งงใจ แบบนี้ได้เหรอ ไปทำ subcision มาค่ะ อยากเล่าประสบการณ์ที่ไม่โอเคเลย

เรื่องมีอยู่ว่า  เราไปทำ subcision กับคลินิกแห่งหนึ่งอยู่ปากทางเข้าเมืองเอก ทีแรกก็โทรไปสอบถามราคาค่ะ  คุยก็โอเคเลยตัดสินใจไปทำ  

เล่าย้อนไปนิดนึงค่ะ ก่อนหน้านี้เราได้ไปปรึกษาคุณหมอที่คลินิคใกล้บ้านเรา คุณหมอบอกว่าทำทั้งหน้า ราคา 2500 แล้วก็บอกจุดมาค่ะ ว่าเราต้องทำตรงไหนบ้าง ก็มีที่แก้มสองข้าง หน้าผากด้วย แต่ว่าวันที่คุณหมออยู่เราดันไม่ว่าง เลยไม่ได้ทำ ก็เลยหาคลินิคที่ใหม่ก็ได้ที่นี่ค่ะ  

ไปถึงก็สอบถามกับตรงเคาเตอร์อีกรอบนึง เป็นคลินิคเล็กๆนะคะ  เราก็ไม่ได้อะไร เค้าก็เอารูปเคสที่เคยทำมาให้ดูประมาณสองเคส แล้วก็ดูหน้าเราค่ะ  เค้าก็บอกว่าหน้าเรามีแค่ตรงแก้มสองข้างอย่างเดียว   แล้วจะให้เราทำเดอร์มาโรลเลอร์ด้วย เพราะมีตรงหลุมเล็กๆ  เราก็บอกเค้าไปว่าเราเคยทำตัวที่เป็นลูกกลิ้งแล้ว  แต่มันแดงและลอกและแสบหน้าด้วย  งานที่เราทำเราต้องแต่งหน้าทุกวันค่ะ  เค้าบอกว่า ที่เค้าเคยทำไม่มีปัญหานะ  แต่งหน้าได้เลยปกติ  ก็เลยถามว่าเค้าใช้เข็มขนาดเท่าไหร่ เค้าใช้ 1.5 ค่ะ  ซึ่งงงงงง   ที่เราเคยทำเราทำ 0.5  มันยังเลือดทั้งหน้าเลยค่ะ  เราก็เริ่มเอะใจแล้วแหละ  ว่าแปลกๆ   แค่เค้าก็บอกว่าก็แล้วแต่คนด้วยค่ะ  5555   เราก็อะๆ ไหนๆมาแล้วก็ทำแหละ

เดินตามไปหลังร้านค่ะ  มีเตียงสองเตียง เข้าไปคือกลิ่นอาหารค่ะ  หันไปดู  เห้ยยยย  มีไมโครเวฟห่างเราไม่เกินสองเมตร  แล้วพี่เค้าก็เดินออกไปหลังบ้านปิดไปปิดแก๊สเค้าอุ่นอาหารไว้  แล้วคือสกปรกค่ะ  มีแมวหลายตัวเดินกันเต็มห้อง มีตัวนึงเดินอยู่บนเตียง  คือไม่สะอาดเลยค่ะ ดูสกปรกมาก  เราก็เหมือนเลยตามเลยด้วยความอยากทำด้วยค่ะ  

เค้าก็ทายาชาให้เราที่แก้มสองข้าง   แล้วหายไปประมาณครึ่งชม.ค่ะ  
พอกลับมาเค้าก็เริ่มทำ subcision ค่ะ งงแรกของเราคือ  เค้าไม่มีไฟค่ะ  ปกติตามคลินิกต้องมีไฟ ที่มันส่องเฉพาะจุดได้ อันนี้เค้าต้องเปิดประตูไว้เพื่อให้แสงข้างนอกเข้ามา กับมีแสงนีออนที่เพดาน  แล้วเค้าก็เล็งๆๆ   คือนึกออกมั้ยคะ  เวลาที่เราจะถ่ายรูปมุมสวยๆให้เพื่อนที่เราต้องเดินไปรอบๆเพื่อเล็งมุมให้มันหน้าเรียวที่สุด  คือประมาณนั้นอะค่ะ  เค้าก็ทำที่แก้มเราสองข้างเสร็จ  แล้วเอากระจกให้เราดูว่าเราจะทำตรงไหนเพิ่มมั้ย   เราก็คือไม่รู้อะคะ  ว่ามันต้องทำตรงไหน  ทำได้ทำเองแล้วสิ  ก็ชี้ๆไปว่าตรงนี้ต้องทำมั้ยคะ  เค้าก็แบบ  เอาตรงนี้ด้วยน้าาา   เห้ยยยยยย คือเค้าต้องดูให้ป่าว  ไม่ใช้เราต้องมาดูเอง  เราก็เริ่มไม่โอเคแล้วค่ะ

แล้วหันไปเห็นเข็มที่เค้าใช้เหมือนเข็มฉีดยาธรรมดา เลยถามเค้าไปว่า  ถ้า subcision ต้องใช้เข็มเฉพาะใช่มั้ยคะ  เค้าตอบมาว่า  ก็แล้วแต่นะคะ  แล้วก็ออกทะเล.......ประมาณว่า  ถ้ามันดีขึ้นแล้วก็ใช้เข็มเล็กลงค่ะ คือ  คำตอบไม่ตรงคำถาม เหมือนที่นางงามตอบว่าชอบกินสับปะรดกับเงาะอ่ะค่ะ  เราก็เพิ่งเคยทำครั้งแรกนะคะ  แต่ก็ศึกษามาประมาณนึงค่ะ

เค้าก็ทำไป  ระหว่างทำก็เอาสำลีเปียกๆมาปิดตาเรา เราก็แอบลืมตาบ้าง ปรากฏว่า....สำลีทำไมแดงๆวะ  คือเอาสำลีที่เช็ดเลือดเรามาปิดตาให้เรา  โอ้ยยยยยย   คือในใจเนี่ย โมโหแล้ว  แล้วเค้าก็ถามว่าจะเอาตรงไหนเพิ่มมั้ยคะ  ตรงหน้าผากจะเอาด้วยมั้ย   เอ้าาาา   แล้วทีแรกบอกมีแต่ตรงแก้ม  เราก็บอกเค้าว่า  ตรงหน้าผากไม่ได้ทายาชานะ  เค้าบอกเดี๋ยวเอาน้ำแข็งประคบได้  เราเลยบอกว่าเรา พอแล้ว เพราะเราเริ่มเจ็บแล้วค่ะ คือเรากลัวหน้าเราพังด้วยค่ะ

แล้วตรงที่ทำมันก็ยังมีเลือดออกอยู่ค่ะ  อันนี้พีคสุด  คือ เค้าทายาให้เรา เราก็จำไม่ได้ว่าเป็นยาอะไร ในใจนี่กำลังโมโหด้วย เสียดายเงินด้วย กลัวด้วยว่ามันจะโอเคมั้ย   แล้วเลือดออกอยู่ค่ะเป็นหยดๆเลย  เค้าป้ายยาทับเลือดเรา  ปกติใช้มั้ยคะ  ยังก่อนค่ะ  พอเรามองผ่านกระจก แล้วเห็นชัดๆเลยว่าเค้าไม่ใส่ถุงมือยางค่ะ  หมายความว่า มือเค้าสัมผัสเลือดเรา สัมผัสแผลเราไปเต็มๆ  ทำให้เรารู้เลยว่า  ไม่ใช่หมอสินะ  ถ้าเป็นหมอหรือพยาบาลเค้าน่าจะค่อนข้างระวังเรื่องนี้มากๆนะคะ  ติดเชื้อติดโรคกันได้ง่ายๆเลยนะนั่น

คือไม่โอเคมากๆค่ะ  เฟลสุดๆ  
เราเดินออกมา เค้าจะขายยาให้เราเพิ่มอีก เราไม่เอาแล้วค่ะ จ่ายตัง 2500 แล้วเดินออกเลย  

เราไม่รู้นะคะ ทำแล้วอาจจะได้ผลดีก็ได้  แต่ว่า เราไม่โอเคจริงๆ  เล่าเป็นอุทาหรณ์นะคะ เวลาเลือกคลินิกก็ดูดีๆ ระวังๆกันนิดนึงนะคะ  

แค่อยากมาระบายค่ะ  ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่