แฟนเกย์(รับ)บอกเลิกไปมีแฟนผู้หญิง

กระทู้คำถาม
สวัสดีครับ จขกท มีเรื่องอยากจะระบายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตามกระทู้ที่ตั้งเลยครับ ขอเล่าย้อนไปตั้งแต่ต้นนะครับ
เราสองคนอายุห่างกัน 10 ปี เราสองคนตกลงกันเป็นแฟนกันเมื่อ 6  ปีที่แล้ว ตอนนั้นเขาเป็นนักเรียนม.ต้น ผมเป็นครูสอนในโรงเรียนแห่งเดียวกัน เขาเป็นตุ๊ดเด็กหน้าตาธรรมดา มีความประพฤติดี นิสัยน่ารัก ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ในตอนแรกๆผมก็เอ็นดูเขาเพราะเป็นเด็กนิสัยดี และดูเหมือนว่าเขาก็รู้สึกดีกับผม เราพัฒนาความสัมพันธ์คุยกันจนตกลงเป็นแฟนกันในวันที่ 1 มกราคม (ตอนนั้นเขาอยู่ม.2)  ในตอนที่คบกันตอนนั้นเราคบกันแบบไม่เปิดเผยคือไม่มีใครรู้ นอกจากเพื่อนตุ๊ดในกลุ่มที่เขาสนิทซึ่งก็เป็นลูกศิษย์ผมและเพื่อนของผมบางคน เราไม่แสดงออกชัดเจนแต่มีการรับส่งถึงบ้าน รับออกไปทานข้าว แต่อยู่ในขอบเขตที่เราทำได้ จนเขาขึ้นม.ปลาย ทางบ้านเขามีความจำเป็นต้องย้ายบ้าน ซึ่งบ้านหลังใหม่อยู่ห่างออกจากรร.ไปค่อนข้างไกล ทำให้เขาลำบากในการเดินทางมาเรียน เขาเลยไปอาศัยอยู่กับเพื่อนสนิท ซึ่งครอบครัวของเพื่อนก็ยินดีที่จะให้เขาเข้าไปอยู่ ด้วยความเกรงใจครอบครัวของเพื่อนเขา ผมจึงชวนเขามาอยู่ด้วยกัน(บ้านเช่า)  ซึ่งหลังจากที่ย้ายมาอยู่ด้วยเราก็ไม่ได้แสดงออกชัดเจนว่าเราเป็นอะไรกัน ครูหลายคนในรร.ก็รับรู้แค่ว่า เขามาอยู่กับผมเพราะบ้านเขาอยู่ไกลจากรร และเป็นเด็กในการปกครองของผม ผมก็กลายเป็นผู้ปกครองและผู้ดูแลไปโดยปริยาย ผมคอยดูแลหมดทุกอย่างทั้งค่าใช้จ่าย เสื้อผ้า อาหารการกิน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเรียนในช่วงม.ปลาย แต่ด้วยที่เขาเป็นเด็กที่น่ารัก ความประพฤติดีเขาจึงได้รับทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน ครอบครัวของเขาก็เริ่มรับรู้ว่าผมกับเขาคบกัน แต่ทางบ้านเขาก็รับได้และฝากผมดูแลเขา ผมก็ดูแลอย่างดี ต้องออกตัวก่อนว่าผมไม่ใช่คนหน้าตาดีและไม่ใช่คนรวยหรือมีตังค์มากมาย แต่ก็ดูแลอย่างเต็มที่ในที่เราทำได้ บอกเลยว่าตอนนั้นคิดแล้วว่าหวังพึ่งเขาในการดูแลกันไปจนตลอด เพราะเราสองคนต่างคนต่างก็เชื่อใจกัน ไว้ใจกัน อาจมีการหึงหวง ทะเลาะกันบ้างเป็นธรรมดาตามประสาคนเป็นแฟน แต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรมากมายด้วยความที่ผมเป็นผู้ใหญ่กว่าและเขาก็ยังเด็กแต่มีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่มาก เราผลัดกันดูแลและให้กำลังใจกันและกัน ยามเขาทุกข์เรื่องปัญหาทางบ้านผมก็กอดคอกันร้องให้ ยามผมเหนื่อยล้าจากการทำงานเขาก็คอยกำลังใจเสมอ ไม่สบายเราก็ผลัดกันดูแลคอยหาข้าวหายาให้กิน พาไปหาหมอ นอนเฝ้า เช็ดตัว คือดูแลกันอย่างดี คือเรารักกันดีมาก จนกระทั่งเขาจบม.6 และสอบได้มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในกรุงเทพ เราเริ่มห่างกันแต่ก่อนจะไปเรียนเราได้ให้คำสัญญาว่าต่างคนต้องซื่อสัตย์ต่อกัน จะไม่มีใครนอกใจกัน  ช่วงเวลาที่ห่างกันเขาติดต่อมาทุกวัน เขาโทมาร้องไห้เครียดเรื่องเรียน เรื่องรับน้องปัญหาต่างๆนานา ผมก็คอยให้กำลังใจและให้คำแนะนำเสมอ เขาจะทักแชทมารายงานตลอดว่ากำลังอะไร เสร็จแล้วจะไปไหนกับใคร คือรายงานทุกระเบียดนิ้ว และเช่นกันผมก็บอกตลอดว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่ เล่าเหตุการณ์ในแต่ละวันให้เขาฟัง นู้นนี้นั้นตามประสา โดยก็ยังบอกรัก บอกคิดถึงอยู่ทุกครั้งที่คุยกัน เมื่อปิดเทอมหรือมีวันหยุดยาวเขาจะกลับมาหาและมานอนค้างที่บ้านด้วยกันทุกครั้ง เพราะข้าวของและเสื้อผ้าของเขาอยู่ที่บ้านผมหมดเลย ผมไว้ใจเขาทุกอย่าง เหมือนโทสับผมก็ไม่มีการตั้งรหัสใดๆเลย แค่เลื่อนก็ปลดล๊อคได้เลยเพราะผมอยากให้เขาไว้ใจผมว่าผมไม่มีความลับและยังซื่อสัตย์กับเขาตลอด แต่สำหรับโทสับของเขาเขาจะตั้งรหัสอะไรซับซ้อนแต่ผมก็ไม่ได้สงสัยอะไรเพราะเชื่อใจและไว้ใจเขามาก ในช่วงปีหลังมานี้ เขากลับบ้านมาแต่จะไม่ค่อยนอนบ้านกลับผม บอกว่าขอไปนอนกับยายที่บ้านหรือไม่ก็ขอไปเมาแล้วนอนบ้านเพื่อน ผมก็อนุญาตเพราะเพื่อนเขาทุกคนก็ลูกศิษย์ผมในตอนเรียนมัธยม แต่มาพักหลังๆเขามีเพื่อนใหม่จากมหาวิทยาลัยใกล้บ้าน ผมเริ่มระแวงและรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงไปในบางพฤติกรรมเขาบางอย่าง แต่ก็ยังเชื่อใจเขามากกว่าเลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย  เพราะเขาก็ยังทักยังถามยังแคร์ความรู้สึกผมอยู่ ผมก็คิดในทางที่ดีเพราะเขาก็โตขึ้นต้องมีสังคมมีเพื่อนใหม่ๆมากขึ้น ด้วยความคิดแบบนี้ทำให้ผมไม่เคยระแวงในตัวเขาเลย จนกระทั่งวันที่ 1 เมษาที่ผ่านมา เขาชาจโทสับตั้งไว้ แล้วบังเอิญมีแชทเด้งขึ้นมา ชื่อแชทพิมพ์ว่า ที่รักของทู ผมเห็นแต่ก็ยังคิดในใจว่าคงจะเป็นพี่สาวหรือญาติๆเขา เพราะเคยเห็นเขาตั้งชื่อแชทของพี่สาวเขาว่า พี่สาวที่รัก เลยแกล้งถามเขาไปว่า ที่รักของทู ทักมา เขาเป็นใคร เขานิ่งไม่ตอบ ผมก็ถามย้ำอยู่หลายครั้งแต่เขาก็เงียบเหมือนเดิม ในใจผมตอนนั้นคือ คิดแล้วว่าโดนเข้าแล้ว มือชา ตัวชาไปหมด แต่ก็ยังไม่คาดคั้นถามเอาอะไรมากมาย เพราะมีเพื่อนเขาเต็มบ้าน หลังจากเพื่อนของเขาแยกย้ายกลับหมด ผมถาม ได้คำตอบมาว่าเป็นเพื่อนผู้หญิงที่มหาลัยที่กรุงเทพ เข้ามาจีบเลยคุยด้วยไปงั้นๆ ผมรู้สึกแย่มาก เครียดมาก แต่ทำไรไม่ถูก พอถามอะไรเขาเลือกที่จะเงียบไม่ตอบ เขาได้แต่ขอโทษ ขอโทษที่ทำแบบนี้ ได้แต่โทษตัวเองว่าเขา ยิ้มเอง เขาผิดเองที่ทำแบบนี้ ทำลายความรู้สึกดีๆของผมที่ให้เขามาตลอด ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำไงต่อ ได้แต่ร้องไห้เสียใจมาก เขาก็บอกว่ายังรักเหมือนเดิม ยังรู้สึกดีกับผมเหมือนเดิม ผมก็โอเคที่เขารู้สึกแบบนี้ แต่ในใจคือร้อนรุ่มมากเพราะต้องการอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร หลายวันต่อมาผมเลือกที่จะเงียบและไม่ถามต่อ จนกระทั่งคืนวันที่ 12 เมษาผมระบายความรู้สึกทั้งหมดให้เขาฟังจนเราทะเลาะกันและเงียบใส่กันทั้งคู่ นอนหันหลังให้กัน ไม่มีคำพูดจาใดๆกันเลย แต่ผมก็นอนไม่หลับคิดว่าจะเอาไงต่อ จนกลางวันวันที่ 13 เมษา เป็นวันสงกรานต์ที่เลวร้าที่สุดในชีวิตผม เขาเลือกที่จะบอกความจริงว่าผู้หญิงคนนั้นคือ เพื่อนที่เรียนอยู่ที่มหาลัยใกล้บ้าน ไม่ใช่เพื่อนมหาลัยที่กรุงเทพ เราถามต่อว่านานแค่ไหน ความสัมพันธ์ถึงขึ้นไหนแล้ว เขาเลือกที่จะเงียบ ไร้คำตอบ เราไม่รู้ว่าจะต้องทำไงต่อไป แต่เขายืนยันว่ายังรักและเหมือนเดิมกับผมทุกอย่าง จนค่ำวันนั้นเขาต้องเดินทางกลับไปกรุงเทพ ผมส่งเขาแค่ที่บ้านพี่สาวเขา เพราะพี่สาวเขาไปส่งต่อที่สนามบิน และในวันเดียวกันผมก็เลือกที่จะตามขึ้นไปกรุงเทพโดยที่ไม่ให้เขารู้ตัวเพราะยังค้างคาใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเลือกไฟต์บินตามหลังไปห่างกันไม่กี่นาที ผมถึงกรุงเทพตามหลังเขาประมาณครึ่งชั่วโมง พอถึงห้องพักผมรอให้มีคนเข้าคอนโดผมถึงจะขึ้นไปได้ เพราะมันเป็นประตูใช้ระบบคีย์การ์ด จนถึงหน้าห้องผมเปิดประตูเข้าไป(ประตูห้องเสียล็อคไม่ได้ ผมรู้เพราะเคยไปหลายครั้ง) สรุปว่าเขาพาผู้หญิงคนนั้นมาด้วยที่สำคัญคือมีการนัดแนะกันจองตั๋วเที่ยวเดียวกัน มาด้วยกันตั้งแต่แรก ผมช็อคทำอะไรไมถูก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก จะโวยวายก็ไม่ได้ เพราะห้องนั้นอยู่กันหลายคน มีรุ่นพี่ 1 คนและเพื่อนอีกเขา 2 คน(ลูกศิษย์ผมที่มาเรียนกรุงเทพด้วยก้น) แล้วบังเอิญว่าพ่อแม่และน้องชายของเพื่อนเขามาเที่ยวสงกรานต์และมาพักที่ห้องพอดี จึงทำให้ผมเลือกที่จะไม่ทำอะไร เขาเลือกให้ผู้หญิงคนนั้นออกไปนอนพักที่ห้องเพื่อนก่อน แล้วมาเคลียร์กับผม ตอนนั้นหัวใจผมแตกสลาย พังยับเยินมาก มันเหมือนในละครแต่มันคือเรื่องจริง ต่างคนต่างร้องไห้ใส่กัน เขายอมรับมาคบกับผู้หญิงคนนั้นมาเกือบปี โดยที่ผมไม่เคยรับรู้ และทุกครั้งที่เขาขอไปนอนบ้านญาติ หรือไปนอนห้องเพื่อน จริงๆแล้วเขาไปนอนห้องของผู้หญิงคนนี้ ผมถามคำถามไปหลายข้อแต่เขาเลือกที่จะเงียบ เท่านี้ก็ทำให้ผมรู้แล้วว่าคำถามที่ถามไปมันคือความจริงทั้งหมด ที่พีคกว่านั้นคือทุกคนที่เป็นเพื่อนเขา รู้หมด รับรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือแฟนเขา หลายคนรู้แต่ก็เลือกที่จะไม่บอก ผมรู้สึกว่าตัวผมโง่มาก ที่โดนหลอกคบซ้อนมาเกือบปี บทสรุปสุดท้ายคืนนั้น เขาให้คำตอบว่า เขาขอเลือกผู้หญิงคนนั้นเหตุผล เพราะ เขาอยากมีชีวิตแบบปกติ มีครอบครัวและอยากมีลูก ผมช็อคนิ่งไปทั้งตัว แล้วก็แบกเป้เดินออกมาจากห้อง แต่เขาก็ลงมาตามที่หน้าคอนโดให้ขึ้นกลับไปบนห้อง ผมไม่ขึ้นและนั่งอยู่หน้าคอนโดทั้งที่ก็ไม่รู้จุดหมายว่าจะไปไหน ร้องไห้จนแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก เขาก็ตามรุ่นพี่ลงมาและพาผมขึ้นกลับไปนอนพักที่ห้อง แต่ผมก็นอนไม่หลับหรอกครับ เอาแต่ร้องไห้และถามเขาว่าผมทำผิดอะไร เขาถึงเลือกคนใหม่ ในขณะที่เราต่างก็ร้องไห้ใส่กันเขาก็กอดผมตลอดเวลา ทำให้ผมลังเลว่าเขาตัดสินใจอะไรกันแน่ เขาบอกเขาเลือกคนใหม่ที่เป็นผู้หญิงแต่เขาก็ยังรักและเป็นห่วงความรู้สึกผม แต่บอกเลยว่าผมรักเขามากให้ทำใจคงยาก เอาไว้แค่นี้ก่อนเดี๋ยวมาต่อนะครับ  ทิ้งท้ายด้วยว่าอยากฟังความคิดเห็นของเพื่อนๆ มีความคิดเห็นยังไงกับ แฟนเกย์(รับ)บอกเลิกไปมีแฟนผู้หญิง
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่