๑๗๙. สทฺธมฺโม ครุกาตพฺโพ.
ควรเคารพสัทธรรม.
องฺ. จตุกฺก. ๒๑๒๗.
“คนไม่ตาย ก็บอกว่าตายได้ ถึงแม้คนตาย จะบอกว่า ไม่ตาย! ก็ได้ เพราะสิ่งที่กังวลกันมากนั้นก็คือความดี, ความดีของเขามีหรือไม่ ความดีของเรามีหรือไม่ ที่จะสัมพันธ์เชื่อมโยงกันให้วัฒนาสถาพร จะใช้ความดี หรือจะใช้สิ่งไรเข้าแก้ไขช่วยกัน จะยกสิ่งใดเป็นสำคัญนั้น จะต้องดูว่า สิ่งใดคือสิ่งที่ชาวพุทธของเรา จะต้องเสียสละ จะให้ได้อะไรเป็นเครื่องระลึก เป็นสิ่งเพ่งสิ่งหวัง
ควรจะมีปรกติสุขอย่างไร ควรจะต้องมีปรกติเมื่อต้องเผชิญทุกข์ เผชิญเหตุการณ์ จะต้องทำอย่างไร, ประการเดียวเท่านั้น คือ จะต้องไม่ประมาท อัตภาพตัวเรา ตัวเขา ก็ต้องให้ได้ไว้ด้วยความไม่ประมาท ไม่ใช่ไม่ให้ และไม่ใช่ว่าจะไม่เสียสละ แต่เราจะต้องเสียสละโดยไม่เสียทีแก่ความบุ่มบ่าม ว้าวุ่น หรือเสียที เสียคุณค่าแก่ใจที่หลงเพ้อฟูมฟายไม่หยุด เพราะตัวความเสียสละตามบทชีวิตของเรานั้นจะต้องหมายถึง ความที่จะไม่เอนเอียง ความที่จะไม่คลอนแคลนอีกเลย ตลอดกาลเนืองนิจ ตลอดกาลอนาคต และตลอดไป
เราควรถือว่า เราได้รับการอบรม ได้เร่งเพียรภาวนา ได้รับการซ้อม ด้วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ เพื่อใจกายจะไม่มีสภาพ เพราะเสียสละสภาพ อันซึ่งเป็นสภาพที่มีทุกข์อยู่ไม่จบสิ้น, เราอยากจะใช้คำศัพท์ว่า ปริคณฺหาติ ในเมื่อนี้ หรือ ๒-๓ วันมานี้ ว่าอะไรคือการยึดถือ ว่าอะไรคือกำหนด ให้เราต้องสำรวจตนเอง ว่าเราไม่ตาย! แต่ว่าตายแล้ว ว่านั่น! เพราะการทำที่สุดแห่งชาติ และทำที่สุดแห่งนามมาแล้วอย่างไร ว่าปี ๒๕๐๐ กว่าพุทธกาลมา หากเราจะไม่ตายด้วย ก็เห็นแน่ว่า ก็จะต้องไม่ตายอยู่ในการศาสนา ในประการที่คำสอนของพระพุทธเจ้าประทานไว้แล้วว่า ไม่ให้มีใครตายได้เลย
พระพุทธเจ้าตรัสว่า “เมื่อไม่ได้ขึ้นท่าน้ำนี้ ก็ยังให้ได้มีท่าน้ำอีก ข้างหน้าโน้น” เพราะความประพฤติที่ถูกต้อง เพราะใจใฝ่ถึงแต่ความไม่ประมาท และเสียสละ, ซึ่งสติปัญญาตอนนี้ จะต้องให้รู้ว่า ทุก ๆ คนเราเดี๋ยวนี้ จะเสียสละกันอย่างไร เพื่อว่าจะให้เห็นทางออก และให้ได้เห็นแก่ความไม่ประมาทนั้น อันซึ่งเป็นสิ่งเพ่งสิ่งหวัง ที่ดี ในกาลครั้งนี้ ใครบ้าง ได้ต้องประพฤติตนเป็นอนุสรณ์ ที่ต่อไปจะไม่หลบลี้ หนีหายไป จากจิตใจ และวิธีการที่ทุก ๆ คนจะน้อมเอาไปใช้ ในการดำเนินชีวิต”
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
หิรัญญวดี
แม่น้ำสุดท้ายที่พระพุทธเจ้าเสด็จข้าม เมื่อเสด็จไปเมืองกุสินารา ในวันที่จะปรินิพพาน สาลวโนทยานของมัลลกษัตริย์ ที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน อยู่ริมฝั่งแม่น้ำนี้, ปัจจุบันเรียกแม่น้ำคัณฑักน้อย (Little Gandak) อยู่ห่างจากแม่น้ำคัณฑักใหญ่ไปทางตะวันตกประมาณ ๑๓ กิโลเมตร และไหลลงไปบรรจบแม่น้ำสรภู ซึ่งปัจจุบันเรียก Gogra
เป็นอนุสรณ์ ที่ต่อไปจะไม่หลบลี้ หนีหายไป จากจิตใจ
ควรเคารพสัทธรรม.
องฺ. จตุกฺก. ๒๑๒๗.
“คนไม่ตาย ก็บอกว่าตายได้ ถึงแม้คนตาย จะบอกว่า ไม่ตาย! ก็ได้ เพราะสิ่งที่กังวลกันมากนั้นก็คือความดี, ความดีของเขามีหรือไม่ ความดีของเรามีหรือไม่ ที่จะสัมพันธ์เชื่อมโยงกันให้วัฒนาสถาพร จะใช้ความดี หรือจะใช้สิ่งไรเข้าแก้ไขช่วยกัน จะยกสิ่งใดเป็นสำคัญนั้น จะต้องดูว่า สิ่งใดคือสิ่งที่ชาวพุทธของเรา จะต้องเสียสละ จะให้ได้อะไรเป็นเครื่องระลึก เป็นสิ่งเพ่งสิ่งหวัง
ควรจะมีปรกติสุขอย่างไร ควรจะต้องมีปรกติเมื่อต้องเผชิญทุกข์ เผชิญเหตุการณ์ จะต้องทำอย่างไร, ประการเดียวเท่านั้น คือ จะต้องไม่ประมาท อัตภาพตัวเรา ตัวเขา ก็ต้องให้ได้ไว้ด้วยความไม่ประมาท ไม่ใช่ไม่ให้ และไม่ใช่ว่าจะไม่เสียสละ แต่เราจะต้องเสียสละโดยไม่เสียทีแก่ความบุ่มบ่าม ว้าวุ่น หรือเสียที เสียคุณค่าแก่ใจที่หลงเพ้อฟูมฟายไม่หยุด เพราะตัวความเสียสละตามบทชีวิตของเรานั้นจะต้องหมายถึง ความที่จะไม่เอนเอียง ความที่จะไม่คลอนแคลนอีกเลย ตลอดกาลเนืองนิจ ตลอดกาลอนาคต และตลอดไป
เราควรถือว่า เราได้รับการอบรม ได้เร่งเพียรภาวนา ได้รับการซ้อม ด้วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ เพื่อใจกายจะไม่มีสภาพ เพราะเสียสละสภาพ อันซึ่งเป็นสภาพที่มีทุกข์อยู่ไม่จบสิ้น, เราอยากจะใช้คำศัพท์ว่า ปริคณฺหาติ ในเมื่อนี้ หรือ ๒-๓ วันมานี้ ว่าอะไรคือการยึดถือ ว่าอะไรคือกำหนด ให้เราต้องสำรวจตนเอง ว่าเราไม่ตาย! แต่ว่าตายแล้ว ว่านั่น! เพราะการทำที่สุดแห่งชาติ และทำที่สุดแห่งนามมาแล้วอย่างไร ว่าปี ๒๕๐๐ กว่าพุทธกาลมา หากเราจะไม่ตายด้วย ก็เห็นแน่ว่า ก็จะต้องไม่ตายอยู่ในการศาสนา ในประการที่คำสอนของพระพุทธเจ้าประทานไว้แล้วว่า ไม่ให้มีใครตายได้เลย
พระพุทธเจ้าตรัสว่า “เมื่อไม่ได้ขึ้นท่าน้ำนี้ ก็ยังให้ได้มีท่าน้ำอีก ข้างหน้าโน้น” เพราะความประพฤติที่ถูกต้อง เพราะใจใฝ่ถึงแต่ความไม่ประมาท และเสียสละ, ซึ่งสติปัญญาตอนนี้ จะต้องให้รู้ว่า ทุก ๆ คนเราเดี๋ยวนี้ จะเสียสละกันอย่างไร เพื่อว่าจะให้เห็นทางออก และให้ได้เห็นแก่ความไม่ประมาทนั้น อันซึ่งเป็นสิ่งเพ่งสิ่งหวัง ที่ดี ในกาลครั้งนี้ ใครบ้าง ได้ต้องประพฤติตนเป็นอนุสรณ์ ที่ต่อไปจะไม่หลบลี้ หนีหายไป จากจิตใจ และวิธีการที่ทุก ๆ คนจะน้อมเอาไปใช้ ในการดำเนินชีวิต”
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
หิรัญญวดี
แม่น้ำสุดท้ายที่พระพุทธเจ้าเสด็จข้าม เมื่อเสด็จไปเมืองกุสินารา ในวันที่จะปรินิพพาน สาลวโนทยานของมัลลกษัตริย์ ที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน อยู่ริมฝั่งแม่น้ำนี้, ปัจจุบันเรียกแม่น้ำคัณฑักน้อย (Little Gandak) อยู่ห่างจากแม่น้ำคัณฑักใหญ่ไปทางตะวันตกประมาณ ๑๓ กิโลเมตร และไหลลงไปบรรจบแม่น้ำสรภู ซึ่งปัจจุบันเรียก Gogra