สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องของการเป็น "ดาวที่โคจรรอบๆ" ให้ได้อ่านกันครับ
.
กาลครั้งหนึ่ง ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ของใครคนนี้
ผมพึ่งย้ายเข้ามาที่โรงเรียนแห่งนี้ตอน ม.4 สายวิทย์-คณิต ห้อง 2 เรียนไปสักพักได้รู้จักกับผู้หญิงคนนึง (ขอใช้ตัวย่อว่า n ) ผมเริ่มรู้จักเธอจากเพื่อนๆของผมที่เป็นเด็กเก่าของที่นี่ (อ่อ ที่นี่วิทย์-คณิต จะมีแค่ 2 ห้อง) บางครั้งพวกเราทั้ง 2 ห้อง จะได้ทำงานร่วมกันในหลายๆงานหลายๆโอกาส ซึ่ง n เธอเป็นผู้หญิงที่มีนิสัยค่อนข้างขี้หงุดหงิด,ขี้วีน,ชอบเหวี่ยงใส่คนรอบข้างและค่อนข้างเอาแต่ใจ ผมมักจะเห็น n โวยวายชักสีหน้าใส่เพื่อนคนอื่นๆเสมอ ด้วยเหตุนี้ทำให้ผมไม่ค่อยจะชอบ n สักเท่าไหร่ ตลอด ม.4 เทอม 1 ผมทะเลาะกับเพื่อนในห้องค่อนข้างเยอะจนในที่สุดผมจึงทำเรื่องย้าย ขอไปอยู่ห้อง 1
ม.4 เทอม 2 ...เกลียด...
เปิดเทอมวันแรกผมได้ไปอยู่ห้อง 1 กับเพื่อนสนิทอีกคนที่ย้ายมาด้วยกัน ห้อง 1 คือห้องวิทย์-คณิตห้องคิงซึ่ง n อยู่ห้องนี้ (ทุกคนอาจคิดว่าผมเริ่มชอบ n ตั้งแต่ตอนนี้ ลองอ่านต่อไปครับ) เมื่อผมมาอยู่ห้องนี้ได้เจอ n ทุกวัน ทำให้ได้เห็นทุกการกระทำคำพูดความคิดที่เขาแสดงออกต่อทุกคนแม้กระทั่งคุณครู การชอบด่าเพื่อนพูดแรงๆกับเพื่อนทำตัวต_แหลใส่เพื่อน และอีกมากมาย มีครั้งหนึ่งที่ n นั่งคุยกับเพื่อนอยู่ปกติผมก็มองเรื่อยๆไปรอบห้องบังเอิญไปสบสายตากัน จู่ๆเธอก็ด่าผม เสื_ก นั่นคือครั้งที่ทำให้ผม เกลียด n อย่างมาก เธอเริ่มโดนเพื่อนๆหลายคนแอนตี้ เพื่อนๆเริ่มต่อต้านขับไล่ จน n เหลือเพื่อนอยู่แค่ไม่กี่คน ผมก็คือ1ในแกนนำที่เกลียด n มากๆ
ม.5 เทอม 1 ...เปิดใจ...
พอขึ้นม.5 ก็เริ่มโตขึ้นอีกหน่อย ความคิดหลายๆอย่างก็เริ่มเปลี่ยน เรียนเริ่มยากขึ้น ปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ได้เต็มๆแล้ว มาที่ n ก็ยังคงทำตัวแบบเดิมนิสัยแบบเดิม แต่สิ่งที่แตกต่างจากปีก่อนก็คือ เราทั้งคู่เริ่มเข้าหากันบ้าง คุยกันบ้าง เล่นกันบ้าง จนในที่สุดกำแพงแห่งความเกลียดที่ก่อตัวในใจผม n ก็พังทลายมันลงอย่างง่ายดาย ผมเริ่มรู้สึกดีๆกับเธอ(จะว่ารู้สึก"ปิ๊ง"ก็ใช่น่ะ) ชีวิตก็ดำเนินไปปกติ (ผมลืมบอกเลย ช่วงม.4 n มีแฟนอยู่ พอม.5 น่าจะเลิกกันไป) ยิ่งนับวันเราก็ยิ่งสนิทกันเรื่อยๆ ความรู้สึกบางอย่าง ก็ค่อยๆก่อตัวทีละนิดทีละน้อย
ม.5 เทอม 2 ...ลึกสุดใจ...
เทอมนี้ผมมีแฟน เป็นรุ่นน้อง เด็กกว่าผม 2 ปี เรื่องของ n ผมก็พยายามไม่คิดอะไรมาก เก็บไว้ซ่อนไว้ให้ลึกไม่ให้มีใครสังเกตุเห็น (ก็เรามีแฟนน่ะ จะให้ทำไงล่ะ) ตอนนี้ผมและ n สนิทกันมากขึ้นกว่าเดิมมากๆ ไปเที่ยวกันบ่อยมากๆ แต่มีคนนึงที่เข้ามาในชีวิตของ n ตอนนั้น (ก็ไอ้เพื่อนสนิทผมตั้งแต่ม.4 ไง ที่ย้ายมาห้องนี้ด้วยกัน) มันเริ่มจากวันนึง ที่เรา 5 คนไปสยาม ไปท้องฟ้าจำลองกัน ผมซึ่งชอบถ่ายรูปมากๆจึงพกกล่องไปด้วย ซึ่งรูปที่ถ่ายมาคือหวานหยดย้อย หวานฉ่ำ ของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง (นางแบบนายแบบเป็นใคร ก็ n กับเพื่อนสนิทผมไง ขอแทนด้วย s) ไอ้เราก็อยากให้รูปออกมาดูดี เลยให้ทำท่าแบบมุ้งมิ้งๆน่ารักคู่กัน พอกลับบ้านวันนั้นคนที่ตื่นเต้นกับรูปที่ผมส่งให้ก็คือ s ส่วน n เธอเฉยๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก มันทำให้ผมรู้ในที่สุดว่า s ชอบ n ตั้งแต่วันนั้นทั้งคู่ก็เริ่มๆคุยกันมากขึ้น ใกล้ชิดกันมากขึ้น และแน่นอน เธอก็ทำแบบเดียวกันกับผม แต่ด้วยเหตุการณ์ทั้งหมด สิ่งที่ผมทำได้คือ การเก็บทุกสิ่งทุกอย่างทุกคำพูดทุกความรู้สึก เก็บไว้ให้ลึกที่สุด
ม.6 เทอม 1 ...คนที่เธอไว้ใจ ไม่ใช่คนที่เธอให้ใจ...
(มาตอนนี้ทุกคนคงสงสัยว่า นี่เรื่องอะไร ไม่เห็นเกี่ยวไรกันเลย เชื่อผมเถอะค่อยๆอ่านไป มันจะเริ่มเศร้าขึ้น) ม.6 ช่วงเวลาสำคัญของชีวิตมัธยม ความฝันของ n คืออยากเป็นสถาปนิก เช่นเดียวกันกับผม เราจึงไปลงเรียนพิเศษวาดรูปด้วยกัน ทำให้เรายิ่งใกล้ชิดกันมากเข้าไปอีก การที่เรานั่งวาดรูปด้วยกัน เรียนด้วยกัน เดินเล่นด้วยกันก่อนเรียน ทำให้ใจผมยิ่งเตลิดไปไกล (ช่วงนั้นผมเลิกกับแฟนแล้ว ตั้งใจจะโฟกัสกับ n ให้เต็มที่) วันหนึ่งหลังจบกิจกรรมรับน้องที่โรงเรียนเราได้ไปกินเลี้ยงกิน ในขณะที่ผมนั่งชิลๆอยู่นอกห้อง ก็มีคนวิ่งมาบอกผมว่า n ร้องไห้ ผมจึงเดินไปดึงตัวออกมาข้างนอก สิ่งที่ n ทำคือการ กอดผมแล้วซบลงที่อกแล้วร้องไห้ (n ทะเลาะกับเพื่อนมา) เธอยังคงกอดผมและร้องไห้ไม่หยุด สิ่งที่พูดกับผมคือ "ถ้าเธอทำอะไรให้ผมโกรธเธอขอโทษ เธอรักผมมากๆน่ะ อย่าทิ้งเธอไปไหนน่ะ" มันเป็นคืนที่ผมไม่เคยลืม คืนที่ฝนตกโปรยปราย มีเธอในอ้อมแขน คืนที่สิ่งที่ปกปิดไว้มันส่งเสียงออกมาดังทำร้ายความคิดที่พยายามกดสิ่งนี้ไว้ สิ่งที่บอกว่าผมรักเธอมากแค่ไหน ในคืนนั้น ยางมัดผมของ n มาอยู่ที่ผม ผมก็ไม่คืนเธอหรอกเก็บไว้ให้คิดถึงค่ำคืนนั้น เวลาผ่านไปผมก็ยังเลือกที่จะเก็บความรู้สึกนั้นไว้ และหาคนอื่นมาแทน
ณ เวลานั้น s และ n ได้ตกลงที่จะลองคุยกันแบบจริงจัง ลองเปิดใจศึกษาดูใจกันแบบจริงจัง ผมก็โอเคเรื่องอื่นผมผ่านมาได้เรื่องนี้ก็ต้องผ่านไปได้ และคืนนั้นเอง n ได้ทักมาหาผมว่า ขอรูปคู่ที่ถ่ายกับ s ทั้งหมด ผมก็แกล้งแซวๆไป เธอก็เล่นด้วยแบบจริงจัง ยิ่งทำให้ผมรู้ว่า n มีใจให้ s
(ความรู้สึกนี้มันไม่เหมือนการอกหัก มันคืออาการที่ เราทำอะไรไม่ได้เราให้ใครฟังไม่ได้ การที่เห็นคนที่เรารัก ไปกับคนอื่น ทั้งคู่ นั่งตักกัน จับมือ นอนซบกัน ถึงผมจะยิ้มจะแซว แต่รู้มั้ยว่าในใจมันแย่มาก ทำไมตรงนั้นไม่ใช่เรา เราดีไม่พอ เราไม่ใช่หรอ ทุกครั้งที่ยิ้มให้ รู้มั้ยว่าน้ำตามันกำลังจะไหล แรงยึดเหนี่ยวก็หมดไป หลายๆครั้งที่แกล้งทำเป็นยิ้มแย้ม สนุกสนาน ทั้งที่ข้างในเหนื่อยล้าเหลือเกิน)
ม.6 เทอม 2 ...Last Farewell...
ม.6 เวลาผ่านไปไวเหมือนตัดต่อ ความฝันผมและ n เริ่มต่างกัน ผมหันมาเอาดีด้านวิศวะแทน (s และ n สุดท้ายก็จบกันไปแยกกันไป) เราควรจะมีความสุขแต่เธอก็ดูไม่โอเคในบางครั้งเราจะไปมีความสุขได้ยังไง n ได้ไปเรียนวาดรูปที่ใหม่ ทำให้ได้เจอกับ y หนุ่มเรียนเก่งอยู่ ม.4 แต่สอบเทียบ ม.6 กำลังเตรียมเข้ามหาลัย ทั้งคู่ก็คุยกันต่อไป ในช่วงเวลาที่ผมไม่มีใคร n จะชอบหยอดผมด้วย คำหวานๆ แสดงความรัก เป็นห่วง (ในฐานะ เพื่อนสนิท) ม.6 คือช่วงที่เราได้เป็นพี่ใหญ่ในกีฬาสี n ลงเป็นดรัมเมเยอร์ของสีเรา เมื่อต้องทำการร่วมกันอีก สิ่งเดิมๆก็เกิดขึ้น การขี้เหวี่ยง ขี้วีน ชักสีหน้าใส่เพื่อนๆ จนคนในคณะเชียร์หลีดเดอร์พากันแอนตี้ ในวันที่ n ต้องนั่งกินข้าวคนเดียว ผมเลยไปนั่งอยู่ข้างๆเป็นเพื่อนแก้เหงา ผมเหลือบไปเห็น เธอคุยกับ y อยู่โดยที่ไม่สนใจผมที่อยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อย คุยกัน โทรหากันตลอด (ผมคงตัวใหญ่ไปมั้งเลยเข้าไปอยู่ในใจเธอไม่ได้ หรือ คงตัวใหญ่ไม่พอเธอเลยมองข้ามหัวกันไป) ผมจะไปทำอะไรได้นอกจากทำใจต่อไป ทุกครั้งที่เธอเล่าเรื่องของเขาให้ฟัง มีดเล็กๆของเธอก็ยิ่งกรีดลึกลงไปในใจ จนเวลาผ่านไป y ก็ได้ทิ้งเธอไป เลือกที่จะหายไป (อีกครั้งสิน่ะ ที่ต้องทนเห็นเธอผิดหวัง เศร้าใจ) ผมก็คิดเสมอแหละ ว่าถ้าเป็นผมคงจะไม่ยอมปล่อยเธอไป ไม่ยอมทำร้ายเธอ จะดูแลให้ดีที่สุด แต่สุดท้ายเราก็ไม่ใช่คนที่อยู่ตรงนั้นอยู่ดี ล่วงไปจนถึงพิธีจบการศึกษา ไม่มีอะไรนอกจากความทรงจำดีๆของเพื่อนที่มีให้ "ลาก่อนเพื่อนรัก กูมาส่งได้เท่านี้"
.
เวลาล่วงเลยไป n สอบติดคณะสถาปัตย์ ผมสอบติดคณะวิศวะ แต่คนล่ะมหาลัยกัน และเราเกิดทะเลาะกัน ผมเผลอหลุดคำพูดที่แย่มากๆออกไปว่า "ถ้าผมเกลียดเธอก็คงดี ไม่ต้องมานั่งแคร์" และจากนั้นเธอก็หายไปจากชีวิตของผม มันก็จะเหมือนระบบสุริยะที่ไร้ดวงอาทิตย์ ขาดแรงยึดเหนี่ยวจากกันและกันกระจัดกระจายหายกันไปคนล่ะทาง จนไม่นานมานี้เธอได้กลับมาในชีวิตของผม แต่มีความรู้สึกแปลกๆได้บอกผมว่า
.ผมได้เสียเธอคนเดิมไปแล้ว ตลอดกาล.
.
.
.
.
...ผมคิดว่าจะบอกความรู้สึกที่มีกับเธอในสักวัน แต่ผมแค่ไม่รู้ว่า "เมื่อไหร่"
พบ-จบ
.
กาลครั้งหนึ่ง ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ของใครคนนี้
ผมพึ่งย้ายเข้ามาที่โรงเรียนแห่งนี้ตอน ม.4 สายวิทย์-คณิต ห้อง 2 เรียนไปสักพักได้รู้จักกับผู้หญิงคนนึง (ขอใช้ตัวย่อว่า n ) ผมเริ่มรู้จักเธอจากเพื่อนๆของผมที่เป็นเด็กเก่าของที่นี่ (อ่อ ที่นี่วิทย์-คณิต จะมีแค่ 2 ห้อง) บางครั้งพวกเราทั้ง 2 ห้อง จะได้ทำงานร่วมกันในหลายๆงานหลายๆโอกาส ซึ่ง n เธอเป็นผู้หญิงที่มีนิสัยค่อนข้างขี้หงุดหงิด,ขี้วีน,ชอบเหวี่ยงใส่คนรอบข้างและค่อนข้างเอาแต่ใจ ผมมักจะเห็น n โวยวายชักสีหน้าใส่เพื่อนคนอื่นๆเสมอ ด้วยเหตุนี้ทำให้ผมไม่ค่อยจะชอบ n สักเท่าไหร่ ตลอด ม.4 เทอม 1 ผมทะเลาะกับเพื่อนในห้องค่อนข้างเยอะจนในที่สุดผมจึงทำเรื่องย้าย ขอไปอยู่ห้อง 1
ม.4 เทอม 2 ...เกลียด...
เปิดเทอมวันแรกผมได้ไปอยู่ห้อง 1 กับเพื่อนสนิทอีกคนที่ย้ายมาด้วยกัน ห้อง 1 คือห้องวิทย์-คณิตห้องคิงซึ่ง n อยู่ห้องนี้ (ทุกคนอาจคิดว่าผมเริ่มชอบ n ตั้งแต่ตอนนี้ ลองอ่านต่อไปครับ) เมื่อผมมาอยู่ห้องนี้ได้เจอ n ทุกวัน ทำให้ได้เห็นทุกการกระทำคำพูดความคิดที่เขาแสดงออกต่อทุกคนแม้กระทั่งคุณครู การชอบด่าเพื่อนพูดแรงๆกับเพื่อนทำตัวต_แหลใส่เพื่อน และอีกมากมาย มีครั้งหนึ่งที่ n นั่งคุยกับเพื่อนอยู่ปกติผมก็มองเรื่อยๆไปรอบห้องบังเอิญไปสบสายตากัน จู่ๆเธอก็ด่าผม เสื_ก นั่นคือครั้งที่ทำให้ผม เกลียด n อย่างมาก เธอเริ่มโดนเพื่อนๆหลายคนแอนตี้ เพื่อนๆเริ่มต่อต้านขับไล่ จน n เหลือเพื่อนอยู่แค่ไม่กี่คน ผมก็คือ1ในแกนนำที่เกลียด n มากๆ
ม.5 เทอม 1 ...เปิดใจ...
พอขึ้นม.5 ก็เริ่มโตขึ้นอีกหน่อย ความคิดหลายๆอย่างก็เริ่มเปลี่ยน เรียนเริ่มยากขึ้น ปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ได้เต็มๆแล้ว มาที่ n ก็ยังคงทำตัวแบบเดิมนิสัยแบบเดิม แต่สิ่งที่แตกต่างจากปีก่อนก็คือ เราทั้งคู่เริ่มเข้าหากันบ้าง คุยกันบ้าง เล่นกันบ้าง จนในที่สุดกำแพงแห่งความเกลียดที่ก่อตัวในใจผม n ก็พังทลายมันลงอย่างง่ายดาย ผมเริ่มรู้สึกดีๆกับเธอ(จะว่ารู้สึก"ปิ๊ง"ก็ใช่น่ะ) ชีวิตก็ดำเนินไปปกติ (ผมลืมบอกเลย ช่วงม.4 n มีแฟนอยู่ พอม.5 น่าจะเลิกกันไป) ยิ่งนับวันเราก็ยิ่งสนิทกันเรื่อยๆ ความรู้สึกบางอย่าง ก็ค่อยๆก่อตัวทีละนิดทีละน้อย
ม.5 เทอม 2 ...ลึกสุดใจ...
เทอมนี้ผมมีแฟน เป็นรุ่นน้อง เด็กกว่าผม 2 ปี เรื่องของ n ผมก็พยายามไม่คิดอะไรมาก เก็บไว้ซ่อนไว้ให้ลึกไม่ให้มีใครสังเกตุเห็น (ก็เรามีแฟนน่ะ จะให้ทำไงล่ะ) ตอนนี้ผมและ n สนิทกันมากขึ้นกว่าเดิมมากๆ ไปเที่ยวกันบ่อยมากๆ แต่มีคนนึงที่เข้ามาในชีวิตของ n ตอนนั้น (ก็ไอ้เพื่อนสนิทผมตั้งแต่ม.4 ไง ที่ย้ายมาห้องนี้ด้วยกัน) มันเริ่มจากวันนึง ที่เรา 5 คนไปสยาม ไปท้องฟ้าจำลองกัน ผมซึ่งชอบถ่ายรูปมากๆจึงพกกล่องไปด้วย ซึ่งรูปที่ถ่ายมาคือหวานหยดย้อย หวานฉ่ำ ของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง (นางแบบนายแบบเป็นใคร ก็ n กับเพื่อนสนิทผมไง ขอแทนด้วย s) ไอ้เราก็อยากให้รูปออกมาดูดี เลยให้ทำท่าแบบมุ้งมิ้งๆน่ารักคู่กัน พอกลับบ้านวันนั้นคนที่ตื่นเต้นกับรูปที่ผมส่งให้ก็คือ s ส่วน n เธอเฉยๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก มันทำให้ผมรู้ในที่สุดว่า s ชอบ n ตั้งแต่วันนั้นทั้งคู่ก็เริ่มๆคุยกันมากขึ้น ใกล้ชิดกันมากขึ้น และแน่นอน เธอก็ทำแบบเดียวกันกับผม แต่ด้วยเหตุการณ์ทั้งหมด สิ่งที่ผมทำได้คือ การเก็บทุกสิ่งทุกอย่างทุกคำพูดทุกความรู้สึก เก็บไว้ให้ลึกที่สุด
ม.6 เทอม 1 ...คนที่เธอไว้ใจ ไม่ใช่คนที่เธอให้ใจ...
(มาตอนนี้ทุกคนคงสงสัยว่า นี่เรื่องอะไร ไม่เห็นเกี่ยวไรกันเลย เชื่อผมเถอะค่อยๆอ่านไป มันจะเริ่มเศร้าขึ้น) ม.6 ช่วงเวลาสำคัญของชีวิตมัธยม ความฝันของ n คืออยากเป็นสถาปนิก เช่นเดียวกันกับผม เราจึงไปลงเรียนพิเศษวาดรูปด้วยกัน ทำให้เรายิ่งใกล้ชิดกันมากเข้าไปอีก การที่เรานั่งวาดรูปด้วยกัน เรียนด้วยกัน เดินเล่นด้วยกันก่อนเรียน ทำให้ใจผมยิ่งเตลิดไปไกล (ช่วงนั้นผมเลิกกับแฟนแล้ว ตั้งใจจะโฟกัสกับ n ให้เต็มที่) วันหนึ่งหลังจบกิจกรรมรับน้องที่โรงเรียนเราได้ไปกินเลี้ยงกิน ในขณะที่ผมนั่งชิลๆอยู่นอกห้อง ก็มีคนวิ่งมาบอกผมว่า n ร้องไห้ ผมจึงเดินไปดึงตัวออกมาข้างนอก สิ่งที่ n ทำคือการ กอดผมแล้วซบลงที่อกแล้วร้องไห้ (n ทะเลาะกับเพื่อนมา) เธอยังคงกอดผมและร้องไห้ไม่หยุด สิ่งที่พูดกับผมคือ "ถ้าเธอทำอะไรให้ผมโกรธเธอขอโทษ เธอรักผมมากๆน่ะ อย่าทิ้งเธอไปไหนน่ะ" มันเป็นคืนที่ผมไม่เคยลืม คืนที่ฝนตกโปรยปราย มีเธอในอ้อมแขน คืนที่สิ่งที่ปกปิดไว้มันส่งเสียงออกมาดังทำร้ายความคิดที่พยายามกดสิ่งนี้ไว้ สิ่งที่บอกว่าผมรักเธอมากแค่ไหน ในคืนนั้น ยางมัดผมของ n มาอยู่ที่ผม ผมก็ไม่คืนเธอหรอกเก็บไว้ให้คิดถึงค่ำคืนนั้น เวลาผ่านไปผมก็ยังเลือกที่จะเก็บความรู้สึกนั้นไว้ และหาคนอื่นมาแทน
ณ เวลานั้น s และ n ได้ตกลงที่จะลองคุยกันแบบจริงจัง ลองเปิดใจศึกษาดูใจกันแบบจริงจัง ผมก็โอเคเรื่องอื่นผมผ่านมาได้เรื่องนี้ก็ต้องผ่านไปได้ และคืนนั้นเอง n ได้ทักมาหาผมว่า ขอรูปคู่ที่ถ่ายกับ s ทั้งหมด ผมก็แกล้งแซวๆไป เธอก็เล่นด้วยแบบจริงจัง ยิ่งทำให้ผมรู้ว่า n มีใจให้ s
(ความรู้สึกนี้มันไม่เหมือนการอกหัก มันคืออาการที่ เราทำอะไรไม่ได้เราให้ใครฟังไม่ได้ การที่เห็นคนที่เรารัก ไปกับคนอื่น ทั้งคู่ นั่งตักกัน จับมือ นอนซบกัน ถึงผมจะยิ้มจะแซว แต่รู้มั้ยว่าในใจมันแย่มาก ทำไมตรงนั้นไม่ใช่เรา เราดีไม่พอ เราไม่ใช่หรอ ทุกครั้งที่ยิ้มให้ รู้มั้ยว่าน้ำตามันกำลังจะไหล แรงยึดเหนี่ยวก็หมดไป หลายๆครั้งที่แกล้งทำเป็นยิ้มแย้ม สนุกสนาน ทั้งที่ข้างในเหนื่อยล้าเหลือเกิน)
ม.6 เทอม 2 ...Last Farewell...
ม.6 เวลาผ่านไปไวเหมือนตัดต่อ ความฝันผมและ n เริ่มต่างกัน ผมหันมาเอาดีด้านวิศวะแทน (s และ n สุดท้ายก็จบกันไปแยกกันไป) เราควรจะมีความสุขแต่เธอก็ดูไม่โอเคในบางครั้งเราจะไปมีความสุขได้ยังไง n ได้ไปเรียนวาดรูปที่ใหม่ ทำให้ได้เจอกับ y หนุ่มเรียนเก่งอยู่ ม.4 แต่สอบเทียบ ม.6 กำลังเตรียมเข้ามหาลัย ทั้งคู่ก็คุยกันต่อไป ในช่วงเวลาที่ผมไม่มีใคร n จะชอบหยอดผมด้วย คำหวานๆ แสดงความรัก เป็นห่วง (ในฐานะ เพื่อนสนิท) ม.6 คือช่วงที่เราได้เป็นพี่ใหญ่ในกีฬาสี n ลงเป็นดรัมเมเยอร์ของสีเรา เมื่อต้องทำการร่วมกันอีก สิ่งเดิมๆก็เกิดขึ้น การขี้เหวี่ยง ขี้วีน ชักสีหน้าใส่เพื่อนๆ จนคนในคณะเชียร์หลีดเดอร์พากันแอนตี้ ในวันที่ n ต้องนั่งกินข้าวคนเดียว ผมเลยไปนั่งอยู่ข้างๆเป็นเพื่อนแก้เหงา ผมเหลือบไปเห็น เธอคุยกับ y อยู่โดยที่ไม่สนใจผมที่อยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อย คุยกัน โทรหากันตลอด (ผมคงตัวใหญ่ไปมั้งเลยเข้าไปอยู่ในใจเธอไม่ได้ หรือ คงตัวใหญ่ไม่พอเธอเลยมองข้ามหัวกันไป) ผมจะไปทำอะไรได้นอกจากทำใจต่อไป ทุกครั้งที่เธอเล่าเรื่องของเขาให้ฟัง มีดเล็กๆของเธอก็ยิ่งกรีดลึกลงไปในใจ จนเวลาผ่านไป y ก็ได้ทิ้งเธอไป เลือกที่จะหายไป (อีกครั้งสิน่ะ ที่ต้องทนเห็นเธอผิดหวัง เศร้าใจ) ผมก็คิดเสมอแหละ ว่าถ้าเป็นผมคงจะไม่ยอมปล่อยเธอไป ไม่ยอมทำร้ายเธอ จะดูแลให้ดีที่สุด แต่สุดท้ายเราก็ไม่ใช่คนที่อยู่ตรงนั้นอยู่ดี ล่วงไปจนถึงพิธีจบการศึกษา ไม่มีอะไรนอกจากความทรงจำดีๆของเพื่อนที่มีให้ "ลาก่อนเพื่อนรัก กูมาส่งได้เท่านี้"
.
เวลาล่วงเลยไป n สอบติดคณะสถาปัตย์ ผมสอบติดคณะวิศวะ แต่คนล่ะมหาลัยกัน และเราเกิดทะเลาะกัน ผมเผลอหลุดคำพูดที่แย่มากๆออกไปว่า "ถ้าผมเกลียดเธอก็คงดี ไม่ต้องมานั่งแคร์" และจากนั้นเธอก็หายไปจากชีวิตของผม มันก็จะเหมือนระบบสุริยะที่ไร้ดวงอาทิตย์ ขาดแรงยึดเหนี่ยวจากกันและกันกระจัดกระจายหายกันไปคนล่ะทาง จนไม่นานมานี้เธอได้กลับมาในชีวิตของผม แต่มีความรู้สึกแปลกๆได้บอกผมว่า
.ผมได้เสียเธอคนเดิมไปแล้ว ตลอดกาล.
.
.
.
.
...ผมคิดว่าจะบอกความรู้สึกที่มีกับเธอในสักวัน แต่ผมแค่ไม่รู้ว่า "เมื่อไหร่"