เวลา 13.30 น. วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2561 นายบุญส่ง นับทอง ประธานสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมชาวสวนยางจังหวัดกระบี่ ได้ให้สัมภาษณ์ ว่า ตามที่นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเดินทางมาประชุมเพื่อขยายตลาดคู่ค้ายางพาราไทย ที่จะจัดขึ้นที่โรงแรมดุสิตธานี กระบี บีช รีสอร์ท จ.กระบี่ ระหว่างวันที่ 28 -30 มิถุนายน 2561 นี้ และจะลงพื้นที่ไปยังจังหวัดตรัง เพื่อไปดูการแปลรูปวัตถุดิบ และการผลิตยางแผ่นรมควัน มาตรฐาน จีเอ็มพี ยางเกรดพรีเมี่ยม และการผลิตยางอัดกัอน ซึ่ง ทราบว่าการจักการสัมมนาและการลงพื้นที่ จะเชิญ ทูตานุทูตที่ประจำประเทศไทย มาประชุมสัมมนา จาก 20 ประเทศ เรื่องนี้ถ้ารัฐบาลสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายก็จะเป็นการดี ประการสำคัญ ตนไม่อยากให้รัฐบาลสร้างความหวังให้กับเกษตรกรชาวสวนยางพารา เหมือนกับที่รัฐบาลเคยสร้างความหวังไว้กับเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ของจังหวัดกระบี่ หลายต่อหลายครั้งไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลย
นายบุญส่ง ได้กล่าวอีกว่า เมื่อก่อนหน้านี้ ทางนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาประกาศสร้างความเชื้อมันให้กับเกษตรกรชาวสวนยางพาราครั้งหนึ่งแล้ว ว่าจะดำเนินการปรับปรุงพัฒนาราคายางพารา ให้อยู่ในราคา กิโลกรัมละ 60-65 บาทให้ได้ จากวันที่ท่านรัฐมนตรีพูด จนถึงวันนี้มันก็เนิ่นนานมาพอสมควร และปัจจุบัน เกษตรกรชาวสวนยางพารายังขายน้ำยางสดอยู่ที่ ราคา กิโลกรัมละ 41- 42 บาท ยางแผ่นดิบชั้น 3 ราคา กิโลกรัมละ 42 บาท ยางกันถ้วย ราคากิโลกรัมละ 19-20 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวมันยังต่ำกว่าต้นทุนการผลิตของเกษตรกรอยู่อีกมาก เพราะว่าต้นทุนการผลิตของเกษตรกรชาวสวนยางพารานั้น อยู่ที่กิโลกรัมละ 49 บาท
ประธานเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ได้กล่าวเพิ่มอีกว่า ตนอยากจะให้รัฐบาลดำเนินการแก้ปัญหาเรื่องราคายางพาราให้กับเกษตรกรให้เร็วที่สุด ถ้าได้วันนี้ หรือพรุ่งนี้ ก็จะเป็นการดิ เพราะเกษตรกรชาวสวนยางพารา ประสบปัญหาเรื่องราคาผลผลิตตกต่ำมานาน 6 ปีเต็มๆ ไม่ได้รับความช่วยเหลือเลย ซึ่งการที่ทาง นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษจร และสหกรณ์ จะลงมายังจังหวัดกระบี่ และจังหวัดตรัง ในครั้งนี้นั้น ก็เป็นสิ่งที่ดี จะได้ให้ผู้แทนจากประเทศต่างๆ และผู้ประกอบการยางจากต่างประเทศ ที่สำคัญผู้นำเข้ารายใหม่ ที่มาประชุมสัมมนา ได้เห็นถึงคุณภาพ และมาตรฐาน ของยางพาราไทย ว่ามันได้มาตรฐาน และมีคุณภาพจริงๆ ต่อไปจะสามารถขายได้ในราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม เพราะปัจจุบันไทยเราได้ขายยางให้กับประเทศจีน ที่เป็นรายใหญ่อยู่แค่ประเทศเดียว แต่จีนซื้อยางไทยในราคาที่ถูกมากๆ รัฐบาลควรที่จะต้องหาประเทศผู้ค้ารายใหม่เพิ่มขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
JJNY : ปธ.เครือข่ายสวนยางฯ โอดราคาตก 6 ปีเต็ม รายใหญ่ขายได้แต่จีน ขอรัฐอย่าให้ความหวังแล้วช่วยไม่ได้
นายบุญส่ง ได้กล่าวอีกว่า เมื่อก่อนหน้านี้ ทางนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาประกาศสร้างความเชื้อมันให้กับเกษตรกรชาวสวนยางพาราครั้งหนึ่งแล้ว ว่าจะดำเนินการปรับปรุงพัฒนาราคายางพารา ให้อยู่ในราคา กิโลกรัมละ 60-65 บาทให้ได้ จากวันที่ท่านรัฐมนตรีพูด จนถึงวันนี้มันก็เนิ่นนานมาพอสมควร และปัจจุบัน เกษตรกรชาวสวนยางพารายังขายน้ำยางสดอยู่ที่ ราคา กิโลกรัมละ 41- 42 บาท ยางแผ่นดิบชั้น 3 ราคา กิโลกรัมละ 42 บาท ยางกันถ้วย ราคากิโลกรัมละ 19-20 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวมันยังต่ำกว่าต้นทุนการผลิตของเกษตรกรอยู่อีกมาก เพราะว่าต้นทุนการผลิตของเกษตรกรชาวสวนยางพารานั้น อยู่ที่กิโลกรัมละ 49 บาท
ประธานเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ได้กล่าวเพิ่มอีกว่า ตนอยากจะให้รัฐบาลดำเนินการแก้ปัญหาเรื่องราคายางพาราให้กับเกษตรกรให้เร็วที่สุด ถ้าได้วันนี้ หรือพรุ่งนี้ ก็จะเป็นการดิ เพราะเกษตรกรชาวสวนยางพารา ประสบปัญหาเรื่องราคาผลผลิตตกต่ำมานาน 6 ปีเต็มๆ ไม่ได้รับความช่วยเหลือเลย ซึ่งการที่ทาง นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษจร และสหกรณ์ จะลงมายังจังหวัดกระบี่ และจังหวัดตรัง ในครั้งนี้นั้น ก็เป็นสิ่งที่ดี จะได้ให้ผู้แทนจากประเทศต่างๆ และผู้ประกอบการยางจากต่างประเทศ ที่สำคัญผู้นำเข้ารายใหม่ ที่มาประชุมสัมมนา ได้เห็นถึงคุณภาพ และมาตรฐาน ของยางพาราไทย ว่ามันได้มาตรฐาน และมีคุณภาพจริงๆ ต่อไปจะสามารถขายได้ในราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม เพราะปัจจุบันไทยเราได้ขายยางให้กับประเทศจีน ที่เป็นรายใหญ่อยู่แค่ประเทศเดียว แต่จีนซื้อยางไทยในราคาที่ถูกมากๆ รัฐบาลควรที่จะต้องหาประเทศผู้ค้ารายใหม่เพิ่มขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้