http://www.share2trade.com/index.php?route=content/content&path=9&content_id=2983
ที่จั่วหัวไว้ ไม่ได้ไกลเกินฝัน เพราะนับจากนี้ หุ้นที่มีนักการเมืองเข้าไปมีเอี่ยว จะมีการกล่าวถึงมากขึ้น แต่หุ้นตัวนี้ นับแต่ที่นี่มีการเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ ผู้ถือหุ้นใหม่ ก็เกิดปัญหามากมาย รวมทั้งโครงการต่างๆ ที่ต้องการทำ หลังจากการปรับโครงการใหม่ ก็เห็นที่เป็นรูปธรรม จับต้องได้ น้อยมาก และยังจำได้ว่า "เคยมีนักวิเคราะห์รายหนึ่ง" แอบแซวหลังจากไปดูโรงไฟฟ้าที่เมียนมาร์ของบริษัทที่ว่า แล้วบอกว่า "นี่มันธุรกิจเครื่องปั่นไฟชัดๆ ไม่ใช่โรงไฟฟ้า"
หลายคนคงสงสัย บริษัทอะไรหว่า...จากซากศพเน่า เปลี่ยนชื่อใหม่ แต่ความคืบหน้าของการขยายธุรกิจโรงไฟฟ้ายังไร้ความชัดเจน ใช้เวลาเกือบหลายปี และมีข่าวออกมา ว่ามีโอกาสได้โรงไฟฟ้า มีกำลังการผลิตถึง 200 เมกะวัตต์ แต่ความเป็นจริงตอนนี้จ่ายไฟแล้วแค่ 6 เมกะวัตต์ และยังไม่มีทีท่าว่าจะเพิ่มขึ้นได้อย่างไร
เมื่อประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่งประกาศเสียงดังฟังชัด (อีกครั้ง) ว่าขอปักหมุดศึกษาธุรกิจพลังงานที่มีแนวโน้มเติบโตในทิศทางที่ดี เพราะได้รับปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากภาครัฐ ที่ต้องการผลักดันการใช้พลังงานทดแทนให้มากขึ้น และยังเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้สม่ำเสมอ
แต่แล้วไม่นาน ก็เกิดฟ้าผ่าลงกลางวง จากฝีมือของ "ศิริ จิระพงษ์พันธ์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ออกมาประกาศยุติการรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขยะ โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน พลังงานทดแทน พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ของกระทรวงพลังงาน ได้สร้างความกังขาให้กับทั้งนักลงทุน นักพัฒนาโรงไฟฟ้า และประชาชนทั่วไป ทั้งที่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานเหล่านี้ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เรียกกันว่าพลังงานสะอาด
ไม่ได้ไร้เหตุผล เพราะกระทรวงพลังงานระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทย ไม่ได้ขาดแคลนไฟฟ้าและมีไฟฟ้าเพียงพอต่อความต้องการใช้ไปยาวนานอีก 5 ปีข้างหน้า จึงไม่จำเป็นต้องเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ที่เป็นโครงการใหม่ๆ ทั้งในรูปแบบโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (SPP) และโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็กมาก (VSPP) เพิ่มเติม
รับรู้กันถ้วนหน้าแล้วนะครับ
มาถึงธุรกิจที่มีการเพิ่มเข้ามา นั่นคือ กิจการออกแบบเว็บไซต์ ระบบอินเตอร์เน็ต ระบบเครือข่าย ระบบอีคอมเมิร์ซ ระบบเว็บไซต์ทุกประเภท, กิจการพัฒนา และบำรุงรักษาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมทั้งโมบายแอพพลิเคชั่นทุกประเภท, กิจการพัฒนาและบำรุงรักษาระบบสืบสวนสอบสวน พิสูจน์หลักฐาน ระบบเก็บข้อมูล ระบบตรวจสอบโซเชียลมีเดีย, 4.ประกอบกิจการให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านระบบเน็ตเวิร์ค (Network) ไวไฟ (Wi-Fi) หรืออุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ (Smart Device) ทุกประเภท, กิจการให้บริการระบบสื่อสารโทรคมนาคม ระบบวิทยุสื่อสารหรือระบบสื่อสารข้อมูลภาพเสียง ผ่านอินเทอร์เน็ตทุกประเภท, และกิจการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ หรือสื่อวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ ทุกประเภท รวมไปถึง ธุรกิจบริการธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบออนไลน์ หรือบริการทางการเงินผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรือโมบายแอพพลิเคชั่น, ค้าขายออนไลน์ การพัฒนาเทคโนโลยีระบบพิสูจน์ตัวตน ระบบจดจำและตรวจสอบใบหน้า ระบบตรวจสอบลายนิ้วมือ ระบบตรวจสอบดีเอ็นเอและระบบไบโอเมทริกซ์ทุกประเภท
สรุป จะทำอะไรกันแน่ พลังงานทดแทน หรือไอที โทรคมนาคม และความชัดเจนเป็นอย่างไรบ้าง การมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจ Mobile Solution และระบบ Social Media เพื่อนำไปสู่ก้าวใหม่ของการสื่อสารแบบคมชัด ไร้พรมแดน ยังอยู่ดีหรือไม่ ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาถือว่า มีข่าวดีมาโดยตลอด
ที่สำคัญหุ้นตัวนี้ คือหนึ่งในธุรกิจในตลาดหุ้น ที่ผ่านการปรับโครงสร้างทางธุรกิจ มีการใช้เครื่องมือทางการเงินของตลาดทุน (แตกพาร์-เพิ่มทุน) รวมไปถึงการให้ข้อมูลต่อนักลงทุน ที่ต้องยอมรับว่า ไม่เพียงพอ หรือให้ข้อมูลไม่หมด สร้างความสับสน จนนำไปสู่การลดทอนความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน สำคัญสุดคือ ไม่มีความชัดเจนที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเรื่องที่จะทำโรงไฟฟ้า มีแต่โปรเจค แต่ไม่มี PPA ทำให้เกิดความสับสนระหว่างข้อเท็จจริงกับการขายฝัน คือมุ่งหวังอยากจะทำ แต่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
จากวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร แม้จะโดนดับฝันไปแล้ว เราก็ยังได้เห็นว่าเขามีการทยอยซื้อหุ้นมาอย่างต่อเนื่อง หลังเริ่มมีการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าสหกรณ์ 3 โครงการ
จะเทิร์นอราวด์ได้จริงหรือไม่ คราวนี้ก็มาถึงเรื่องโครงสร้างจริงๆ ที่ยังไม่เสร็จเด็ดขาด เพราะอย่างไรเสีย ต่อให้มีมากขนาดไหน สิทธิ์เด็ดขาดก็ต้องถามว่า มีหรือยัง เพราะได้ข่าวว่ามีไอ้โม่งที่ยังถือหุ้นอยู่ ชักใยอยู่เบื้องหลัง หรือขัดแข้งขัดขาอยู่เบื้องหลัง เพราะเวลานี้ หน้าฉาก ก็ดูดี มีข่าวดี มีการเดินหน้าโครงการจริงๆ แต่จะมีแค่นี้เองหรือ เพราะกระแสความขัดแย้งภายในกลุ่มผู้ถือหุ้นเอง ซึ่งทราบว่า มี 2 กลุ่ม ที่ยังยื้อๆ กันอยู่
ก่อนหน้านี้ มีข่าวว่า "กลุ่มการเมือง" ที่อยู่ในนี้นี่แหละที่อันตรายที่สุด แม้จะไม่ปรากฎชื่อชัดเจน ว่าถือหุ้นอยู่ แต่คำกว่า "กลุ่มการเมือง" และหากย้อนอดีตที่ผ่านมา จะพบว่า เป็นจุดเริ่มต้นของการปรับโครงสร้างใหม่ ภายใต้ชื่อใหม่ มีการเดินงานทั้งบนดิน ใต้ดิน แต่ก็โดนเตะตัดขาตลอด เลยทำให้ความพยายามหลังลงเงินไปแล้วจำนวนมาก จึงต้องเดินหน้าต่อ นัยยะว่าต้อง "ชนะ"
ปี่กลองการเมืองเริ่มต้นแล้ว คนที่คาดหวังที่จะชนะการเลือกตั้ง และได้ตำแหน่งสำคัญๆ ทางการเมือง ถ้าจำเป็นต้องหาเงิน ก็ยิ่งต้องทำยังไงให้หุ้นขึ้น งานนี้คงไม่ง่าย หากทั้งสองกลุ่ม ยังไม่สามารถจับมือกันได้ หรือตกลงกันไม่ได้ "การแฉ" จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง บาดแผลที่ถูกเก็บไว้นาน อาจจะโดน "สะกิด" เพราะโอกาสหายสนิท ยังไม่เจอ
การรบที่ไม่ชนะ เพราะเงื่อนไขทางการเมือง จะถูกนำมาใช้ในเกมหุ้น คงไม่ง่าย เพราะท้ายที่สุด "เกมเตะตัดขา" จะยังมีต่อไป
เมื่อรบไปชนะ โอกาสที่นักลงทุนที่เข้าสิง และหวังว่า จะเทิร์นอราวด์ ก็ต้องคิดกันดีๆ หน่อย เพราะเกมการเมือง เวลาเขาเล่นกันจริงๆ เอากันถึงตาย โดยเฉพาะเมื่ออยู่กัน"คนละข้าง คนละนาย"
ยิ่งเวลาใกล้เข้ามามากเท่าไหร่ ปี่กลองการเมืองจะเริ่มเชิด จากนั้นแหละ กระบวนการแฉ ก็จะบังเกิด งานนี้ "ใครเป็นนอมินีใคร" ใครถือแทนใคร อย่าคิดว่าไม่มีใครรู้ ยุคนี้ สมัยนี้อย่าคิดว่าความลับจะยังมี และที่สำคัญ อย่าเอา "นักลงทุนรายย่อยเป็นตัวประกัน" ไหนๆ สนามการเมืองกำลังจะเริ่มต้น การถอยห่างจากเกมนี้ น่าจะเป็นทางออกที่สวยที่สุด แต่นั่นแหละ เรื่องของผลประโยชน์ ไม่เข้าใครออกใคร
ส่วนความหวังของนักลงทุนรายย่อย ว่าหุ้นพร้อมจะพร้อมดีดเด้งช่วงก่อนเลือกตั้ง บอกได้เลย ระวังดีๆ เพราะของมันร้อน "ศึกภายในยังครุกรุ่น" อย่าไปหวังว่าเกมต่างๆ จะราบรื่น หากติดตามเกมการเมือง "การฆ่าทางการเมือง" มีเกิดขึ้นแน่ รายที่เก็บตัวเงียบๆ ก็แค่รอเวลาเท่านั้น อย่างที่บอก งานนี้อย่าเอา "นักลงทุนรายย่อยเป็นตัวประกัน" เพื่อประโยชน์ของตัวเอง เพราะจะได้ไม่คุ้มเสีย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม เพราะการออกข่าวดีๆ มา มันมี "ลับลวงพราง"
ฝากถึงนักลงทุนรายย่อย ที่กำลังเล็งหุ้นตัวนี้อยู่ ระวังเกมจะจบไม่สวยนะครับ
/////////////////////
ขอบคุณบทความจาก www.facebook.com/Share2Trade/
http://www.share2trade.com
ระวังอันตราย กับหุ้นการเมือง (โดย มิตร กัลยาณมิตร เว็บ Share2Trade)
ที่จั่วหัวไว้ ไม่ได้ไกลเกินฝัน เพราะนับจากนี้ หุ้นที่มีนักการเมืองเข้าไปมีเอี่ยว จะมีการกล่าวถึงมากขึ้น แต่หุ้นตัวนี้ นับแต่ที่นี่มีการเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ ผู้ถือหุ้นใหม่ ก็เกิดปัญหามากมาย รวมทั้งโครงการต่างๆ ที่ต้องการทำ หลังจากการปรับโครงการใหม่ ก็เห็นที่เป็นรูปธรรม จับต้องได้ น้อยมาก และยังจำได้ว่า "เคยมีนักวิเคราะห์รายหนึ่ง" แอบแซวหลังจากไปดูโรงไฟฟ้าที่เมียนมาร์ของบริษัทที่ว่า แล้วบอกว่า "นี่มันธุรกิจเครื่องปั่นไฟชัดๆ ไม่ใช่โรงไฟฟ้า"
หลายคนคงสงสัย บริษัทอะไรหว่า...จากซากศพเน่า เปลี่ยนชื่อใหม่ แต่ความคืบหน้าของการขยายธุรกิจโรงไฟฟ้ายังไร้ความชัดเจน ใช้เวลาเกือบหลายปี และมีข่าวออกมา ว่ามีโอกาสได้โรงไฟฟ้า มีกำลังการผลิตถึง 200 เมกะวัตต์ แต่ความเป็นจริงตอนนี้จ่ายไฟแล้วแค่ 6 เมกะวัตต์ และยังไม่มีทีท่าว่าจะเพิ่มขึ้นได้อย่างไร
เมื่อประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่งประกาศเสียงดังฟังชัด (อีกครั้ง) ว่าขอปักหมุดศึกษาธุรกิจพลังงานที่มีแนวโน้มเติบโตในทิศทางที่ดี เพราะได้รับปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากภาครัฐ ที่ต้องการผลักดันการใช้พลังงานทดแทนให้มากขึ้น และยังเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้สม่ำเสมอ
แต่แล้วไม่นาน ก็เกิดฟ้าผ่าลงกลางวง จากฝีมือของ "ศิริ จิระพงษ์พันธ์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ออกมาประกาศยุติการรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขยะ โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน พลังงานทดแทน พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ของกระทรวงพลังงาน ได้สร้างความกังขาให้กับทั้งนักลงทุน นักพัฒนาโรงไฟฟ้า และประชาชนทั่วไป ทั้งที่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานเหล่านี้ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เรียกกันว่าพลังงานสะอาด
ไม่ได้ไร้เหตุผล เพราะกระทรวงพลังงานระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทย ไม่ได้ขาดแคลนไฟฟ้าและมีไฟฟ้าเพียงพอต่อความต้องการใช้ไปยาวนานอีก 5 ปีข้างหน้า จึงไม่จำเป็นต้องเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ที่เป็นโครงการใหม่ๆ ทั้งในรูปแบบโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (SPP) และโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็กมาก (VSPP) เพิ่มเติม
รับรู้กันถ้วนหน้าแล้วนะครับ
มาถึงธุรกิจที่มีการเพิ่มเข้ามา นั่นคือ กิจการออกแบบเว็บไซต์ ระบบอินเตอร์เน็ต ระบบเครือข่าย ระบบอีคอมเมิร์ซ ระบบเว็บไซต์ทุกประเภท, กิจการพัฒนา และบำรุงรักษาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมทั้งโมบายแอพพลิเคชั่นทุกประเภท, กิจการพัฒนาและบำรุงรักษาระบบสืบสวนสอบสวน พิสูจน์หลักฐาน ระบบเก็บข้อมูล ระบบตรวจสอบโซเชียลมีเดีย, 4.ประกอบกิจการให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านระบบเน็ตเวิร์ค (Network) ไวไฟ (Wi-Fi) หรืออุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ (Smart Device) ทุกประเภท, กิจการให้บริการระบบสื่อสารโทรคมนาคม ระบบวิทยุสื่อสารหรือระบบสื่อสารข้อมูลภาพเสียง ผ่านอินเทอร์เน็ตทุกประเภท, และกิจการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ หรือสื่อวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ ทุกประเภท รวมไปถึง ธุรกิจบริการธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบออนไลน์ หรือบริการทางการเงินผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรือโมบายแอพพลิเคชั่น, ค้าขายออนไลน์ การพัฒนาเทคโนโลยีระบบพิสูจน์ตัวตน ระบบจดจำและตรวจสอบใบหน้า ระบบตรวจสอบลายนิ้วมือ ระบบตรวจสอบดีเอ็นเอและระบบไบโอเมทริกซ์ทุกประเภท
สรุป จะทำอะไรกันแน่ พลังงานทดแทน หรือไอที โทรคมนาคม และความชัดเจนเป็นอย่างไรบ้าง การมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจ Mobile Solution และระบบ Social Media เพื่อนำไปสู่ก้าวใหม่ของการสื่อสารแบบคมชัด ไร้พรมแดน ยังอยู่ดีหรือไม่ ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาถือว่า มีข่าวดีมาโดยตลอด
ที่สำคัญหุ้นตัวนี้ คือหนึ่งในธุรกิจในตลาดหุ้น ที่ผ่านการปรับโครงสร้างทางธุรกิจ มีการใช้เครื่องมือทางการเงินของตลาดทุน (แตกพาร์-เพิ่มทุน) รวมไปถึงการให้ข้อมูลต่อนักลงทุน ที่ต้องยอมรับว่า ไม่เพียงพอ หรือให้ข้อมูลไม่หมด สร้างความสับสน จนนำไปสู่การลดทอนความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน สำคัญสุดคือ ไม่มีความชัดเจนที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเรื่องที่จะทำโรงไฟฟ้า มีแต่โปรเจค แต่ไม่มี PPA ทำให้เกิดความสับสนระหว่างข้อเท็จจริงกับการขายฝัน คือมุ่งหวังอยากจะทำ แต่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
จากวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร แม้จะโดนดับฝันไปแล้ว เราก็ยังได้เห็นว่าเขามีการทยอยซื้อหุ้นมาอย่างต่อเนื่อง หลังเริ่มมีการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าสหกรณ์ 3 โครงการ
จะเทิร์นอราวด์ได้จริงหรือไม่ คราวนี้ก็มาถึงเรื่องโครงสร้างจริงๆ ที่ยังไม่เสร็จเด็ดขาด เพราะอย่างไรเสีย ต่อให้มีมากขนาดไหน สิทธิ์เด็ดขาดก็ต้องถามว่า มีหรือยัง เพราะได้ข่าวว่ามีไอ้โม่งที่ยังถือหุ้นอยู่ ชักใยอยู่เบื้องหลัง หรือขัดแข้งขัดขาอยู่เบื้องหลัง เพราะเวลานี้ หน้าฉาก ก็ดูดี มีข่าวดี มีการเดินหน้าโครงการจริงๆ แต่จะมีแค่นี้เองหรือ เพราะกระแสความขัดแย้งภายในกลุ่มผู้ถือหุ้นเอง ซึ่งทราบว่า มี 2 กลุ่ม ที่ยังยื้อๆ กันอยู่
ก่อนหน้านี้ มีข่าวว่า "กลุ่มการเมือง" ที่อยู่ในนี้นี่แหละที่อันตรายที่สุด แม้จะไม่ปรากฎชื่อชัดเจน ว่าถือหุ้นอยู่ แต่คำกว่า "กลุ่มการเมือง" และหากย้อนอดีตที่ผ่านมา จะพบว่า เป็นจุดเริ่มต้นของการปรับโครงสร้างใหม่ ภายใต้ชื่อใหม่ มีการเดินงานทั้งบนดิน ใต้ดิน แต่ก็โดนเตะตัดขาตลอด เลยทำให้ความพยายามหลังลงเงินไปแล้วจำนวนมาก จึงต้องเดินหน้าต่อ นัยยะว่าต้อง "ชนะ"
ปี่กลองการเมืองเริ่มต้นแล้ว คนที่คาดหวังที่จะชนะการเลือกตั้ง และได้ตำแหน่งสำคัญๆ ทางการเมือง ถ้าจำเป็นต้องหาเงิน ก็ยิ่งต้องทำยังไงให้หุ้นขึ้น งานนี้คงไม่ง่าย หากทั้งสองกลุ่ม ยังไม่สามารถจับมือกันได้ หรือตกลงกันไม่ได้ "การแฉ" จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง บาดแผลที่ถูกเก็บไว้นาน อาจจะโดน "สะกิด" เพราะโอกาสหายสนิท ยังไม่เจอ
การรบที่ไม่ชนะ เพราะเงื่อนไขทางการเมือง จะถูกนำมาใช้ในเกมหุ้น คงไม่ง่าย เพราะท้ายที่สุด "เกมเตะตัดขา" จะยังมีต่อไป
เมื่อรบไปชนะ โอกาสที่นักลงทุนที่เข้าสิง และหวังว่า จะเทิร์นอราวด์ ก็ต้องคิดกันดีๆ หน่อย เพราะเกมการเมือง เวลาเขาเล่นกันจริงๆ เอากันถึงตาย โดยเฉพาะเมื่ออยู่กัน"คนละข้าง คนละนาย"
ยิ่งเวลาใกล้เข้ามามากเท่าไหร่ ปี่กลองการเมืองจะเริ่มเชิด จากนั้นแหละ กระบวนการแฉ ก็จะบังเกิด งานนี้ "ใครเป็นนอมินีใคร" ใครถือแทนใคร อย่าคิดว่าไม่มีใครรู้ ยุคนี้ สมัยนี้อย่าคิดว่าความลับจะยังมี และที่สำคัญ อย่าเอา "นักลงทุนรายย่อยเป็นตัวประกัน" ไหนๆ สนามการเมืองกำลังจะเริ่มต้น การถอยห่างจากเกมนี้ น่าจะเป็นทางออกที่สวยที่สุด แต่นั่นแหละ เรื่องของผลประโยชน์ ไม่เข้าใครออกใคร
ส่วนความหวังของนักลงทุนรายย่อย ว่าหุ้นพร้อมจะพร้อมดีดเด้งช่วงก่อนเลือกตั้ง บอกได้เลย ระวังดีๆ เพราะของมันร้อน "ศึกภายในยังครุกรุ่น" อย่าไปหวังว่าเกมต่างๆ จะราบรื่น หากติดตามเกมการเมือง "การฆ่าทางการเมือง" มีเกิดขึ้นแน่ รายที่เก็บตัวเงียบๆ ก็แค่รอเวลาเท่านั้น อย่างที่บอก งานนี้อย่าเอา "นักลงทุนรายย่อยเป็นตัวประกัน" เพื่อประโยชน์ของตัวเอง เพราะจะได้ไม่คุ้มเสีย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม เพราะการออกข่าวดีๆ มา มันมี "ลับลวงพราง"
ฝากถึงนักลงทุนรายย่อย ที่กำลังเล็งหุ้นตัวนี้อยู่ ระวังเกมจะจบไม่สวยนะครับ
/////////////////////
ขอบคุณบทความจาก www.facebook.com/Share2Trade/
http://www.share2trade.com