คือเรื่องอาจจะยาวผมไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ขอลากแต่แรกเลยละกันครับ ตอนแรกผมอยู่กับครอบครัวใหญ่ครับ มีพ่อแม่พี่น้อง แต่ผมไม่ค่อยชอบหลายอย่างในครอบครัว ผมมีปัหากับครอบครัวเรื่องจุกจิกในบ้าน ผมเลยตัดสินใจทิ้งครอบครัวย้ายออกมาอยู่คนเดียว ตอนนั้นผมรู้สึกว่าผมชอบอยู่กับธรรมชาติ คุยกับสัตว์บ้างคุยกับต้นไม้บ้าง เพราะผมรู้สึกว่ามันสบายใจกว่าคุยกับคน คนส่วนใหญ่ผมคุยแล้วคิดว่าเขาไม่เข้าใจผม ผมเลยเลือกที่จะไม่คุย ผมชอบเก็บตัว นั่งคิดอะไรไปเรื่อย มันรู้สึกเหมือนมีความคิดมากมายไหลเข้ามาในหัวผม แต่ความคิดต่างๆ ผมรู้ว่า ไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดี เป็นเรื่องที่มีหลักการและเหตุผลสอดคล้องกันทุกเรื่อง ผมไม่คิดร้ายกับใคร สิ่งที่คิดมีแต่สิ่งสวยงาม มีเวลาว่างผมก็อยู่กับความคิดของตัวผมเอง จนบางทีลืมกินลืมนอนไปเลยก็มี ตอนนั้นมีแต่คนทักว่าผมผอมลงมาก เนื้อตัวสกปรกผมเพร่าหนวด ผมก็ไม่ค่อยสนใจ ใครว่าไรผม ผมก็ไม่สนใจ ใครจะว่าไรผมก็ปล่อย บางทีผมไม่อยากฟัง ผมก็จับใจความในสิ่งที่เขาพูดมาไม่ได้เลย แต่บางช่วงผมอดนอนมากๆ มีอาการหูแว่ว ตาฝาดมาก จิตตกมากครับตอนนั้นหวาดระแวงกลัวไปหมด แล้วมาช่วงหลัง ผมเหนื่อยกับความคิดในหัวมาก เลยพยายามกินให้มากขึ้น นอนให้มากขึ้น จนล่าสุดผมก็ไม่มีความคิดสับสนอะไรขึ้นมาอีก และ หูที่แว่ว กับ ตาที่เพี้ยน ก็หายเป็นปกติ ตอนนี้ผมเริ่มออกสังคมได้ อ้วนขึ้นดูแลตัวเองให้ดูดีขึ้น แต่ยังมีความรู้สึก เฉยเมยอยู่ ไม่ค่อยรู้สึกยินดียินร้ายอะไรกับใคร และผมคิดว่าชีวิตผมก็ดีไม่ได้เลวร้ายอะไร
....ถามเลยแล้วกันครับ สิ่งที่ผมเป็นเรียกว่าจิตเภท ใช่หรือไม่ครับ แล้วปัจจุบันผมถือว่าหายหรือยัง ผมควรไปพบแพทย์หรือไม่ครับ
อยากทราบว่า เข้าข่ายจิตเภท ไหมครับ
....ถามเลยแล้วกันครับ สิ่งที่ผมเป็นเรียกว่าจิตเภท ใช่หรือไม่ครับ แล้วปัจจุบันผมถือว่าหายหรือยัง ผมควรไปพบแพทย์หรือไม่ครับ