สวัสดีค่ะ ขอเกริ่นก่อนนะคะ ว่านี่ไม่ใช่เรื่องของเรา แต่เป็นเรื่องของเพื่อนเราเองค่ะ ขอแทนนามสมมติเพื่อนว่าหนึ่งนะคะ (หนึ่งเป็นผู้หญิงค่ะ )
เรากับหนึ่งเป็นเพื่อนกันตอน ม.4 ค่ะ คือหนึ่งย้ายเข้ามาใหม่ เราเองก็มาจากห้องอื่นก็ไม่มีเพื่อนเช่นกัน เลยได้มีโอกาสรู้จักกัน หนึ่งเป็นผู้หญิงที่ อวบๆหน่อยค่ะ คือค่อนไปทางอ้วนเลยค่ะ หนึ่งเป็นคนร่าเริงค่ะ คืออยู่ด้วยแล้วไม่เครียดเลยค่ะ ช่วงแรกๆมันโอเคมากเลยค่ะ ทุกอย่างลงตัว เราเองก็รู้สึกโชคดีที่ได้เป็นเพื่อนกับหนึ่ง จนวันนึงมีเหตุทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปค่ะ
เรื่องมันเริ่มจากคือหนึ่งจะมีลักษณะคล้ายๆผู้หญิงคนหนึ่ง (ขอแทนว่าบีนะคะ) ในม.เดียวกันค่ะ แบบว่า หน้าตาคล้ายคลึงกัน คนที่ล้อก็เป็นเพื่อนที่อยู่กลุ่มเดียวกันกับบีค่ะ (หนึ่งกับเราอยู่ห้อง 2 ค่ะ ส่วนพวกนั้นอยู่ห้อง 9) คือกลุ่มนั้นจะออกแนวๆเกเรค่ะ ทุกคนอาจจะพอนึกออกนะคะ ช่วงแรกๆแน่นอนค่ะ ว่าเราพอรับได้ หนึ่งพอไปไหว พอหลีกเลี่ยงได้ แต่จนวันนึงมันเริ่มไม่โอเคอะค่ะ อย่างหนึ่งเข้าไปในห้องน้ำคนเดียว ก็จะโดนล้อตรงนั้นเลย แบบนี้ค่ะ จนมันลามไปหลายห้อง แล้วเรียกหนึ่งว่า บีๆๆ
ประมาณ ม.4 เทอม 2 มันมีเหตุเล็กๆเกิดขึ้นค่ะ คือหนึ่งก็ตัดสินใจตัดผมสั้น(ประมาณคางอะค่ะ) คือเป็นเหตุผลง่ายๆคือร้อนอะค่ะ ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็จะตัดเพราะแบบนี้อยู่แล้ว แต่จุดนี้แหละค่ะ ที่ทำให้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป อย่างสิ้นเชิง แทบทุกคนในโรงเรียนพอเห็นผมทรงนั้นของหนึ่งอะค่ะ คือขำ พอเดินผ่านก็พูดว่าไวโอเล็ต(ตัวละครใน ROV) คือทั้งรุ่นน้องรุ่นพี่คือไม่เว้นเลยค่ะ หรือแม้แต่พวกที่เรียกว่าเป็นสภานักเรียนก็ตาม เป็นแบบนี้จนถึงปัจจุบันเลยค่ะ (คือม.6 แล้วค่ะ) เดินไปไหนก็จะเจออะไรแบบนี้ นั่งๆอยู่ก็โดนกลุ่มใครไม่รู้นั่งมองหน้าแล้วขำ บางทีก็หันมามองทั้งโต๊ะ เราเห็นหนึ่งเจ็บปวดกับเรื่องแบบนี้มาตลอด เราก็เจ็บปวดเช่นกัน เราแค่รู้สึกว่า ทำไมทุกคนถึงคิดไม่ได้ คนเรามีสิทธิ์อะไรหรอคะ ที่จะไปรุมหัวเราะเยาะคนอื่น ทั้งๆที่เค้าไม่ได้ทำอะไรใส่คุณเลย ทำไมทุกคนถึงเอาแต่สนุกปาก แล้วคนที่ต้องทรมาณล่ะคะ? เคยพยายามแล้วค่ะ เคยพยายามให้หนึ่งปล่อย ปล่อยไปได้พักนึง พอโดนเข้าหนักๆ มันไปต่อไม่ถูกอะค่ะ คือช่วงขึ้น ม.5 เราอยู่ห้องเดิม แต่หนึ่งทำเกรดได้ไม่ดี เลยตกลงไปอีกห้อง แบบไม่มีเพื่อนไปด้วยเลยค่ะ ทั้งกลุ่มคืออยู่ห้องเดิมหมด กลายเป็นว่าเพื่อนใหม่ในห้องก็มีล้อด้วยค่ะ อารมณ์มันเหมือนกับเราคนเดียวกับสายตาใครต่อใคร ที่ไม่มีใครปกป้องเราได้เลยค่ะ มันเหมือนเราพยายามสร้างกำแพงแต่ก็มีคนเข้ามาทำลายมันได้ตลอดเวลา หนึ่งก็หาเพื่อนได้คนนึงค่ะในห้องนั้น (ขอแทนว่าเอค่ะ) แต่เกิดเรื่องค่ะ เลยต้องแยกกัน เราก็จะเจอกับหนึ่งแค่ช่วงเช้า พักกลางวัน หรือคาบว่าง เราจะได้เห็นมุมอ่อนแอของหนึ่งตลอดค่ะ มุมเครียดๆ ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่มาหาเราแล้วอารมณ์ดี หนึ่งเคยปรึกษาครูเรื่องโดนล้อค่ะ แต่ครูพูดกลับมาว่า เค้าล้อเล่นหรือเปล่า หนึ่งเคยพูดกับครอบครัวว่าจะขอย้าย ไม่ไหวแล้ว แต่ทางครอบครัวไม่เข้าใจค่ะ ว่าเทอมที่แล้วทนได้ ทำไมเทอมนี้จะทนไม่ได้ อะไรทำนองนี้ค่ะ ทุกวันนี้หนึ่งจะแสดงออกอะไรบางอย่างให้เห็นเลยค่ะว่าเครียดมากๆ เพราะการพูด การกระทำของหนึ่งเปลี่ยนไป เราแทบจะหาเวลาที่หนึ่งมีความสุขไม่ได้เลย พอคาบไหนว่างก็จะปลีกตัวไปอยู่ห้องสมุดคนเดียว ตอนเดินเรียนก็เดินเรียนคนเดียว เราขอพูดเรื่องของเอค่ะ
เรื่องของเอ มีอยู่ว่า เมื่อก่อน ตอนเริ่มแรกๆที่หนึ่งเข้าไปอยู่ในห้องใหม่ (ม.5) ก็ได้เอ กับเพื่อนผู้ชาย(ขอแทนว่าบอยค่ะ) เป็นเพื่อนค่ะ เดินกันสามคนไปไหนมาไหนเวลาไปเรียน แต่เอจะมีนิสัยที่ไม่โอเคเท่าไรค่ะ จะเอาแต่ใจ ชอบตะคอก อะไรแบบนี้ค่ะ หนึ่งก็ไม่โอเคมาสักพัก พอมา ม.6 เอก็ชอบกับบอย แล้วก็คบกันค่ะ จริงๆแล้วไม่น่าจะมีสาเหตุที่จะเลิกคบเป็นเพื่อนกันหรอกจริงมั้ยคะ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ เอเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับเราค่ะ แล้วในกลุ่มจะมีกลุ่มย่อยที่คบกันมาห้าปีแล้วค่ะ แบบสนิทมากๆ คือมีเอ กับ ซี (และอีกสองสามคนค่ะ) ซีเนี่ยชอบบอย เอรู้อยู่แล้วค่ะ ทุกคนในกลุ่มรู้หมด แบบซีเป็นคนดีค่ะ ดีมากจริงๆ เรารับประกันได้เลยว่าดีสุดๆ ทุกคนก็ซัพพอร์ตทางซีมาเรื่อยๆ คือซีสนิทกับบอยค่ะ แต่ไม่บอกชอบ เพราะกลัวเสียเพื่อน พอมาวันที่เอตกลงคบกับบอยคือตกใจกันหมดค่ะ เรา หนึ่ง และบางส่วนก็พยายามอยู่เป็นกลาง ส่วนซีกับเพื่อนห้าปีก็แยกตัวออกไปจากกลุ่มค่ะ เพราะทนไม่ไหวจริงๆ แบบในเรื่องความรู้สึกอะค่ะ มันคล้ายๆกับโดนหักหลัง พอผ่านไปเรื่อยๆ เรากับหนึ่ง และเพื่อนที่อยู่เป็นกลาง ก็เริ่มทนไม่ไหว เพราะเอไม่ได้สำนึกผิดอะไรทั้งนั้นค่ะ ส่วนบอย เราไม่โทษเลยค่ะ เพราะบอยไม่รู้จริงๆว่าซีชอบตัวเอง และบอยก็รับค่ะว่าตอนซีมาทำดีด้วยก็รู้สึกดี เพราะซีแบบสนิทจริงๆค่ะ แบบแมนๆ ไม่ใช่ผู้หญิงอะไรไม่ดีอะค่ะ พอหนึ่งตัดสินใจที่จะแยก เอก็ไปเข้ากลุ่มกับเพื่อนในห้อง ที่หนึ่งเคยแบบไปอยู่มาช่วงหลังๆ เอจะทำตัวให้เข้ากลุ่มกับเพื่อนกลุ่มนั้นให้ได้มากที่สุด จนหนึ่งต้องออกมาค่ะ เพราะหนึ่งอึดอัด อย่างที่บอกไปตอนแรกค่ะ ว่าหนึ่งก็สนิทกับบอย หนึ่งอยู่กับเอตอนเกิดเรื่อง เพราะบอยเลยค่ะ เพราะเป็นเพื่อนสนิทกัน ส่วนเอที่บอกว่าหนึ่งไม่โอมานานแล้วเพราะนิสัยเอไม่โอเคเลย พอวันที่หนึ่งตัดสินใจแยกจากเอ บอยไม่พูดไม่ถามไม่ไถ่อะไรสักคำค่ะ หนึ่งไม่เคยบอกนะคะ ว่าที่ทำไปเนี่ย เพราะความเป็นเพื่อน ที่เคยอยู่เป็นกลาง ก็เพราะความเป็นเพื่อนที่มีกันมาค่ะ ตอนนี้ในห้องนั้น หนึ่งเลยเหมือนโดนทิ้งค่ะ
เราไม่รู้ว่าที่อ่านมาถึงตรงนี้ทุกคนจะรู้สึกยังไงกับหนึ่งบ้างนะคะ แต่เราเป็นคนนึงค่ะ ที่รู้เลยว่าหนึ่งเป็นคนดี ไม่เคยล้อใคร หรือทำอะไรไม่ดีใส่คนอื่น เรารู้สึกไม่ยุติธรรมเหมือนกันที่ทำไมชีวิตคนๆนึงต้องมาเจออะไรแบบนี้ค่ะ ทั้งบ้าน โรงเรียน ไม่มีที่ไหนเข้าใจสักคน เรากลัวค่ะ ว่าหนึ่งจะไหวหรือเปล่า ในขณะที่คนอื่นต่างไปมีความสุข คนที่ทำไม่ดีก็มีความสุข ทำไมคนที่ไม่เคยคิดร้ายใครกลับต้องมาโดนอะไรแบบนี้คะ เรารู้สึกว่าเรื่องการล้อแบบนี้มันแรงมาก ในสายตาและความรู้สึกเราค่ะ เราอยู่โรงเรียนนี้มา 5 ปีไม่เคยเจออะไรแบบนี้ ไม่เคยเห็นคนใกล้ตัวโดนล้อแบบนี้ มันเลยรู้สึกว่า มันมากไปหรือเปล่า
สุดท้าย อยากฝากไว้ตรงนี้ค่ะว่า ทุกคนเป็นคนปกติค่ะ เราทุกคนมีจิตใจเหมือนกัน อย่าไปติดป้ายใคร ว่าเขาเป็นอะไร อย่ามองภายนอกแล้วตัดสินว่าเค้ามีความสุข อย่าทำร้ายใครด้วยคำพูด เพราะอำนาจของคำพูดมันเยอะค่ะ คนเราไม่สามารถรับมือกับคำพูดได้เท่ากันจริงๆ เพราะเราต่างผ่านอะไรมาไม่เหมือนกัน คำพูดคนก็เหมือนมีดค่ะ จะบาดน้อยบาดมาก ความรู้สึกมันก็คือเจ็บค่ะ อย่า bully ใคร เพียงเพราะความสนุกเลยค่ะ เพราะชีวิตคนที่โดน bully มันไม่เคยสนุกเลย
เมื่อเพื่อนเราถูก Bully จากสังคมในโรงเรียน
เรากับหนึ่งเป็นเพื่อนกันตอน ม.4 ค่ะ คือหนึ่งย้ายเข้ามาใหม่ เราเองก็มาจากห้องอื่นก็ไม่มีเพื่อนเช่นกัน เลยได้มีโอกาสรู้จักกัน หนึ่งเป็นผู้หญิงที่ อวบๆหน่อยค่ะ คือค่อนไปทางอ้วนเลยค่ะ หนึ่งเป็นคนร่าเริงค่ะ คืออยู่ด้วยแล้วไม่เครียดเลยค่ะ ช่วงแรกๆมันโอเคมากเลยค่ะ ทุกอย่างลงตัว เราเองก็รู้สึกโชคดีที่ได้เป็นเพื่อนกับหนึ่ง จนวันนึงมีเหตุทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปค่ะ
เรื่องมันเริ่มจากคือหนึ่งจะมีลักษณะคล้ายๆผู้หญิงคนหนึ่ง (ขอแทนว่าบีนะคะ) ในม.เดียวกันค่ะ แบบว่า หน้าตาคล้ายคลึงกัน คนที่ล้อก็เป็นเพื่อนที่อยู่กลุ่มเดียวกันกับบีค่ะ (หนึ่งกับเราอยู่ห้อง 2 ค่ะ ส่วนพวกนั้นอยู่ห้อง 9) คือกลุ่มนั้นจะออกแนวๆเกเรค่ะ ทุกคนอาจจะพอนึกออกนะคะ ช่วงแรกๆแน่นอนค่ะ ว่าเราพอรับได้ หนึ่งพอไปไหว พอหลีกเลี่ยงได้ แต่จนวันนึงมันเริ่มไม่โอเคอะค่ะ อย่างหนึ่งเข้าไปในห้องน้ำคนเดียว ก็จะโดนล้อตรงนั้นเลย แบบนี้ค่ะ จนมันลามไปหลายห้อง แล้วเรียกหนึ่งว่า บีๆๆ
ประมาณ ม.4 เทอม 2 มันมีเหตุเล็กๆเกิดขึ้นค่ะ คือหนึ่งก็ตัดสินใจตัดผมสั้น(ประมาณคางอะค่ะ) คือเป็นเหตุผลง่ายๆคือร้อนอะค่ะ ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็จะตัดเพราะแบบนี้อยู่แล้ว แต่จุดนี้แหละค่ะ ที่ทำให้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป อย่างสิ้นเชิง แทบทุกคนในโรงเรียนพอเห็นผมทรงนั้นของหนึ่งอะค่ะ คือขำ พอเดินผ่านก็พูดว่าไวโอเล็ต(ตัวละครใน ROV) คือทั้งรุ่นน้องรุ่นพี่คือไม่เว้นเลยค่ะ หรือแม้แต่พวกที่เรียกว่าเป็นสภานักเรียนก็ตาม เป็นแบบนี้จนถึงปัจจุบันเลยค่ะ (คือม.6 แล้วค่ะ) เดินไปไหนก็จะเจออะไรแบบนี้ นั่งๆอยู่ก็โดนกลุ่มใครไม่รู้นั่งมองหน้าแล้วขำ บางทีก็หันมามองทั้งโต๊ะ เราเห็นหนึ่งเจ็บปวดกับเรื่องแบบนี้มาตลอด เราก็เจ็บปวดเช่นกัน เราแค่รู้สึกว่า ทำไมทุกคนถึงคิดไม่ได้ คนเรามีสิทธิ์อะไรหรอคะ ที่จะไปรุมหัวเราะเยาะคนอื่น ทั้งๆที่เค้าไม่ได้ทำอะไรใส่คุณเลย ทำไมทุกคนถึงเอาแต่สนุกปาก แล้วคนที่ต้องทรมาณล่ะคะ? เคยพยายามแล้วค่ะ เคยพยายามให้หนึ่งปล่อย ปล่อยไปได้พักนึง พอโดนเข้าหนักๆ มันไปต่อไม่ถูกอะค่ะ คือช่วงขึ้น ม.5 เราอยู่ห้องเดิม แต่หนึ่งทำเกรดได้ไม่ดี เลยตกลงไปอีกห้อง แบบไม่มีเพื่อนไปด้วยเลยค่ะ ทั้งกลุ่มคืออยู่ห้องเดิมหมด กลายเป็นว่าเพื่อนใหม่ในห้องก็มีล้อด้วยค่ะ อารมณ์มันเหมือนกับเราคนเดียวกับสายตาใครต่อใคร ที่ไม่มีใครปกป้องเราได้เลยค่ะ มันเหมือนเราพยายามสร้างกำแพงแต่ก็มีคนเข้ามาทำลายมันได้ตลอดเวลา หนึ่งก็หาเพื่อนได้คนนึงค่ะในห้องนั้น (ขอแทนว่าเอค่ะ) แต่เกิดเรื่องค่ะ เลยต้องแยกกัน เราก็จะเจอกับหนึ่งแค่ช่วงเช้า พักกลางวัน หรือคาบว่าง เราจะได้เห็นมุมอ่อนแอของหนึ่งตลอดค่ะ มุมเครียดๆ ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่มาหาเราแล้วอารมณ์ดี หนึ่งเคยปรึกษาครูเรื่องโดนล้อค่ะ แต่ครูพูดกลับมาว่า เค้าล้อเล่นหรือเปล่า หนึ่งเคยพูดกับครอบครัวว่าจะขอย้าย ไม่ไหวแล้ว แต่ทางครอบครัวไม่เข้าใจค่ะ ว่าเทอมที่แล้วทนได้ ทำไมเทอมนี้จะทนไม่ได้ อะไรทำนองนี้ค่ะ ทุกวันนี้หนึ่งจะแสดงออกอะไรบางอย่างให้เห็นเลยค่ะว่าเครียดมากๆ เพราะการพูด การกระทำของหนึ่งเปลี่ยนไป เราแทบจะหาเวลาที่หนึ่งมีความสุขไม่ได้เลย พอคาบไหนว่างก็จะปลีกตัวไปอยู่ห้องสมุดคนเดียว ตอนเดินเรียนก็เดินเรียนคนเดียว เราขอพูดเรื่องของเอค่ะ
เรื่องของเอ มีอยู่ว่า เมื่อก่อน ตอนเริ่มแรกๆที่หนึ่งเข้าไปอยู่ในห้องใหม่ (ม.5) ก็ได้เอ กับเพื่อนผู้ชาย(ขอแทนว่าบอยค่ะ) เป็นเพื่อนค่ะ เดินกันสามคนไปไหนมาไหนเวลาไปเรียน แต่เอจะมีนิสัยที่ไม่โอเคเท่าไรค่ะ จะเอาแต่ใจ ชอบตะคอก อะไรแบบนี้ค่ะ หนึ่งก็ไม่โอเคมาสักพัก พอมา ม.6 เอก็ชอบกับบอย แล้วก็คบกันค่ะ จริงๆแล้วไม่น่าจะมีสาเหตุที่จะเลิกคบเป็นเพื่อนกันหรอกจริงมั้ยคะ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ เอเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับเราค่ะ แล้วในกลุ่มจะมีกลุ่มย่อยที่คบกันมาห้าปีแล้วค่ะ แบบสนิทมากๆ คือมีเอ กับ ซี (และอีกสองสามคนค่ะ) ซีเนี่ยชอบบอย เอรู้อยู่แล้วค่ะ ทุกคนในกลุ่มรู้หมด แบบซีเป็นคนดีค่ะ ดีมากจริงๆ เรารับประกันได้เลยว่าดีสุดๆ ทุกคนก็ซัพพอร์ตทางซีมาเรื่อยๆ คือซีสนิทกับบอยค่ะ แต่ไม่บอกชอบ เพราะกลัวเสียเพื่อน พอมาวันที่เอตกลงคบกับบอยคือตกใจกันหมดค่ะ เรา หนึ่ง และบางส่วนก็พยายามอยู่เป็นกลาง ส่วนซีกับเพื่อนห้าปีก็แยกตัวออกไปจากกลุ่มค่ะ เพราะทนไม่ไหวจริงๆ แบบในเรื่องความรู้สึกอะค่ะ มันคล้ายๆกับโดนหักหลัง พอผ่านไปเรื่อยๆ เรากับหนึ่ง และเพื่อนที่อยู่เป็นกลาง ก็เริ่มทนไม่ไหว เพราะเอไม่ได้สำนึกผิดอะไรทั้งนั้นค่ะ ส่วนบอย เราไม่โทษเลยค่ะ เพราะบอยไม่รู้จริงๆว่าซีชอบตัวเอง และบอยก็รับค่ะว่าตอนซีมาทำดีด้วยก็รู้สึกดี เพราะซีแบบสนิทจริงๆค่ะ แบบแมนๆ ไม่ใช่ผู้หญิงอะไรไม่ดีอะค่ะ พอหนึ่งตัดสินใจที่จะแยก เอก็ไปเข้ากลุ่มกับเพื่อนในห้อง ที่หนึ่งเคยแบบไปอยู่มาช่วงหลังๆ เอจะทำตัวให้เข้ากลุ่มกับเพื่อนกลุ่มนั้นให้ได้มากที่สุด จนหนึ่งต้องออกมาค่ะ เพราะหนึ่งอึดอัด อย่างที่บอกไปตอนแรกค่ะ ว่าหนึ่งก็สนิทกับบอย หนึ่งอยู่กับเอตอนเกิดเรื่อง เพราะบอยเลยค่ะ เพราะเป็นเพื่อนสนิทกัน ส่วนเอที่บอกว่าหนึ่งไม่โอมานานแล้วเพราะนิสัยเอไม่โอเคเลย พอวันที่หนึ่งตัดสินใจแยกจากเอ บอยไม่พูดไม่ถามไม่ไถ่อะไรสักคำค่ะ หนึ่งไม่เคยบอกนะคะ ว่าที่ทำไปเนี่ย เพราะความเป็นเพื่อน ที่เคยอยู่เป็นกลาง ก็เพราะความเป็นเพื่อนที่มีกันมาค่ะ ตอนนี้ในห้องนั้น หนึ่งเลยเหมือนโดนทิ้งค่ะ
เราไม่รู้ว่าที่อ่านมาถึงตรงนี้ทุกคนจะรู้สึกยังไงกับหนึ่งบ้างนะคะ แต่เราเป็นคนนึงค่ะ ที่รู้เลยว่าหนึ่งเป็นคนดี ไม่เคยล้อใคร หรือทำอะไรไม่ดีใส่คนอื่น เรารู้สึกไม่ยุติธรรมเหมือนกันที่ทำไมชีวิตคนๆนึงต้องมาเจออะไรแบบนี้ค่ะ ทั้งบ้าน โรงเรียน ไม่มีที่ไหนเข้าใจสักคน เรากลัวค่ะ ว่าหนึ่งจะไหวหรือเปล่า ในขณะที่คนอื่นต่างไปมีความสุข คนที่ทำไม่ดีก็มีความสุข ทำไมคนที่ไม่เคยคิดร้ายใครกลับต้องมาโดนอะไรแบบนี้คะ เรารู้สึกว่าเรื่องการล้อแบบนี้มันแรงมาก ในสายตาและความรู้สึกเราค่ะ เราอยู่โรงเรียนนี้มา 5 ปีไม่เคยเจออะไรแบบนี้ ไม่เคยเห็นคนใกล้ตัวโดนล้อแบบนี้ มันเลยรู้สึกว่า มันมากไปหรือเปล่า
สุดท้าย อยากฝากไว้ตรงนี้ค่ะว่า ทุกคนเป็นคนปกติค่ะ เราทุกคนมีจิตใจเหมือนกัน อย่าไปติดป้ายใคร ว่าเขาเป็นอะไร อย่ามองภายนอกแล้วตัดสินว่าเค้ามีความสุข อย่าทำร้ายใครด้วยคำพูด เพราะอำนาจของคำพูดมันเยอะค่ะ คนเราไม่สามารถรับมือกับคำพูดได้เท่ากันจริงๆ เพราะเราต่างผ่านอะไรมาไม่เหมือนกัน คำพูดคนก็เหมือนมีดค่ะ จะบาดน้อยบาดมาก ความรู้สึกมันก็คือเจ็บค่ะ อย่า bully ใคร เพียงเพราะความสนุกเลยค่ะ เพราะชีวิตคนที่โดน bully มันไม่เคยสนุกเลย