เรากับแฟนคบกันมา 2 ปีกว่าๆ มีพูดถึงอนาคตกันนะคะ บ้านเอย ลูกเอย งานเอย เด็ก
เขาก็ดูไม่อินเท่าเรา แต่บางครั้งเขาก็พูดขึ้นมาเองว่าอยากอย่างงู้อย่างงี้ บางทีก็แอบดีใจ
ระยะเวลาที่ผ่านมาเราเจอกันทุกวัน ฝ่ายชายไปรับ-ส่งตลอด (ถ้าว่าง) หลังๆงานเขาหนักเจออาทิดละครั้งสองครั้งพอ
ช่วงครึ่งปีแรกเราใช้ชีวิตกันอยู่ต่างประเทศกันค่ะ ฝ่ายชายกลับมาไทยก่อนแล้วเราค่อยตามกลับมา
จริงๆแพลนของเราไม่คิดจะกลับมาไทยค่ะ กะหางานที่นู้นทำแต่เราเลือกที่จะกลับมาเพราะเขาค่ะ
เราคิดแค่ว่ากลับมาหางานที่ไทยก็ได้ไม่มีปัญหา มีข้อดีหลายอย่าง ได้กลับมาช่วยพ่อแม่ทำงาน (บ้านตัวเราเองมีธุรกิจเล็กๆค่ะ)และอยู่ได้ใกล้ๆกเขา
ตอนนี้ครบ 1 ปีแล้วที่กลับมา ต้องเล่าย้อนก่อน ช่วง 7 เดือนแรกที่มาไทย เราเลือกสานต่อความฝันตัวเราเองที่ทำค้างไว้ (สายประกวด)
สุดท้ายเราได้รางวัลสมใจ เป็นอันว่าความฝันนี้สำเร็จ จบลงด้วยดี
หลังจากนั้นเราก็หาสมัครงานและได้งานประจำอย่างรวดเร็วค่ะ ตรงกับสายที่เรียนมา แต่ทำได้อยู่ 3 เดือน
มีเหตุที่ต้องออก เพราะพ่อแม่ลงความเห็นกันแล้ว ด้วยเรื่องของเวลา เรื่องโอกาสได้ไม่คุ้มเสียค่ะ ความก้าวหน้าเป็นศูนย์ เข้าไปอยู่ผิดที่ผิดทาง ถึงแม้ว่าจะอยากทำต่อเพราะหาตังเองได้ แต่เพื่อความสบายใจของพ่อแม่ออกก็ได้ ออกมาได้ซัก 1เดือน เราเลยลองไปสมัครแอร์ค่ะ จนถึงตอนนี้เข้าเดือนที่ 2 ในการสมัครแอร์ สมัครไป 4 สาย ตกกรุ้ป ตกพรี ตกไฟนอลบ้างแต่ยังคงสู้ต่อค่ะ

บางคนอาจจะสงสัย ว่าทำไมไม่ทำกับที่บ้าน ไหนบอกว่ามีของตัวเอง เราลองทำแล้วค่ะ(เข้าไปครึ่งตัว)
เราทะเลาะกับแม่บ่อยขึ้น ความเห็นไม่ตรงกันค่ะ อีกอย่างเรารู้สึกว่าเรายังอยากเรียนรู้จากที่อื่นๆก่อน เรายังไม่อยากทุ่มชีวิตที่เหลือเพื่อสิ่งที่นี้ (แต่วันนึงเราจะทุ่มเทให้กับสิ่งนี้ แบบสุดๆค่ะ เพราะสุดท้ายเราไม่สามารถทิ้งสิ่งที่แม่สร้างมาได้ เราต้องทำให้ดีขึ้น)
เข้าเรื่องกันต่อ วันนั้นเราสองคนมีปากเสียงเรื่องที่เราชอบดูดวง เราพึ่งดูไปเมื่อเดือนที่แล้ว พอมีคนบอกว่าหมอคนนี้แม่น เราไม่รอช้าจัดแจงนัดเสร็จสรรพ แค่อยากดูค่ะ (เราเชื่อเฉพาะสิ่งที่ดีที่เป็นกำลังใจค่ะ) ดูเป็นกำลังใจแค่นั้น ไม่ใช่คนเอาสิ่งลบๆเก็บเอามานอยด์ ดูดวงบ่อยเพราะเครียดมากไม่ได้งานสักที อย่างมีที่พึ่ง ไม่อยากเป็นภาระใครแต่ฝ่ายชายเขาไม่เชื่อเรื่องดวงเลย จากนั้นเราไม่คุย 1 คืน เขาทำเหมือนทุกครั้งคือเลือกที่จะหายไป ไม่เคลียและตื่นเช้ามาทำเหมือนเมื่อวานไม่ได้มีปัญหากัน จนครั้งนี้เราไม่โอเคค่ะ เรารู้สึกค้างคา รู้สึกมันจะเป็นปัญหาสะสม จึงไม่คุยด้วยง่ายๆเหมือนครั้งก่อนๆที่ผ่านมา ทำให้ฝ่ายชายหายไป 3 วัน ระหว่าง 3 วัน เราทักเขาตลอดนะคะ บอกว่าอยากคุย บอกความรู้สึก จนสุดท้ายเขาก็ตอบกลับมาว่ามาเจอกันไหม เรารู้อยู่แล้วค่ะว่าการเจอครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้าย เขาบอกว่าที่เราพูดก็ถูก การไม่เคลียทำให้ทุกอย่างค้างคา วันนี้เขาเรื่องที่จะเปลี่ยนเป้นคนที่ยอมบอกปัญหา เลือกมาเคลีย
เขามาบอกเราว่า เราสองคนมีจุดหมายไม่เหมือนกัน ฝ่ายชายรู้สึกว่าเหมือนเหนื่อยอยู่คนเดียว ที่ผ่านมา 1 ปี เขาไม่รู้สึกว่าเราพยายามที่จะสร้างครอบครัวไปด้วยกันเลย ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน งานประจำก็ไม่มี ช่วยที่บ้านก็ไม่ทำจริงๆจัง เราถามเขากลับว่า ถ้าวันนี้เรามีงานทำ เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นใช่ไหม เขาบอกว่าใช่ค่ะ เขายังถามเราอีกว่า เราคิดยังไงกับสิ่งที่เขาพูด จะให้คิดอะไรได้ล่ะค่ะ555 เหมือนถูกบอกเลิกโดยไม่มีส่วนได้เลือกอะไรเลย บรรยากาศเครียดมากค่ะ เราบอกเราไม่โอเค ไม่ว่าเราจะอยากเลิกหรือไม่อยากแต่อีกฝ่ายก็เลือกเรียบร้อยแล้ว เขายังบอกอีกว่าหรือเราจะแค่ห่างกันดู เราพูดกับเขาว่า ห่างกันคือเลิกกัน มันคงกลับมารักกันไม่ได้อีก เขาบอกได้สิ วันนึงเขาอาจจะรู้ว่าเขาขาดเราไม่ได้ (สำหรับเรา เราเป็นคนที่เลิกแล้วเลิกเลยค่ะ ไม่มีรีเทรินด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่) เหมือนเรายังไม่ได้ตกลงอะไรกันเลยค่ะ เราก็แยกกัน
พอวันรุ่งขึ้นเรารู้สึกไม่เคลียเลยถามเขาไปว่า การไปถึงจุดหมายของเขาคืออะไร ด้วยวิธีไหน มีทางเดียวที่จะไปได้หรือลองหลายๆทาง เขาบอกขึ้นอยุ่กับสถานการณ์ เราถามเขาต่อที่ผ่านมาเราทำนุ้นนี้ไม่เห็นจริงๆหรอ ตอนนี้เราบอกเราก็ทำอยู่ เขาพูดว่าไหนยกตัวอย่างมา 3ข้อสิ ว่ามีอะไรสำเร็จบ้าง เราไล่ให้ดู แต่ยังไม่มีความสำเร็จค่ะ ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการ เขาบอกว่ามันสายไปแล้วล่ะ
มาทำอะไรตอนที่ตัดสินใจแยกกันแล้ว (เราคิดในใจว่า เรายังไม่ได้ตัดสินใจด้วยเลย ฮือออ)
ต้องบอกตรงๆแวปแรกเราคิดว่า ตัวเราเองคงจะแย่จริงๆ ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ยังไปขอบคุณเขาอีก เขาบอกมีปัญหาก็ยังปรึกษาได้นะ
แต่พอเราได้ทบทวน ที่ผ่านมาเราไม่ได้อยู่เฉยๆนะ เราสู้มาตลอด ต้องบอกก่อนที่บ้านเราไม่มีปัญหานะคะ ถ้าเราจะใช้เวลานานหน่อยในการหางาน ต้องบอกอีกด้วยว่า ตลอดระยะเวลาที่คบกันฝ่ายชายซับพอตเราทุกอย่างค่ะ อยากกินอะไร อยากได้อะไร อยากไปไหนได้หมดเลย จนเพื่อนอิจฉา
แต่เค้าเคยพูดว่าเขาทำเป็นหน้าที่ ซึ่งเราไม่ได้คิดอะไรกับคำคำนี้ค่ะ รุ้สึกแฮปปี้ด้วยซะอีกที่เขาทำให้ โดยไม่รู้ว่าเขาอยากทำจริงๆหรือเปล่า ส่วนเรื่องที่เขาซับพอตเรา เขาเคยบอกว่าเราเป็นคนแรกที่เขาดูแลขนาดนี้ เพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยทำแบบนี้กับใคร เราก็ดีใจอีกค่ะที่เขาดูแลเรา
จนไม่รุ้ว่า เขาทำเพื่อชดเชยสิ่งที่เขาไม่เคยทำหรือเปล่า ช่วงหลังเรามีปัญหาเรื่องความคิดเห็นไม่ตรงกันบ่อยด้วยค่ะ เขาชอบหงุดหงิดมาลงที่เรา ซึ่งไม่เคยเข้าใจค่ะว่าเครียดจากงานมา ออกจากที่ทำงานมาแล้วต้องแบกความเครียดอีกหรอ แล้วที่เจอกันมันไม่ทำให้หายเครียดได้เลยหรือยังไง ปัญหาไม่เคลียก็ยังคงมีวนเวียนตลอดๆ แต่เขาบอกว่าเขาไม่มีคนอื่นนะ สบายใจได้ เราก็เชื่อค่ะ
แต่ตอนนี้เราไม่ค่อยแน่ใจกับเหตุผลที่เราเลิกกัน เราแค่คิดว่าคน(คนนึงจะหมดรักอีกคนได้เร็วขนาดนั้นเลยหรอ<<คำถามข้อที่ 1) ถ้าเจอคนใหม่หมดได้ง่ายอยู่แล้วค่ะ แต่ถ้าไม่ได้เจอใคร (ทำไมอยู่ดีๆถึงหมดรักคะ<<คำถามข้อที่ 2) เขาพูดนะคะ ที่เขาเลือกทำแบบนี้เผื่อว่าชีวิตเราจะดีขึ้น ไม่ต้องมีใครมากดดัน ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องรองรับอารมณ์บลาๆ (เราถามตัวเองทุกวันว่าเราทำอะไรผิด<<คำถามข้อที่ 3)
(เราแย่ขนาดนั้นเลยหรอหรือเขาเองที่มีคนอื่น<<คำถามข้อที่ 4)
ทุกวันนี้เรายังคิดถึงเขาอยู่เลยค่ะ 2 อาทิตย์แล้ว ดูไลน์ ดูเฟส ไอจีตลอด ถึงแม้ว่าจะกดบล็อคแต่สุดท้ายปลดบล็อคอยู่ดีค่ะ
ล่าสุดมีเรื่องจำเป็นต้องทักไป เขาได้เปลี่ยนสรรพนามอย่างห่างเหินเรียบร้อยแล้วค่ะ สงสัยตอนนี้น่าจะบล๊อคทุกอย่างของเราไปแล้ว
เพราะบอกเขาประมานว่า "จริงๆแล้วคุณคาดหวังในตัวเราไปเองหรือเปล่าเลยผิดหวัง ทุกอย่างฉันพยายามเข้าใจนะแต่ฉันคิดได้ว่ามันไม่ใช่ความผิดของฉันเลย (เรื่องไม่มีงาน) มันแค่คุณไม่จับมือกันให้แน่นพอ วันนี้ฉันเข้าใจแล้วว่า คุณไม่เคยมีฉันเลยและวันนี้ฉันก็เข้มแข็งพอที่จะบอกคุณว่า
เราคงจะไม่ต้องพบเจอกันอีกจากนี้และตลอดไป" สุดท้ายเราบอกเขาว่าเราจะรอดูความสำเร็จของเขาในวันที่ไม่เหลือใครอยู่ข้างๆ เขาบอกว่าลองมาเป็นเขาถึงจะเข้าใจ อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาบล็อคทุกอย่างเกี่ยวกับเรา ช่วยด้วยยยย!!!!! ตอนนี้หลายอารมณ์มากค่ะ
โกรธ เสียใจ งง คิดถึง อยากให้กลับมา ลืมๆไปดีกว่า....
ใครเคยเจอหรือเคยทำแบบนี้บ้างค่ะ ควรทำไงต่อหรือทำไมถึงทำแบบนี้
โดนแฟนบอกเลิก ให้เหตุผลว่าเราไม่มีงานทำค่ะ สงสัยว่ามันใช่เหตุผลนี้จริงๆหรอ???
เขาก็ดูไม่อินเท่าเรา แต่บางครั้งเขาก็พูดขึ้นมาเองว่าอยากอย่างงู้อย่างงี้ บางทีก็แอบดีใจ
ระยะเวลาที่ผ่านมาเราเจอกันทุกวัน ฝ่ายชายไปรับ-ส่งตลอด (ถ้าว่าง) หลังๆงานเขาหนักเจออาทิดละครั้งสองครั้งพอ
ช่วงครึ่งปีแรกเราใช้ชีวิตกันอยู่ต่างประเทศกันค่ะ ฝ่ายชายกลับมาไทยก่อนแล้วเราค่อยตามกลับมา
จริงๆแพลนของเราไม่คิดจะกลับมาไทยค่ะ กะหางานที่นู้นทำแต่เราเลือกที่จะกลับมาเพราะเขาค่ะ
เราคิดแค่ว่ากลับมาหางานที่ไทยก็ได้ไม่มีปัญหา มีข้อดีหลายอย่าง ได้กลับมาช่วยพ่อแม่ทำงาน (บ้านตัวเราเองมีธุรกิจเล็กๆค่ะ)และอยู่ได้ใกล้ๆกเขา
ตอนนี้ครบ 1 ปีแล้วที่กลับมา ต้องเล่าย้อนก่อน ช่วง 7 เดือนแรกที่มาไทย เราเลือกสานต่อความฝันตัวเราเองที่ทำค้างไว้ (สายประกวด)
สุดท้ายเราได้รางวัลสมใจ เป็นอันว่าความฝันนี้สำเร็จ จบลงด้วยดี
หลังจากนั้นเราก็หาสมัครงานและได้งานประจำอย่างรวดเร็วค่ะ ตรงกับสายที่เรียนมา แต่ทำได้อยู่ 3 เดือน
มีเหตุที่ต้องออก เพราะพ่อแม่ลงความเห็นกันแล้ว ด้วยเรื่องของเวลา เรื่องโอกาสได้ไม่คุ้มเสียค่ะ ความก้าวหน้าเป็นศูนย์ เข้าไปอยู่ผิดที่ผิดทาง ถึงแม้ว่าจะอยากทำต่อเพราะหาตังเองได้ แต่เพื่อความสบายใจของพ่อแม่ออกก็ได้ ออกมาได้ซัก 1เดือน เราเลยลองไปสมัครแอร์ค่ะ จนถึงตอนนี้เข้าเดือนที่ 2 ในการสมัครแอร์ สมัครไป 4 สาย ตกกรุ้ป ตกพรี ตกไฟนอลบ้างแต่ยังคงสู้ต่อค่ะ
บางคนอาจจะสงสัย ว่าทำไมไม่ทำกับที่บ้าน ไหนบอกว่ามีของตัวเอง เราลองทำแล้วค่ะ(เข้าไปครึ่งตัว)
เราทะเลาะกับแม่บ่อยขึ้น ความเห็นไม่ตรงกันค่ะ อีกอย่างเรารู้สึกว่าเรายังอยากเรียนรู้จากที่อื่นๆก่อน เรายังไม่อยากทุ่มชีวิตที่เหลือเพื่อสิ่งที่นี้ (แต่วันนึงเราจะทุ่มเทให้กับสิ่งนี้ แบบสุดๆค่ะ เพราะสุดท้ายเราไม่สามารถทิ้งสิ่งที่แม่สร้างมาได้ เราต้องทำให้ดีขึ้น)
เข้าเรื่องกันต่อ วันนั้นเราสองคนมีปากเสียงเรื่องที่เราชอบดูดวง เราพึ่งดูไปเมื่อเดือนที่แล้ว พอมีคนบอกว่าหมอคนนี้แม่น เราไม่รอช้าจัดแจงนัดเสร็จสรรพ แค่อยากดูค่ะ (เราเชื่อเฉพาะสิ่งที่ดีที่เป็นกำลังใจค่ะ) ดูเป็นกำลังใจแค่นั้น ไม่ใช่คนเอาสิ่งลบๆเก็บเอามานอยด์ ดูดวงบ่อยเพราะเครียดมากไม่ได้งานสักที อย่างมีที่พึ่ง ไม่อยากเป็นภาระใครแต่ฝ่ายชายเขาไม่เชื่อเรื่องดวงเลย จากนั้นเราไม่คุย 1 คืน เขาทำเหมือนทุกครั้งคือเลือกที่จะหายไป ไม่เคลียและตื่นเช้ามาทำเหมือนเมื่อวานไม่ได้มีปัญหากัน จนครั้งนี้เราไม่โอเคค่ะ เรารู้สึกค้างคา รู้สึกมันจะเป็นปัญหาสะสม จึงไม่คุยด้วยง่ายๆเหมือนครั้งก่อนๆที่ผ่านมา ทำให้ฝ่ายชายหายไป 3 วัน ระหว่าง 3 วัน เราทักเขาตลอดนะคะ บอกว่าอยากคุย บอกความรู้สึก จนสุดท้ายเขาก็ตอบกลับมาว่ามาเจอกันไหม เรารู้อยู่แล้วค่ะว่าการเจอครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้าย เขาบอกว่าที่เราพูดก็ถูก การไม่เคลียทำให้ทุกอย่างค้างคา วันนี้เขาเรื่องที่จะเปลี่ยนเป้นคนที่ยอมบอกปัญหา เลือกมาเคลีย
เขามาบอกเราว่า เราสองคนมีจุดหมายไม่เหมือนกัน ฝ่ายชายรู้สึกว่าเหมือนเหนื่อยอยู่คนเดียว ที่ผ่านมา 1 ปี เขาไม่รู้สึกว่าเราพยายามที่จะสร้างครอบครัวไปด้วยกันเลย ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน งานประจำก็ไม่มี ช่วยที่บ้านก็ไม่ทำจริงๆจัง เราถามเขากลับว่า ถ้าวันนี้เรามีงานทำ เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นใช่ไหม เขาบอกว่าใช่ค่ะ เขายังถามเราอีกว่า เราคิดยังไงกับสิ่งที่เขาพูด จะให้คิดอะไรได้ล่ะค่ะ555 เหมือนถูกบอกเลิกโดยไม่มีส่วนได้เลือกอะไรเลย บรรยากาศเครียดมากค่ะ เราบอกเราไม่โอเค ไม่ว่าเราจะอยากเลิกหรือไม่อยากแต่อีกฝ่ายก็เลือกเรียบร้อยแล้ว เขายังบอกอีกว่าหรือเราจะแค่ห่างกันดู เราพูดกับเขาว่า ห่างกันคือเลิกกัน มันคงกลับมารักกันไม่ได้อีก เขาบอกได้สิ วันนึงเขาอาจจะรู้ว่าเขาขาดเราไม่ได้ (สำหรับเรา เราเป็นคนที่เลิกแล้วเลิกเลยค่ะ ไม่มีรีเทรินด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่) เหมือนเรายังไม่ได้ตกลงอะไรกันเลยค่ะ เราก็แยกกัน
พอวันรุ่งขึ้นเรารู้สึกไม่เคลียเลยถามเขาไปว่า การไปถึงจุดหมายของเขาคืออะไร ด้วยวิธีไหน มีทางเดียวที่จะไปได้หรือลองหลายๆทาง เขาบอกขึ้นอยุ่กับสถานการณ์ เราถามเขาต่อที่ผ่านมาเราทำนุ้นนี้ไม่เห็นจริงๆหรอ ตอนนี้เราบอกเราก็ทำอยู่ เขาพูดว่าไหนยกตัวอย่างมา 3ข้อสิ ว่ามีอะไรสำเร็จบ้าง เราไล่ให้ดู แต่ยังไม่มีความสำเร็จค่ะ ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการ เขาบอกว่ามันสายไปแล้วล่ะ
มาทำอะไรตอนที่ตัดสินใจแยกกันแล้ว (เราคิดในใจว่า เรายังไม่ได้ตัดสินใจด้วยเลย ฮือออ)
ต้องบอกตรงๆแวปแรกเราคิดว่า ตัวเราเองคงจะแย่จริงๆ ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ยังไปขอบคุณเขาอีก เขาบอกมีปัญหาก็ยังปรึกษาได้นะ
แต่พอเราได้ทบทวน ที่ผ่านมาเราไม่ได้อยู่เฉยๆนะ เราสู้มาตลอด ต้องบอกก่อนที่บ้านเราไม่มีปัญหานะคะ ถ้าเราจะใช้เวลานานหน่อยในการหางาน ต้องบอกอีกด้วยว่า ตลอดระยะเวลาที่คบกันฝ่ายชายซับพอตเราทุกอย่างค่ะ อยากกินอะไร อยากได้อะไร อยากไปไหนได้หมดเลย จนเพื่อนอิจฉา
แต่เค้าเคยพูดว่าเขาทำเป็นหน้าที่ ซึ่งเราไม่ได้คิดอะไรกับคำคำนี้ค่ะ รุ้สึกแฮปปี้ด้วยซะอีกที่เขาทำให้ โดยไม่รู้ว่าเขาอยากทำจริงๆหรือเปล่า ส่วนเรื่องที่เขาซับพอตเรา เขาเคยบอกว่าเราเป็นคนแรกที่เขาดูแลขนาดนี้ เพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยทำแบบนี้กับใคร เราก็ดีใจอีกค่ะที่เขาดูแลเรา
จนไม่รุ้ว่า เขาทำเพื่อชดเชยสิ่งที่เขาไม่เคยทำหรือเปล่า ช่วงหลังเรามีปัญหาเรื่องความคิดเห็นไม่ตรงกันบ่อยด้วยค่ะ เขาชอบหงุดหงิดมาลงที่เรา ซึ่งไม่เคยเข้าใจค่ะว่าเครียดจากงานมา ออกจากที่ทำงานมาแล้วต้องแบกความเครียดอีกหรอ แล้วที่เจอกันมันไม่ทำให้หายเครียดได้เลยหรือยังไง ปัญหาไม่เคลียก็ยังคงมีวนเวียนตลอดๆ แต่เขาบอกว่าเขาไม่มีคนอื่นนะ สบายใจได้ เราก็เชื่อค่ะ
แต่ตอนนี้เราไม่ค่อยแน่ใจกับเหตุผลที่เราเลิกกัน เราแค่คิดว่าคน(คนนึงจะหมดรักอีกคนได้เร็วขนาดนั้นเลยหรอ<<คำถามข้อที่ 1) ถ้าเจอคนใหม่หมดได้ง่ายอยู่แล้วค่ะ แต่ถ้าไม่ได้เจอใคร (ทำไมอยู่ดีๆถึงหมดรักคะ<<คำถามข้อที่ 2) เขาพูดนะคะ ที่เขาเลือกทำแบบนี้เผื่อว่าชีวิตเราจะดีขึ้น ไม่ต้องมีใครมากดดัน ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องรองรับอารมณ์บลาๆ (เราถามตัวเองทุกวันว่าเราทำอะไรผิด<<คำถามข้อที่ 3)
(เราแย่ขนาดนั้นเลยหรอหรือเขาเองที่มีคนอื่น<<คำถามข้อที่ 4)
ทุกวันนี้เรายังคิดถึงเขาอยู่เลยค่ะ 2 อาทิตย์แล้ว ดูไลน์ ดูเฟส ไอจีตลอด ถึงแม้ว่าจะกดบล็อคแต่สุดท้ายปลดบล็อคอยู่ดีค่ะ
ล่าสุดมีเรื่องจำเป็นต้องทักไป เขาได้เปลี่ยนสรรพนามอย่างห่างเหินเรียบร้อยแล้วค่ะ สงสัยตอนนี้น่าจะบล๊อคทุกอย่างของเราไปแล้ว
เพราะบอกเขาประมานว่า "จริงๆแล้วคุณคาดหวังในตัวเราไปเองหรือเปล่าเลยผิดหวัง ทุกอย่างฉันพยายามเข้าใจนะแต่ฉันคิดได้ว่ามันไม่ใช่ความผิดของฉันเลย (เรื่องไม่มีงาน) มันแค่คุณไม่จับมือกันให้แน่นพอ วันนี้ฉันเข้าใจแล้วว่า คุณไม่เคยมีฉันเลยและวันนี้ฉันก็เข้มแข็งพอที่จะบอกคุณว่า
เราคงจะไม่ต้องพบเจอกันอีกจากนี้และตลอดไป" สุดท้ายเราบอกเขาว่าเราจะรอดูความสำเร็จของเขาในวันที่ไม่เหลือใครอยู่ข้างๆ เขาบอกว่าลองมาเป็นเขาถึงจะเข้าใจ อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาบล็อคทุกอย่างเกี่ยวกับเรา ช่วยด้วยยยย!!!!! ตอนนี้หลายอารมณ์มากค่ะ
โกรธ เสียใจ งง คิดถึง อยากให้กลับมา ลืมๆไปดีกว่า....
ใครเคยเจอหรือเคยทำแบบนี้บ้างค่ะ ควรทำไงต่อหรือทำไมถึงทำแบบนี้