นี่เป็นเรื่องราวของเราค่ะ ขอคนพร้อมที่เปิดใจจะรับฟังเรา

เราเป็นคนหนึ่งที่ครอบครัวแตกแยกกันค่ะ ขอสื่อสำหรับความรู้สึก ณ จุดที่มันอึดอัดและบอกอะไรไม่ได้กับพวกผู้ใหญ่นะคะ
เป็นการแชร์ประสบการณ์ของชีวิตที่เราเคยเจอมาค่ะ หากพร้อมที่จะเข้าใจสามารถเริ่มที่จะอ่านเรื่องราวเหล่านี้ได้เลยค่ะ *ไม่ใช่นิยายสำนวนอาจคล้ายเพราะเราก็แต่งนิยายมาก่อนค่ะ*

เริ่มแรกเลย ขอแนะนำว่าเราเป็นลูกคนเล็กที่อยู่ท่ามกลางการแตกหักของผู้ใหญ่สองคนสองฝั่ง ครอบครัวที่เคยสมบูรณ์ในความหมายของหน้าที่ที่ครบกับจำนวนคน 4 คนนะคะ มีพ่อ แม่ พี่ และน้องที่คือเราเอง
เกิดอะไรขึ้นกับความสัมพันธ์ของพ่อแม่ เป็นเรื่องที่ยากมากที่จะเข้าใจสำหรับเราที่อายุได้แค่เพียง 6 ขวบ แต่จากที่เราเติบโตมาเราได้รู้ว่า อ่า มันเกิดมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วงั้นหรอ เรารู้เลยว่าคนใกล้ตัวเป็นอะไรที่อันตรายที่สุด เพราะความไว้ใจที่มอบให้นั่นเอง
มีพี่สาวคนนึงค่ะขอใช้นามสมมุติว่าP ที่เป็นคนคอยช่วยแม่ช่วยพ่อเราเลี้ยงเรามา ใกล้ชิดมากสนิทมากความไว้ใจก็มากแน่นอน เพราะตัวเราไม่รู้ประสีประสา เมื่อพี่เขาจะพาเราไปเที่ยวไหนเราก็ไปสิคะ เราเป็นเด็กที่ได้เที่ยวกลางคืนบ่อยค่ะ ตอนดึกๆเด็กคนอื่นๆควรจะนอนหลับแต่นี่ทำอะไร อยู่ในร้านคาราโอเกะบ้าง ร้านเหล้าบ้าง ตามงานสังสรรค์ดึกๆเพื่อนพ่อแม่งี้ บางงานพ่อไม่ได้พาแม่ไปกับเรา แต่พาพี่คนนี้ไปกับเรา พอจะนึกออกแล้วใช่ไหมคะ แพทเทิร์นทั่วๆไปเลย
ด้วยความที่พ่อเราเป็นตำรวจ ไม่ได้หมายถึงตำรวจจะแย่ทุกคนนะคะ แต่ตำรวจมีงานสังสรรค์บ่อยนะเท่าที่เราเคยเห็นมา ไปร้านเหล้าแทบทุกวันถ้าใครเป็นขาประจำ ก็จะมีเพื่อนๆในร้านด้วยนะคะ รู้เห็นกันดีแน่นอนว่าแอบคบกันค่ะ คงมีคนดีอยู่ค่ะที่จะนำข่าวสารแบบนี้ไปบอกแม่ของเรา หลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นล่ะคะนอกจากว่าพ่อแม่เริ่มด่าทอทะเลาะตบตีกัน ใช้ความรุนแรงต่อหน้าเรา
ถ้าหากพูดว่าเด็กมันไม่รู้หรอก แต่เราจำได้ค่ะว่าพี่Pได้เคยแอบเข้าห้องน้ำกับพ่อเรา เราเป็นเด็กเราก็ถามสิว่าพี่เขาเข้าไปกับพ่อทำไม ? ความชิ*ก๋ายลอยมาเลยใช่ไหมคะ
การทำร้ายกันที่เราเห็นว่ารุนแรงมากที่สุดคงจะเป็นตอนพ่อผลักแม่ตกบรรไดแต่แม่ไม่ตกแล้วพ่อตกไปเอง กับ ตอนที่แม่ใช้มีดไล่ฟันมือพ่อตรงที่เป็นช่องว่างของประตูรั้ว คิดว่าเราจะห้ามอะไรได้ เราทำได้แค่ร้องไห้ค่ะ แต่พี่ชายของเราก็มีบ้างที่ช่วยปกป้องแม่ไม่ให้พ่อตีแม่ พี่เราเข้มแข็งมากค่ะ ตรงข้ามกับเราทั้งหมด
นั่นเป็นเหตุการ์ณสั้นๆค่ะ ที่เกิดขึ้นในช่วงจะขึ้นป.2 สุดท้ายพ่อแม่เราแยกกันค่ะ เพราะว่าแม่เราเริ่มที่จะมีอาการติดเหล้าเบียร์จนสติสัมปชัญญะไม่อยู่กับตัว โมโหอาละวาด เราจำภาพเหล่านั้นได้ขึ้นใจค่ะว่าแม่ของเราเริ่มที่จะเศร้าเสียใจจนขาดสติ พังรถ พังข้าวของ พังทุกอย่างจนกระทั่งตัวเอง ตัวเราในวันนั้นที่แสนใสซื่อเป็นเด็กดีก็เริ่มมีอาการเหมือนเด็กมีปัญหาค่ะ เรากับพี่ได้ย้ายไปอยู่กับอาฝั่งพ่อ ส่วนแม่ของเราถูกญาติฝั่งทางป้าพาไปรพ.บ้า
มาเล่าความเริ่มตอแห*ของตัวเองให้ทุกคนฟังค่ะ 55555555+  
คือมันเป็นปัญหาหนักเกินที่เด็กตัวเล็กๆคนหนึ่งจะรับได้ไหวจริงๆนะคะ เราอยู่กับอาไม่มีปัญหาค่ะ เพราะเราเป็นเด็กเล็กต้องถูกใส่ใจมากกว่าพี่ชายอยู่แล้ว แต่อานั้นละเลยพี่ชายของเราค่ะ เพราะงั้นพี่ของเราอยู่ไม่ได้ถึงครึ่งปีก็ย้ายไปอยู่กับฝั่งยายส่วนเราอยู่ต่อจนจบป.2เลยค่ะ เราเป็นเด็กที่มีบุคลิกดูสับสนในตัวเองสูงค่ะ โมโหร้ายกับวัยเดียวกัน เด็กดีต่อหน้าผู้ใหญ่ เราเป็นเด็กที่แม่เลี้ยงมาด้วยความรักค่ะ ไม่ตบตี แต่จะพูดให้เข้าใจ เคยมีความฝันที่อยากจะเป็นนักร้องแม่เราภูมิใจในตัวเรามาก เราก็มั่นใจในตัวเองมากเช่นกัน รู้สึกได้ถึงบุคลิกที่กำลังจะถึงจุดเปลี่ยนใช่ไหมคะ ? เราโดนอาตีค่ะ เรากลายเป็นเด็กหวาดกลัวการนอนขึ้นมา เพราะเราฉี่ใส่ที่นอนค่ะ
จากนั้นเราก็ได้เปลี่ยนที่อยู่ค่ะ เพราะเราไม่อยากอยู่กับอาแล้วจริงๆ เราจึงได้ย้ายมาอยู่กับพ่อค่ะ ทีมีพี่Pอยู่เป็นเมียน้อย ในหนึ่งปีนี้เป็นความบัดซบที่เราว่าโครตบัดซบเลยค่ะ
พี่Pเราไม่เคยคิดที่จะเรียกว่าแม่ เรามีแม่คนเดียวนึกออกใช่ไหมคะ แต่ตอนนั้นยังไม่ระแคะระคายอะไรขนาดนั้น ก็พอจะโตขึ้นมาแล้ว เราถือเป็นเด็กคนหนึ่งที่เติบโตเรื่องความคิดไวมากค่ะ เพราะปัญหาทั้งหลายที่เราไม่ได้สร้าง เราเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเองที่เด่นชัดขึ้นมา แต่ยังอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่มากๆ เพราะเรากลัวค่ะ เราโดนตีเป็นครั้งแรกในชีวิตในปีที่ผ่านมา ในปีนี้ก็เช่นกันค่ะ เราโดนสั่งสอนถึงความผิดพลาดด้วยการตีโดยที่พี่Pทำตัวเหมือนเป็นแม่ที่เราไม่ต้องการ พ่อเราตอนแรกก็ไม่ค่อยกล้าลงโทษเราหรอกค่ะแต่พี่เขาสั่งพ่อก็ต้องทำกลัวกันดีจริงๆค่ะ แค่นั้นคนอื่นอาจจะมองว่ามันเล็กน้อย ลองนึกถึงบ่าเล็กๆของเด็กคนนึงที่กำลังเจอปัญหาห่าเหวอะไรไม่รู้นี่สิคะ
มีครั้งนึงที่ทำเราพะอืดพะอมของกินชนิดหนึ่งไปอีกนาน ลูกชิ้นปลาค่ะ เราเห็นว่าน่ารัก เคยเห็นลูกชิ้นที่เป็นรูปแพนด้าใช่ไหมคะ นั่นแหละค่ะเราขอพี่Pซื้อให้ที พี่เขาก็ซื้อให้เราก็กัดไปเคี้ยวไปสักพักเราทนความคาวไม่ไหวเราอ้วกออกมาค่ะ เป็นคนนึงที่ติดนิสัยถ้าอาเจียนจะรองมือไว้เพราะงั้นมันยังอยู่ในมือเราค่ะซากพวกนั้น รู้ไหมคะเราโดนอะไร เราโดนบังคับให้กินซากที่คายออกมาเข้าไปค่ะ พอเราพยายามกินแล้วแต่ก็อ้วกออกมาโดนต่ออะไรต่อดีคะ ขวดค่ะ พี่Pเอาขวดแก้วเหล้าทุบหลังเรา ชีวิตเราคืออะไรหรอ อะไรที่เรากินไม่ได้ต้องบังคับเราขนาดนี้เลยหรอ ? เราว่าหมดยุคทาสแล้วนะคะ
เราเป็นเด็กที่ทำอะไรเป็นไปหมดค่ะ ทำกับข้าว ล้างจาน ถูบ้าน กวาดพื้น ซักผ้า ตากผ้า ใดๆ เราทำทั้งหมดค่ะ
เราเป็นคนที่นอนยากค่ะ จำได้หรือเปล่าว่าเพราะอะไร เพราะงั้นจนกว่าเราจะฉี่จนไม่มีอะไรออกมาร่างกายเราถึงจะได้หลับค่ะ เวลาเฉลี่ยที่เรานอนคือ เที่ยงคืน
พี่Pเริ่มท้องมาก่อนแล้วค่ะจนเราเปิดเทอมเรามีภาระใหม่ ที่ไม่ควรเป็นภาระของเรา น้องชายนี่เอง เย้ แต่เราก็ไม่ได้โกรธแค้นน้องนะคะเพราะยังเด็ก
ไม่ผิดอะไร เพราะอะไรจะผิดก็จะผิดที่เราทั้งหมดเลยค่ะ เราเริ่มเป็นเด็กที่หลงๆลืมๆตั้งแต่ตอนนี้เลยค่ะ ไวดีใช่ไหมล่ะคะ ไม่มีมือถือ เก็บเงินซื้อมือถือเอง เรามีเงินนะคะ เพราะเราเคยขึ้นไปร้องเพลงผู้ใหญ่ก็เอ็นดูก็ให้ทิปเราเราสะสมมานานมาก เราได้มาจากตอนนั้นปี 1 ได้ประมาณ 6000 ค่ะ 1000 เราให้พ่อเป็นค่าน้ำมันรถ พ่อขอเราให้ อะไรที่เหลือละคะ ? อื่นๆที่เหลือเราไม่รู้หายไปไหนแล้วค่ะ เพราะพ่อและพี่Pเป็นคนถือบัญชีเราเอาไว้
แต่เงินที่เราเก็บซื้อมือถือครั้งนั้นไม่รู้เก็บได้ไหม เหมือนจะไม่สำเร็จค่ะ
อะไรที่เป็นจุดพีคของปีนี้ ? อย่างแรกเลยค่ะ เราโดนทำร้ายร่างกายจากแม่เลี้ยงค่ะ แค่นั้นอาจจะเล็กน้อยแต่มีอีกเหตุการณ์ที่ใหญ่กว่าค่ะ ในตอนนั้นเรานอนอยู่ดีๆ พ่อและพี่Pทะเลาะกับพร้อมกับเข้ามาในห้อง เป็นห้องรวมค่ะมีเราเตียงนึงไกลๆ เพราะฉะนั้นจะลงที่ใครดีคะ เราไงคะ พี่P ใช้เราค่ะ ต่อรองกับพ่อพ่อมีปืนอุ้มน้องเอาไว้ พี่มีมีดที่ขึ้นแอบสนิมเบาๆ ปรี่เข้ามากระชากขาเหมือนเราตกตึกเลยค่ะ สะดุ้งโว้ยยยย และเฮือกแรกพี่ฟาดคมมีดลงที่น่องขาเราค่ะ รอบสองไม่นานเกินรอก็เฉือนเนื้อเราค่ะ เราเป็นคนโลหิตจางเบาๆน่าจะนานแล้วเพราะงั้นไม่มีเลือดโชกขนาดนั้น แต่แผลแบะออกนึกภาพตอนหั่นชั้นไขมันหมูนะคะประมาณนั้นเลยค่ะ
โอเค เราเป็นเด็กดีค่ะ พ่อบอกไม่ให้บอกใครว่าเกิดอะไรขึ้นงั้นก็ไม่พูดค่ะ เราต้องเอาน้ำไปเติมป้าที่รู้จักด้านล่างก็เห็นว่ามีแผล ที่อยู่เราเป็นแฟลตค่ะ ถ้าทะเลาะกันต้องได้ยินแน่ๆ เพราะงั้นเราก็ยิ้มไปว่าไม่เป็นไรค่ะ แผลที่ปิดพลาสเตอร์คือเราซนเองประมาณนั้น ทั้งวันใช้ชีวิตในโรงเรียนอย่างมีสีสันเหมือนไม่เคยเกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้นเมื่อวาน กลับถึงบ้านพ่อถามมีมูลนิธิมาถามหาไหม เราก็ไม่รู้อะไรใดๆค่ะ บางทีอาจจะมีมาแต่เราไม่ได้สนใจก็เป็นไปได้
สุดท้ายเราเสริมนิสัยเราต่ออีกนิดว่า โมโหร้ายมากขึ้นค่ะ ตีกับผู้ชายตัวใหญ่กว่า ตัวเล็กแต่โครตกร่าง (ด่าตัวเองก็ได้หรอ) มีอาการสับสนทางอารมณ์ ควบคุมตัวเองไม่ได้ เริ่มทอมบอยมากขึ้นค่ะ ผู้ชายใครริว่าเราเอาเรื่องยิ้มหมดประมาณนั้น
เปลี่ยนผู้ปกครองกันต่อค่ะ ป.4 แม่เราออกจากรพ.บ้า นี่คือยุคมืดของเราค่ะ
เราย้ายมาอยู่กับแม่มียายอยู่ด้วยค่ะ ด้วยความที่เป็นผู้หญิงทั้งบ้าน เราออกตัวแรงกว่าใครเลยค่ะว่า ผู้ชายหน้าไหนขึ้นบ้านมา เราจะฆ่าให้หมด เป็นคำพูดเล่นๆที่เราจริงแน่ๆค่ะ เพราะเราไม่ลังเลที่จะปกป้องแม่เรากับยายของเรา เหมือนสมองเราถูกล้างไปแล้วค่ะว่าผู้ชายหน้าไหนยิ้มก็เหี้*เหมือนกันหมด บอกเลยว่าถึกทอมมาก เราไม่แน่นอนในบุคลิกภาพตัวเองมากๆค่ะ เราเกเรค่ะ เราไม่ยอมไปรร เราไม่ยอมเข้าสังคม โลกของเรามีแค่แม่กับยายก็พอแล้ว เราลดโลกของเราเหลือแค่พื้นที่ในบ้านค่ะ เรามีโรคประจำตัวขึ้นมาค่ะ กระเพาะอักเสบ 555+ กินข้าวไม่ตรงเวลา นอนผิดเวลา พังทั้งร่างกาย เหมือนไม่ไหวละ การเรียนก็เช่นกัน ดีที่เรามีเส้นพอที่จะมีใบจบออกมาค่ะ แม่เราสภาพย่ำแย่ถึงขนาดที่เราก็รู้สึกไม่อยากไปรรเราอยากอยู่กับแม่ให้นานที่สุด เหมือนเป็นการชดเชยในการห่างกันที่แสนยาวนานสำหรับเราค่ะ
เปลี่ยนกันไปอีกครั้งค่ะ ป.5 คือตั้งแต่ป.1มาเราเปลี่ยนรรปีละครั้งค่ะ ที่อยู่เช่นกัน คราวนี้เด็กเร่ร่อนอย่างเราถูกญาติดึงออกมาให้ดีขึ้นเพราะฉะนั้น คราวนี้เราเป็นเด็กที่อารมณ์วุติภาวะค่อนข้างเติบโตขึ้นมากๆเลยค่ะ เพราะเรามาอยู่กับอีกครอบครัวหนึ่งมี พ่อแม่ลูกหลานอย่างละคน ความฉิ*ก๋ายคือหลานแม่*โครต
พูดไม่รู้เรื่องเลย ลูกของครอบครัวนี้แก่กว่าเรา3ปีค่ะ ก็โครตเหี้*เลย ประมาณว่าวุติภาวะค่อนข้างต่ำนิดนึงค่ะเพราะเป็นลูกที่เลี้ยงไข่ในหินกัน อย่างเรานี่คือเอาหินเลี้ยงเลยเถอะค่ะ เราต้องทนรับเหมือนกับตัวเองเป็นคนรับใช้ประจำบ้านเลยค่ะ รองมือรองตีนพวกลูกหลานเขาไป เราทนไม่ไหวหรอกค่ะ เพราะว่าเราเป็นคนหัวร้อนมากควบคุมอารมณ์ร้อนตัวเองไม่ได้ เราไม่ได้ระเบิดต่อหน้าครอบครัวนั้นค่ะ เราระเบิดมันต่อหน้ายายของเรา มันอยู่ไม่ได้จริงๆค่ะ
สุดท้ายก็ได้อยู่กับแม่และพี่ค่ะ แต่ป.6เรายังอยู่รรเดิมอยู่เพราะใกล้เขตกัน ปีนี้พอจะโอเคนะคะ เพราะเราไม่มีความเครียดอะไรมากเราผ่อนอารมณ์ได้มากขึ้น เหมือนพร้อมที่จะเป็นผู้ใหญ่แล้วค่ะ แต่เรากลายเป็นคนที่ขี้อายไม่พูดจาค่ะ เรารักการร้องเพลง แต่เราไม่ได้แสดงความสามารถ เก็บตัวมากขึ้น โลกของเราแคบลงไปอีกพร้อมกับกำแพงที่หนาขึ้นค่ะ
------------------------------------------------
ม.1-ปัจจุบัน เดี๋ยวขออนุญาติต่อในเมนต์นะคะ มีเรื่องราวเยอะมากค่ะ 555555555+
จะพยายามเล่าให้มันกระชับมากขึ้นนะคะ ขออภัยถ้าขาดตกตรงไหน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่