

หวัดดีครับพี่ๆน้องๆ ผมห่างหายไปจากการเขียนในห้องสินธรเกินครึ่งปี แต่ก็ยังเข้ามาอ่านอยู่บ่อยพอควร หลังๆ ตั้งแต่มีตลาดล่วงหน้าต่างๆ ให้เล่นได้ทั้งขาขึ้นและลง มีสภาพคล่องมากขึ้น มี block trade ให้เป็นทางลัดสู่ความรวย จะเห็นความดุเดือดจากการโพสท์กระทู้ต่างๆมากขึ้นเป็นธรรมดา ยอมรับหละว่าอ่านบ่อยๆแล้วเสียความมั่นใจสำหรับคนเล่นหุ้นขาเดียวแบบผม เพราะปกติจะต้องมีหุ้นถือลงทุนอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ถ้าจะให้มา short อะไรโน่นนี่ มันเหมือนทำร้ายจิตใจตัวเอง ที่ผ่านมาถ้าถือหุ้นในจำนวนที่ไม่สบายใจ ผมก็มักจะลดลงมาแบบไม่ต้องสนใจกับราคาของมันมาก
จนถึงตอนนี้ port ผมถือหุ้นอยู่ประมาณเกือบ 20% ของเงินลงทุน ลดลงมาเยอะในช่วงเดือนมีนาเพราะไปเที่ยวคิวบา เพราะที่นั่นเน็ทยังต้องไปเล่นที่จตุรัสกลางเมืองและซื้อคูปองมาขูด นึกถึงบ้านเราเมื่อก่อน แม้เดือนนี้เองก็มีขายออกเพิ่มบ้าง เรียกง่ายๆว่าคัทลอส ตัดนิ้ว ตัดแขนนั่นแหละ ตอนนี้กระจายอยู่ในหุ้นแค่ 4-5 ตัว จะว่าไปก็มีแค่1-2ตัวที่เรียกว่าติด ที่เหลือพอมีสภาพคล่องที่จะขายได้ แต่แน่นอน ขาดทุนมากน้อยตามตลาด แต่ตัวที่ถือเยอะ งบQ2 คงไม่ดี เพราะน่าจะต้องบุ๊คขาดทุนค่าเงิน แต่คงไม่ลด port มากกว่านี้แล้ว
ถ้าถามความเห็นตอนนี้ ผมมองเรื่องค่าเงินบาทเป็นหลัก ถ้าหยุดอ่อน ตลาดก็คงพอจะยืนได้ แถว33.2-33.4 น่าจะพอเป็นแนวต้าน เรื่องอเมริกากับจีน ทรัมป์เป็นนักธุรกิจที่ชอบต่อรอง เล่นแรงๆไว้ก่อน สุดท้ายน่าจะมีประนีประนอมกันได้ ปีที่แล้วใครจะคิดว่าทรัมป์จะได้มีโอกาสนั่งคุยกะคิมน้อย ทั้งๆที่ทวิตวันหละหลายๆหนว่าอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ ส่วนภาพระยะ 3-6 เดือน อยากให้ดูเรื่องนโยบายลดจนหยุดหว่านเงินเช่นพวก qe หรือการซื้อคืนพัทธบัตรโดยเฉพาะ euro zone และ japan ซึ่งทำให้สภาพคล่องส่วนเกินลดลงไปเรื่อยๆ อาจจะต้องทำให้เราเปลี่ยน valuation หุ้นกันใหม่ pe ตลาดที่ 15 อาจจะกลับมาแพงเหมือนในอดีตก็ได้นะ ระวังกันไว้หน่อยก็ดี
ส่วนตัวผมมีคุยกับนักลงทุนบางคน ก็มีนั่งทำการบ้านไว้ว่าตัวไหน ราคาไหน เราพอใจที่จะรับ ก็รอดูกันไป แต่หุ้นบางตัวที่เคยขึ้นไปแรงๆ เราไปซื้อกันที่ pe 70-80 อันนั้นใครติดข้างบนไกลๆขอให้ทำใจได้เลยว่ามันจะไม่กลับไปให้ออกในราคาทุนแน่นอน ผมมอง 1570+- คือจุดที่ก่อนขึ้นเมื่อปีก่อนคงพอจะหายใจหายคอได้บ้าง
ไว้มีอะไรเพิ่มจะมา update กันครับ
ตลาดช่วงนี้ในมุมมองของผม
หวัดดีครับพี่ๆน้องๆ ผมห่างหายไปจากการเขียนในห้องสินธรเกินครึ่งปี แต่ก็ยังเข้ามาอ่านอยู่บ่อยพอควร หลังๆ ตั้งแต่มีตลาดล่วงหน้าต่างๆ ให้เล่นได้ทั้งขาขึ้นและลง มีสภาพคล่องมากขึ้น มี block trade ให้เป็นทางลัดสู่ความรวย จะเห็นความดุเดือดจากการโพสท์กระทู้ต่างๆมากขึ้นเป็นธรรมดา ยอมรับหละว่าอ่านบ่อยๆแล้วเสียความมั่นใจสำหรับคนเล่นหุ้นขาเดียวแบบผม เพราะปกติจะต้องมีหุ้นถือลงทุนอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ถ้าจะให้มา short อะไรโน่นนี่ มันเหมือนทำร้ายจิตใจตัวเอง ที่ผ่านมาถ้าถือหุ้นในจำนวนที่ไม่สบายใจ ผมก็มักจะลดลงมาแบบไม่ต้องสนใจกับราคาของมันมาก
จนถึงตอนนี้ port ผมถือหุ้นอยู่ประมาณเกือบ 20% ของเงินลงทุน ลดลงมาเยอะในช่วงเดือนมีนาเพราะไปเที่ยวคิวบา เพราะที่นั่นเน็ทยังต้องไปเล่นที่จตุรัสกลางเมืองและซื้อคูปองมาขูด นึกถึงบ้านเราเมื่อก่อน แม้เดือนนี้เองก็มีขายออกเพิ่มบ้าง เรียกง่ายๆว่าคัทลอส ตัดนิ้ว ตัดแขนนั่นแหละ ตอนนี้กระจายอยู่ในหุ้นแค่ 4-5 ตัว จะว่าไปก็มีแค่1-2ตัวที่เรียกว่าติด ที่เหลือพอมีสภาพคล่องที่จะขายได้ แต่แน่นอน ขาดทุนมากน้อยตามตลาด แต่ตัวที่ถือเยอะ งบQ2 คงไม่ดี เพราะน่าจะต้องบุ๊คขาดทุนค่าเงิน แต่คงไม่ลด port มากกว่านี้แล้ว
ถ้าถามความเห็นตอนนี้ ผมมองเรื่องค่าเงินบาทเป็นหลัก ถ้าหยุดอ่อน ตลาดก็คงพอจะยืนได้ แถว33.2-33.4 น่าจะพอเป็นแนวต้าน เรื่องอเมริกากับจีน ทรัมป์เป็นนักธุรกิจที่ชอบต่อรอง เล่นแรงๆไว้ก่อน สุดท้ายน่าจะมีประนีประนอมกันได้ ปีที่แล้วใครจะคิดว่าทรัมป์จะได้มีโอกาสนั่งคุยกะคิมน้อย ทั้งๆที่ทวิตวันหละหลายๆหนว่าอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ ส่วนภาพระยะ 3-6 เดือน อยากให้ดูเรื่องนโยบายลดจนหยุดหว่านเงินเช่นพวก qe หรือการซื้อคืนพัทธบัตรโดยเฉพาะ euro zone และ japan ซึ่งทำให้สภาพคล่องส่วนเกินลดลงไปเรื่อยๆ อาจจะต้องทำให้เราเปลี่ยน valuation หุ้นกันใหม่ pe ตลาดที่ 15 อาจจะกลับมาแพงเหมือนในอดีตก็ได้นะ ระวังกันไว้หน่อยก็ดี
ส่วนตัวผมมีคุยกับนักลงทุนบางคน ก็มีนั่งทำการบ้านไว้ว่าตัวไหน ราคาไหน เราพอใจที่จะรับ ก็รอดูกันไป แต่หุ้นบางตัวที่เคยขึ้นไปแรงๆ เราไปซื้อกันที่ pe 70-80 อันนั้นใครติดข้างบนไกลๆขอให้ทำใจได้เลยว่ามันจะไม่กลับไปให้ออกในราคาทุนแน่นอน ผมมอง 1570+- คือจุดที่ก่อนขึ้นเมื่อปีก่อนคงพอจะหายใจหายคอได้บ้าง
ไว้มีอะไรเพิ่มจะมา update กันครับ