สวัสดีค่า คือเรามีเรื่องคาใจอยู่สองเรื่องน่ะค่ะ จริงๆเราก็พยายามทำใจมานานแล้วนะ แต่มันก็รู้สึกร้อนลนอยู่ในใจอยู่เรื่อยเลย เรื่องมีดังนี้นะคะ
1. เรามีเพื่อนคนนึงค่ะ ก็สนิทกันระดับหนึ่ง เนื่องจากเป็นเพื่อนในกลุ่มและอยู่หอเดียวกันด้วย ปกติเวลาทำงานเราก็ชอบอยู่คนเดียว แล้วเพื่อนคนนี้เขาเป็นคนขี้กังวล(บวกกับขี้เหงามากกก) เขาก็ชอบโทรมาตอนเราทำงานอยู่ บางครั้งเรารำคาญก็บอกเขาตรงๆนั่นล่ะว่า วันนั้คุยได้นะ วันนี้ไม่ต้องโทรนะ ซึ่งเขาก็โอเค รับได้ แต่สิ่งที่เราเบื่อเพื่อนคนนี้มากๆคือ เขาชอบโทรมาบลัฟงานค่ะ ไม่ใช่เขาว่าเรานะ แต่เวลาที่ถามเรื่องงานทีไร เขาก็แบบ “โอ๊ยยย ทำไม่เสร็จ ไม่ดีเลย ไม่สวยอ่ะ อาจารย์ว่าแน่ๆ” เราก็แบบเข้าใจเขานะเพราะเขาขี้กังวล เราก็ให้กำลังใจเขาแหล่ะ ‘เออ ไม่หรอก แกทำสวยแล้ว ดูของเค้าสิ อาจารย์เขาไม่ว่าหรอก’ ทำนองนี้ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาแทบทุกครั้งคืออะไรรู้ไหมคะ? งานเพื่อนคนนั้นดีตลอด เสร็จกว่าเราด้วย แถมอาจาร์ยก็ให้คะแนนดี ซึ่งต่างกับเราที่แย่จริงๆ เราก็แบบ... แล้วเวลาเราขอความเห็นหรือบ่นงานตัวเองให้เขาฟัง เขาก็ไม่ค่อยสนใจ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เราพยายามมองเขาในแง่บวกนะว่า เขาคงไม่รู้จะพูดอะไรแหล่ะ แต่มีครั้งนึงที่เราคุยงานกับเขา เขาเล่าให้ฟังว่าไปขอให้รุ่นพี่ช่วยงานแต่อาจารย์ไม่ให้ อยากให้ทำเอง แล้วก็ถามว่า ทำไมอย่างเรา อาจารย์ให้ช่วยได้ เราก็ตอบว่า เรากากไง เขาก็เงียบไป ซึ่งเราก็ไม่เข้าใจเขาเหมือนกันว่าทำไมเงียบไป จะว่าไม่รู้จะตอบอะไรต่อก็ไม่น่าใช่อีก เราเริ่มรู้สึกว่ามันแหม่งๆล่ะนะ การกระทำเหล่านี้มันรู้สึกรบกวนเรามากๆ เราพยายามคิดว่าเขาถ่อมตัว แต่สุดท้ายมันไม่ใช่อ่ะ เราเข้าใจนะว่าเขาไม่ได้มีเจตนาจะมาบลัฟเราหรอก เขาแค่ต้องการคนระบาย แต่มันกลายเป็นว่าเขามาทำให้เรารู้สึกแย่โดยไม่รู้ตัว จนเราอยากจะเลิกคบกับเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ก็คิดว่ามันเกินไป ตอนนี้เราก็ทิ้งระยะห่างกับเขามาบ้างแล้ว แต่ยังคุยกันดีอยู่นะคะ
2.อันนี้เป็นเรื่องในบ้านค่ะ คือช่วงนี้เราปิดเทอม เนื่องจากเทอมที่ผ่านมาทำให้รู้ว่า เราควรไปเรียนพิเศษเสริมล่วงหน้าเพื่อเปิดเทอมมาจะได้เรียนในห้องเรียนเร็วขึ้นเพราะเราเป็นคนหัวช้า ต้องใช้เวลามากกว่าคนอื่น เราก็หาที่เรียนไว้สองอย่าง อย่างแรกคือสิ่งที่เราอยากเรียน เป็นความชอบและเป็นความฝันของเรา สองคือสิ่งที่เราต้องเรียนเพื่อให้ทันในห้องเรียน แล้วทีนี้ตารางเรียนสองอย่างนี้มันดันตรงกัน อันที่จริงคอร์สเรียนแรกเราจะไปเรียนตอนเปิดเทอมแล้วก็ได้ แต่เราจะต้องอดทนหน่อยเพราะมันจะหนักทั้งเรียนในห้องและเรียนเสริม ส่วนคอร์สที่สอง จริงๆรุ่นพี่และอาจาร์ยบอกว่าไม่ต้องเรียนก็ได้เพราะถ้าตั้งใจเรียนในห้องก็ได้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นไม่ใช่ว่าเราจะไม่เรียนนะคะ เราก็ยังหนักแน่นที่จะลงทั้งสองอย่าง แต่ปัญหาคือ ที่บ้านเราจะถามแต่คอร์สเรียนอันที่สอง แล้วเอาแต่บอกว่สคอร์สแรกไว้เรียนทีหลังก็ได้ ซึ่งเรายืนยันหนักแน่นเลยว่า”ไม่” เพราะว่ามันเป็นสิ่งมี่เราเฝ้ารอมาตลอด เป็นความฝันที่เราตั้งใจมากถึงมากที่สุด แต่เขาก็เอาแต่ถามถึงเรื่องคอร์สหลังอยู่ดี เราก็เข้าใจเขานะว่าเพราะมันจำเป็นในห้องเรียนมากกว่า แต่มันมาขัดกับความรู้สึกเราค่ะ คือเรามีปมในเรื่องนี้จริงๆ เล่าย้อนไปสมัยมัธยมตอนม.4 ตอนนั้นเราโดนบังคับให้เรียนพิเศษวิชาไบโอ ซึ่งนอกจากจะไม่ตรงกับสายที่เราเรียนแล้ว มันแทบไม่จำเป็นกับการสอบเข้ามหาลัยเลย(เรารู้ตัวเองตั้งแต่ม.4ว่าอยากเข้าอะไร) เราก็ไปเรียนแหล่ะ แต่เนื่องจากมันไม่ใช่สายที่เราเรียน ทำให้เราเรียนไม่รู้เรื่อง แล้วก็บอกเขาว่าไม่เรียนนะ เขาโกรธมากและว่าเราว่ามันเป็นความรู้ คนอุตส่าห์หาที่เรียนให้ไม่รู้จักเรียน มีโอกาสไม่ขวนขวาย ตอนนั้นเราเสียใจมากนะแต่เราก็เข้าใจว่าเขาหวังดี แล้วมีครั้งหนึ่งที่เราเรียนพิเศษที่หนึ่งไปเขาก็ไปหาข้อมูลมาเพิ่มเติมให้ แต่ก็ไม่วายที่จะทำใครคล้ายแบบเดิมซึ่งมันกลายเป็นปมในใจเราในเรื่องเรียนพิเศษคือ เราไม่อยากให้เขามายุ่งหรือรับรู้เพราะเขาจะชอบถามจ้ำจี้แต่กลับไม่ถามถึงสิ่งที่เราชอบว่าเราสนใจอะไรค่ะ แม้เรื่องมันจะนานแล้วก็จริงแต่พอตอนนี้เจออะไรคล้ายๆแบบนั้น เราจึงรู้สึกไม่ดีมากๆ แต่เขาก็ไม่ได้ห้ามเราเรียนสิ่งที่เราต้องการเพียงแต่ไม่ถามถึง
สักคำเฉยๆ
จากทั้งสองเหตุการณ์ที่เราบอกไปเราต้องการถามทุกคนว่าเราควรจัดการความคิดความรู้สึกยังไงไม่ให้คิดลบดีคะเพราะเรารู้แหละว่าสิ่งเหล่านี้เราปรับได้ที่ความคิดเราเองแต่เราไม่รู้ว่าเราจะต้องปรับยังไงค่ะ (กรณีแรกถ้าได้วิธีการจัดการด้วยการกระทำจะดีมาก) ขอบคุณทุกความเห็นล่วงหน้าค่ะ
อยากจัดการกับความคิดความรู้สึกตัวเองที่มีต่อปัญหาเหล่านี้ยังไงไม่ให้รู้สึกไม่ดี ดีคะ?
1. เรามีเพื่อนคนนึงค่ะ ก็สนิทกันระดับหนึ่ง เนื่องจากเป็นเพื่อนในกลุ่มและอยู่หอเดียวกันด้วย ปกติเวลาทำงานเราก็ชอบอยู่คนเดียว แล้วเพื่อนคนนี้เขาเป็นคนขี้กังวล(บวกกับขี้เหงามากกก) เขาก็ชอบโทรมาตอนเราทำงานอยู่ บางครั้งเรารำคาญก็บอกเขาตรงๆนั่นล่ะว่า วันนั้คุยได้นะ วันนี้ไม่ต้องโทรนะ ซึ่งเขาก็โอเค รับได้ แต่สิ่งที่เราเบื่อเพื่อนคนนี้มากๆคือ เขาชอบโทรมาบลัฟงานค่ะ ไม่ใช่เขาว่าเรานะ แต่เวลาที่ถามเรื่องงานทีไร เขาก็แบบ “โอ๊ยยย ทำไม่เสร็จ ไม่ดีเลย ไม่สวยอ่ะ อาจารย์ว่าแน่ๆ” เราก็แบบเข้าใจเขานะเพราะเขาขี้กังวล เราก็ให้กำลังใจเขาแหล่ะ ‘เออ ไม่หรอก แกทำสวยแล้ว ดูของเค้าสิ อาจารย์เขาไม่ว่าหรอก’ ทำนองนี้ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาแทบทุกครั้งคืออะไรรู้ไหมคะ? งานเพื่อนคนนั้นดีตลอด เสร็จกว่าเราด้วย แถมอาจาร์ยก็ให้คะแนนดี ซึ่งต่างกับเราที่แย่จริงๆ เราก็แบบ... แล้วเวลาเราขอความเห็นหรือบ่นงานตัวเองให้เขาฟัง เขาก็ไม่ค่อยสนใจ[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ การกระทำเหล่านี้มันรู้สึกรบกวนเรามากๆ เราพยายามคิดว่าเขาถ่อมตัว แต่สุดท้ายมันไม่ใช่อ่ะ เราเข้าใจนะว่าเขาไม่ได้มีเจตนาจะมาบลัฟเราหรอก เขาแค่ต้องการคนระบาย แต่มันกลายเป็นว่าเขามาทำให้เรารู้สึกแย่โดยไม่รู้ตัว จนเราอยากจะเลิกคบกับเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ก็คิดว่ามันเกินไป ตอนนี้เราก็ทิ้งระยะห่างกับเขามาบ้างแล้ว แต่ยังคุยกันดีอยู่นะคะ
2.อันนี้เป็นเรื่องในบ้านค่ะ คือช่วงนี้เราปิดเทอม เนื่องจากเทอมที่ผ่านมาทำให้รู้ว่า เราควรไปเรียนพิเศษเสริมล่วงหน้าเพื่อเปิดเทอมมาจะได้เรียนในห้องเรียนเร็วขึ้นเพราะเราเป็นคนหัวช้า ต้องใช้เวลามากกว่าคนอื่น เราก็หาที่เรียนไว้สองอย่าง อย่างแรกคือสิ่งที่เราอยากเรียน เป็นความชอบและเป็นความฝันของเรา สองคือสิ่งที่เราต้องเรียนเพื่อให้ทันในห้องเรียน แล้วทีนี้ตารางเรียนสองอย่างนี้มันดันตรงกัน อันที่จริงคอร์สเรียนแรกเราจะไปเรียนตอนเปิดเทอมแล้วก็ได้ แต่เราจะต้องอดทนหน่อยเพราะมันจะหนักทั้งเรียนในห้องและเรียนเสริม ส่วนคอร์สที่สอง จริงๆรุ่นพี่และอาจาร์ยบอกว่าไม่ต้องเรียนก็ได้เพราะถ้าตั้งใจเรียนในห้องก็ได้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นไม่ใช่ว่าเราจะไม่เรียนนะคะ เราก็ยังหนักแน่นที่จะลงทั้งสองอย่าง แต่ปัญหาคือ ที่บ้านเราจะถามแต่คอร์สเรียนอันที่สอง แล้วเอาแต่บอกว่สคอร์สแรกไว้เรียนทีหลังก็ได้ ซึ่งเรายืนยันหนักแน่นเลยว่า”ไม่” เพราะว่ามันเป็นสิ่งมี่เราเฝ้ารอมาตลอด เป็นความฝันที่เราตั้งใจมากถึงมากที่สุด แต่เขาก็เอาแต่ถามถึงเรื่องคอร์สหลังอยู่ดี เราก็เข้าใจเขานะว่าเพราะมันจำเป็นในห้องเรียนมากกว่า แต่มันมาขัดกับความรู้สึกเราค่ะ คือเรามีปมในเรื่องนี้จริงๆ เล่าย้อนไปสมัยมัธยมตอนม.4 ตอนนั้นเราโดนบังคับให้เรียนพิเศษวิชาไบโอ ซึ่งนอกจากจะไม่ตรงกับสายที่เราเรียนแล้ว มันแทบไม่จำเป็นกับการสอบเข้ามหาลัยเลย(เรารู้ตัวเองตั้งแต่ม.4ว่าอยากเข้าอะไร) เราก็ไปเรียนแหล่ะ แต่เนื่องจากมันไม่ใช่สายที่เราเรียน ทำให้เราเรียนไม่รู้เรื่อง แล้วก็บอกเขาว่าไม่เรียนนะ เขาโกรธมากและว่าเราว่ามันเป็นความรู้ คนอุตส่าห์หาที่เรียนให้ไม่รู้จักเรียน มีโอกาสไม่ขวนขวาย ตอนนั้นเราเสียใจมากนะแต่เราก็เข้าใจว่าเขาหวังดี แล้วมีครั้งหนึ่งที่เราเรียนพิเศษที่หนึ่งไปเขาก็ไปหาข้อมูลมาเพิ่มเติมให้ แต่ก็ไม่วายที่จะทำใครคล้ายแบบเดิมซึ่งมันกลายเป็นปมในใจเราในเรื่องเรียนพิเศษคือ เราไม่อยากให้เขามายุ่งหรือรับรู้เพราะเขาจะชอบถามจ้ำจี้แต่กลับไม่ถามถึงสิ่งที่เราชอบว่าเราสนใจอะไรค่ะ แม้เรื่องมันจะนานแล้วก็จริงแต่พอตอนนี้เจออะไรคล้ายๆแบบนั้น เราจึงรู้สึกไม่ดีมากๆ แต่เขาก็ไม่ได้ห้ามเราเรียนสิ่งที่เราต้องการเพียงแต่ไม่ถามถึงสักคำเฉยๆ
จากทั้งสองเหตุการณ์ที่เราบอกไปเราต้องการถามทุกคนว่าเราควรจัดการความคิดความรู้สึกยังไงไม่ให้คิดลบดีคะเพราะเรารู้แหละว่าสิ่งเหล่านี้เราปรับได้ที่ความคิดเราเองแต่เราไม่รู้ว่าเราจะต้องปรับยังไงค่ะ (กรณีแรกถ้าได้วิธีการจัดการด้วยการกระทำจะดีมาก) ขอบคุณทุกความเห็นล่วงหน้าค่ะ