▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
จังหวัดแม่ฮ่องสอน
บันทึกนักเดินทาง
นักท่องเที่ยว
โฮมสเตย์
เที่ยวไทย
สุขเล็ก ๆ ที่บ้านห้วยฮี้ จ.แม่ฮ่องสอน
จ.แม่ฮ่องสอน คงเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ตอบโจทย์คนรักการเดินทางได้ดีทีเดียวครับ
การเดินทางไปยังที่ต่างๆ มักมีหลายสิ่งให้จดจำ จดจำจากภาพถ่าย จดจำจากความทรงจำกับสิ่งต่าง ๆ ที่เราได้รับ
เรามาแม่ฮ่องสอนครั้งนี้ก็เพื่อมาตามหาความสุขในแบบเที่ยวไทยไม่ตกยุคไงละครับ
ตั้งแต่ไก่ยังไม่ขัน อากาศค่อนข้างหนาว ณ ตอนนั้นประมาณ 17 องศาเรียกได้ว่าควันออกปากเลยทีเดียว
ดินเล่น ชมข้าวของ พูดคุยกับชาวบ้านไปสักพัก เห็นพระท่านเดินบิณฑบาตและเพื่อเป็นศิริมงคลแก่การเดินทาง
ในเช้าวันนี้ ขอใส่บาตรรับพรจากท่านสักหน่อยครับ
เดินไปชิมขนมไป บางอย่างที่รู้จัก บางอย่างก็พึ่งเคยลองที่นี่เป็นครั้งแรกละครับ
นี่คือขนม “ข้าวหนุกงา” งาขี้ม่อนตำคลุกข้าวเหนียว ราดด้วยน้ำอ้อย รสชาติเค็มๆ หวานๆ หาซื้อได้ตามกาด หรือตลาดพื้นเมืองทั่วไป
ยิ้มแย้มแจ่มใสแบบนี้ ตรงปรี่ไปร้านคุณป้าทันทีครับ ว่าแล้วก็สั่งมาหนึ่งห่อ พออิ่ม
แกงกระด้างที่ว่านี้ทำมาจากขาหมูและตีนหมู เคี่ยวด้วยเครื่องเทศให้ข้นเหนียวทิ้งไว้ข้ามคืน
รุ่งเช้าก็จะกลายเป็นวุ้น กินกับข้าวเหนียวเป็นอีกหนึ่งเมนูยอดฮิต ที่มาแตะอากาศหนาวเมื่อไหร่ก็ต้องกินให้ได้ครับ
สาย ๆ ตลาดบางส่วนก็วายแล้วครับ ขอแวะเติมพลังด้วยขนมจีนน้ำยาในตลาดที่สำคัญ!!!ราคาไม่แพงอีกด้วยครับ
ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาทีเราก็จะถึงที่หมาย
และประเพณีของชาวแม่ฮ่องสอน และทั้งสองเปรียบเสมือนวัดแฝดที่ตั้งอยู่ในกำแพงเดียวกัน
เมื่อมองจากด้านหน้า วัดจองคำ จะอยู่ด้านซ้ายมือ ส่วนวัดจองกลางจะอยู่ทางขวามือ
ฝีมือช่างชาวพม่า นำมาจากพม่าตั่งแต่ปี พ.ศ.2400 จำนวนทั้งสิ้น 33 ตัว ดั่งที่เห็น
และเครื่อง ใช้โบราณอีกหลายชิ้นให้เข้าชมอีกด้วยครับ (เปิด 08.00-18.00 น. ทุกวัน)
แน่นอนครับ เราจำเป็นต้องโดยสารรถเพื่อไปยังจุดต่างๆ แต่จะให้เหมาะกับสายลุยแบบผม
ขอเลือกมอเตอร์ไซต์รับจ้างนี่แหละครับ ได้เห็นบรรยากาศข้างทาง และสามารถแวะตามที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวก
“วัดพระนอน” สร้างโดยพญาสิงหนาทราชา (นามเดิมว่า ชานกะเล เป็นชาวไทใหญ่ ) เจ้าเมืององค์แรกของแม่ฮ่องสอน
นี่ก็เป็นอีกวัดหนึ่งที่สำคัญ ของจ.แม่ฮ่องสอนครับ
ระหว่างทางขึ้นก็จะชันหน่อย ตรงนี้ควรขับด้วยความระมัดระวัง หรือความเร็วต่ำนะครับ
ความสวยงามของตัวพระธาตุและบริเวณโดยรอบประดับประดาด้วยไฟดวงเล็กๆ สวยงามจริง ๆ ครับ
คราวนี้ผมจะพาไปสัมผัสอากาศที่บริสุทธิ์ที่ “หมู่บ้านห้วยฮี้” เราจะตัดขาดจากโลกภายนอกไปสักพัก
มาที่นี่ นอกจากจะไม่มีแอร์ ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น ยังไม่มีสัญญาณโทรศัพท์อีกด้วยนะครับ
หลงเหลือก็แต่สัญญาณแห่งความสุขที่กำลังจะเกิดขึ้น
การเดินทางขึ้น บ้านห้วยฮี้ ต้องอาศัยความชำนาญสักนิดครับ สำหรับผมแล้วมีประสบการณ์อยู่มากพอสมควร
ครั้งนี้จึงขอขับรถเที่ยวเองแบบลุยๆ และมีพี่ซองชาวบ้าน บ้านห้วยฮี๊เป็นผู้นำทางครับ
แต่สำหรับนักท่องเที่ยวจะมีพี่ ๆ มารอรับเราเพื่อพาไปยังหมู่บ้าน ใครสนใจแวะมาเที่ยวแนะนำให้บอกเค้าไว้สักหน่อยนะครับ
เพื่อที่จะได้จัดเตรียมรอบเพื่อนำรถมารับเราได้ถูก การติดต่อจะลำบากแต่ถ้าได้ไปแล้วจะติดใจมากทีเดียวครับ
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 90 นาที ก็เดินทางมาถึงยังหมู่บ้าน
พูดคุยกับพี่ “พะสาจู” ที่เป็นทั้งพ่อค้าขายกาแฟ และตีมีดขาย เข้าทางสิครับ มีดที่ตีทำออกขายใช้ภายในครัวเรือน
และสำหรับคนที่สนใจก็สามารถสั่งได้ครับ ราคาก็ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของงานแต่ละชิ้นครับ
กิจกรรมการจักสานเป็นอีกสิ่งที่น่าสนใจเพราะปกติเราจะเห็นว่างานแบบนี้ฝ่ายหญิงเป็นคนทำ
แต่ที่บ้านห้วยฮี้ฝ่ายชายเป็นผู้จัดทำครับ ทั้งตะกร้า และของใช้อื่นๆค่อนข้างหนาแน่นและแข็งแรงทีเดียว
.
เดินเล่นรอบหมู่บ้าน ชมธรรมชาติไปเรื่อยๆ สะดุดตากับพี่ๆ อีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังก้มๆเงยๆทำอะไรสักอย่าง
มีควันฟุ้งเต็มไปหมด อดสงสัยไม่ได้ เดินเข้าไปถึงได้พบว่าพี่เค้ากำลังย้อมผ้า
ปกติครับผู้หญิงก็ต้องย้อมผ้าแต่สำหรับที่นี่พิเศษตรงที่สีที่นำมาย้อมเป็นสีจากธรรมชาติ สีส้มของขมิ้นผสมปูน และใบคราม
อดพูดถึงไม่ได้กับลวดลายความสวยงามของเครื่องแต่งกายชาวเขาครับ ที่แต่เผ่าจะมีลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไป
สาวๆ ในหมู่บ้านจะรวมตัวกันและก่อตั้งเป็นกลุ่มผ้าทอขึ้นมา ทอสำหรับนุ่งห่มในชีวิตประจำวัน และส่งขายไปยังตลาดในเมือง
ยิ้มแป้นสิครับ โอ้โห…โจ๊กถ้วยใหญ่มาก กินคนเดียวไม่หมดแน่
พี่ซองรีบบอกทันทีครับ นี่ไม่ใช่โจ๊กแต่มันคือ “ข้าวเบอะ” ลักษณะคล้ายโจ๊ก ใส่เครื่องเทศหลากหลายชนิด
ทำขึ้นเพื่อต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ เหมือนเป็นการต้อนรับ แถมมีผัดผัก และฟักเขียวที่ปลูกเองบริเวณบ้าน สด อร่อย มากทีเดียว
ก่อนจะกินก็มีการกล่าวขอพรพระเจ้า(พระเยซู) เพื่อเป็นการขอบคุณต่อพระเจ้า คุยไปคุยมาได้ความว่า...
ชาวบ้านที่นี่นับถือศาสนาคริสต์เป็นส่วนใหญ่ มีโบสถ์ประจำหมู่บ้านอยู่ทางด้านบน เดี๋ยวกินข้าวเสร็จน้องมิ้นต์
มัคคุเทศก์น้อยประจำหมู่บ้านจะพาเราขึ้นไปเยี่ยมชมครับ