ครูฝึกสอน

ข้าพเจ้าเป็นนักศึกษา มาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู(ฝึกสอน)ในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร ย้อนรอยชีวิตของข้าพเจ้าไป
        ในวัยเด็กข้าพเจ้าเป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่งเกิดและโตในจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ครอบครัวมีปัญหา พ่อแม่แยกทางกันข้าพเจ้าใช้ชีวิตอยู่กับแม่ น้องชาย และอา ข้าพเจ้ากับน้องชายนั้น ไม่ได้มีความสนิทสนมกันเหมือนๆพี่น้องบ้านอื่นๆ ข้าพเจ้านั้นมักจะทะเลาะต่อยตีกับน้องของตนเองเป็นประจำ นั้นจึงเป็นสาเหตุที่ข้าพเจ้าคิดอยากไปอยู่ที่อื่น นั้นคือ"วัด" ข้าพเจ้าไปเป็นเด็กวัดตั้งแต่ อายุได้ ๑๐ ปี ใช้ชีวิตเป็นเด็กวัดมาโดยตลอด ช่วงแรกๆก็ไปๆมาๆระหว่างวัดกับบ้าน แต่ช่วงหลังข้าพเจ้าก็ไม่กลับบ้านอีกเลย นานๆถึงจะกลับไปสักครั้ง แต่ข้าพเจ้าก็ติดต่อกับแม่อยู่เสมอ ข้าพเจ้าได้รับการเลี้ยงดูจากหลวงพี่ท่านหนึ่ง ท่านสั่งสอนให้ข้าพเจ้าได้มีวิชาหลายอย่าง เช่นการผูกผ้า การจัดดอกไม้ การตกแต่งสถานที่ งานพิธีต่างๆ อีกทั้งความรู้ด้านพระพุทธศาสนาหลายต่อหลายอย่างทำให้ข้าพเจ้านั้นมีความรู้ในด้านนี้มากพอสมควรเมื่อเทียบกับเด็กๆที่อายุเท่าๆกับข้าพเจ้า
         ข้าพเจ้าร่ำเรียนในโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนมัธยมขนาดกลางของจังหวัด ที่มีความสัมพันธ์กันกับวัด หรือโรงเรียนวัดนั้นเอง ในโรงเรียนมีนักเรียนไม่มากนัก นั้นจึงทำให้ตัวข้าพเจ้าผู้ที่พอจะมีความรู้ในศาสตร์อื่นๆดังที่กล่าวมา ได้มีบทบาทในโรงเรียนพอสมควร เมื่อโรงเรียนจะมีการงานอะไรสิ่งใดก็มักจะเรียกใช้ข้าพเจ้าในการจัด ตกแต่งหรือดำเนินการงานนั้นด้วย อีกทั้งบวกกับความเป็นเด็กที่ไม่เกี่ยงงานของข้าพเจ้าแล้วไม่ว่างานใด สิ่งใดที่ข้าพเจ้าพอทำได้ข้าพเจ้าก็จะเสนอตัวทำตลอดมา นั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้าพเจ้านั้นสนิทกับคุณครูในโรงเรียนหลายท่านเป็นอย่างมาก เป็นที่ทราบกันดีว่าทุกๆปีแต่ละโรงเรียนในจังหวัดก็จะมีการแข่งขันทางวิชาการที่เรียกว่า ศิลปหัตถกรรม ซึ่งแน่นอนข้าพเจ้าได้ไปแข่งขันหลายต่อหลายกลุ่มสาระ เช่น ไทย สังคม ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งยิ่งสร้างความสนิทสนมกับบรรดาครูบาอาจารย์มากยิ่งขึ้น เมื่อย้อนดูอดีตแล้วข้าพเจ้าก็พบว่า ข้าพเจ้านั้นมีบุคคลที่เป็นต้นแบบเป็นครู อาจารย์เสียทั้งสิ้นข้าพเจ้าจึงรัก ศรัทธาในสายวิชาชีพนี้เป็นอย่างมาก จึงเป็นเหตุให้ข้าพเจ้าเลือกที่จะเรียนเป็นครู นั้นเอง อีกเหตุผลหนึ่งคือท่านพระอาจารย์ที่วัดของข้าพเจ้าได้เคยเทศนาให้ฟังว่า คนที่เป็นหมอเวาลารักษาผิดพลาดก็ฆ่าคนตายทีละคน คนที่เป็นวิศวะกรนั้นสร้างตึกทำตึกถล่มก็ตายเพียงทีละตึก คนที่เป็นนักบินขับเครื่องบินตกก็ตายแค่ลำเดียว แต่คนที่เป็นครูถ้าสอนพลาดตายกันทั้งชาติ นั้นเป็นคำสอนที่กระตุกต่อมความเป็นครูของข้าพเจ้าออกมา "ครูคือเรือจ้าง" ข้าพเจ้าได้ฟังได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆจำความได้ก็ได้ยินคำนี้แล้ว ตลอดมาก็คิดเช่นนั้นมาตลอด แต่บัดนนี้ได้มาทำหน้าที่ครูฝึกสอน ได้เห็นความลำบากยากเข็ญของบรรดาครูบาอาจารย์ในโรงเรียนที่ต้องการสอนให้เด็กๆมีความรู้ มีคุณธรรม ความสามารถไปต่อสู้กับผู้คนในสังคม ไปใช้ชีวิตในสังคมได้ อยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมได้ ข้าพเจ้านั้นไม่เชื่อว่าครูเป็นเรือจ้าง แต่กลับมองว่าครูนี้เหมือเทียนไขที่พร้อมจะเผาไหม้ตนเองเพื่อมอบแสงสว่างส่องนำทางให้ผู้อื่น ยอมเสียสละเวลาส่วนตัว เงินทอง หรือความสะดวกสบายบางอย่างเพื่อให้นักเรียนได้ประสบผลสำเร็จ สิ่งที่ข้าพเจ้าจะกล่าวก็คือ ข้าพเจ้าทั้งหลายที่เป็นครูฝึกสอนจะเป็นดั่งน้ำตาเทียนที่ถูกไฟเผาไหม้จากครูทั้งหลาย ที่จะรวมกันเป็นเทียนเล่มใหม่ที่พร้อมจะเผาไหม้ตัวเองเพื่อสร้างแสงสว่างให้นักเรียนสืบไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่