการณ์ที่บ้านเป็นแบบนี้ ก็คงต้องกัดฟันอยู่ต่อไปแล้วหละ ตอนนี้เรากลัวอย่างเดียวคือส่งเงินไปแล้วเค้าก็เอาเงินไปใช้จนหมด ยิ่งเราเห็นตัวเลขหนี้ที่พ่อเราไปสร้างไว้ ยิ่งทำให้เราคิดและตัดสินใจสู้เราเก็บเงินเองอยู่นี่ แล้วค่อยเอาเงินก้อนกลับบ้านไปให้เค้าทีหลังจะดีกว่ามั้ย?

หรือเราควรส่งไปให้เค้าสำรองเก็บไว้ใช้ทุกเดือน? หรือทางออกสุดท้ายเราควรจะบอกแม่ แต่เราก็สงสารทั้งพ่อทั้งแม่เลย ไม่อยากให้เค้ามานั่งทะเลาะผิดใจกัน เค้าก็มีกันอยู่แค่ 2 คน ไอ้เราเป็นลูกแถมอยู่ไกลช่วยอะไรไม่ได้อีก เพราะไม่รู้ว่าจะช่วยยังไง ตอนนี้พยายามใจเย็นและตั้งสติจัดการแต่ละเรื่องแต่ละปัญหาจนปวดหัวไมเกรนขึ้นหมดแล้ว


เราควรจะทำยังไงดีกับปัญหานี้ ใครพอมีวิธีการดีๆ แนะนำช่วยชี้ทางหาทางออกให้ทีเถอะค่ะ

ขอบคุณพันทิปสำหรับพื้นที่ที่ให้เราสามารถได้ระบายปัญหาของเราออกมานะคะ เพราะตอนนี้เครียดมาก ไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหนหรือว่าปรึกษาใครดี เหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ ถ้าเปลี่ยนปัญหาเป็นเงินได้ บอกเลยว่าตอนนี้เรารวยยิ่งกว่า บิล เกตต์ เสียอีก

ปล.ขอ Tag สุขภาพจิตด้วยนะคะ เพราะเครียดมากจริงๆ ค่ะ แต่ไม่ถึงกับขั้นหมกมุ่นว่าอยากตายนะคะ

ขอบคุณค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่