กรมควบคุมโรค เปิดวอร์รูมอำเภอ โต้สถานการณ์พิษสุนัขบ้ากาฬสินธุ์ หลังพบคนตายเป็นรายที่ 11 ของประเทศ ชี้เหล้าขาวล้างแผลฆ่าเชื้อได้ แต่ดีกรีน้อยเกินไป ใช้เมื่อสุดวิสัย ย้ำหากถูกกัด ข่วน เลีย ต้องพบแพทย์รับวัคซีน
เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากรายงานการสอบสวนโรคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) กาฬสินธุ์ พบชายอายุ 42 ปี ด้วยโรคพิษสุนัขบ้าหลังถูกสุนัขไม่ทราบประวัติการรับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าในสัตว์กัดเมื่อประมาณ 6-8 เดือนก่อน ขณะที่ตัวผู้เสียชีวิตก็ไม่ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนแต่อย่างใด ทำให้ยอดตัวเลขผู้เสียชีวิตปีนี้รวม 11 ราย อย่างไรก็ตามหน่วยงานของจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ดำเนินการป้องกัน ควบคุมโรคในพื้นที่แล้ว โดยมีการสื่อสารความเสี่ยงแก่กลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้เสียชีวิตและประชาชนที่มีสัตว์เลี้ยงในละแวกใกล้เคียง เร่งค้นหาผู้สัมผัสโรคให้มารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงประสานปศุสัตว์อำเภอจัดให้บริการวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ อีกทั้งได้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC) ของอำเภอ เตรียมพร้อมประชุมอีกครั้ง เพื่อรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์และวางแผนการดำเนินงานต่อไป
เมื่อถามว่าจากประวัติผู้เสียชีวิตใช้เหล้าขาว 40 ดีกรี ล้างแผลถือว่าเป็นวิธีที่แนะนำหรือไม่ นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับแอลกอฮอล์หรือเหล้าที่เอามาล้างแผล แต่โดยปกติ ยาฆ่าเชื้อที่ใช้ฆ่าเชื้อจะมีเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์สูงประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ แต่พวกสุรามักจะมีเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ไม่สูง อย่างเหล้าขาวก็แค่ 40 เปอร์เซ็นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตามปกติเวลาถูกกัดจะใช้น้ำสะอาดและสบู่ล้างแผลทันทีหลายๆ ครั้ง นานประมาณ 10 เพื่อเอาะมีเศษฝุ่นละอองต่างๆ ออก แล้วค่อยใส่ยาฆ่าเชื้อเพื่อลดการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เบตาดีนเพราะแสบน้อย แล้วไปพบแพทย์เพื่อประเมินการรับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าต่อไป ถ้ากรณีไม่มีน้ำสะอาดจริงๆ ก็ใช้เหล้าขาวแทนได้
นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า จากข้อมูลในปี 2561 นี้ พบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ถูกสุนัขกัดหรือข่วน แล้วไม่ไปรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เพราะชะล่าใจคิดว่าสัตว์เลี้ยงไม่น่าจะเป็นโรคพิษสุนัขบ้า และขาดความตระหนักเพราะเห็นว่าเป็นรอยแผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น กรมควบคุมโรค จึงขอแนะนำประชาชนว่าหากเคยถูกสัตว์เลี้ยงกัดหรือข่วน แม้ว่ารอยแผลจะเพียงเล็กน้อยก็ตามควรรีบทำความสะอาดแผลและไปพบแพทย์เพื่อรับวัคซีน และยึดคาถา 5 ย. เพื่อป้องกันการถูกกัดคือ
1.อย่าเหยียบสุนัข
2.อย่าแยก สัตว์ที่กำลังกัดกัน
3.อย่าแหย่ สัตว์เพราะอาจโดนข่วนหรือกัดได้
4.อย่าหยิบอาหารขณะสัตว์กำลังกิน
และ 5.อย่ายุ่งกับสัตว์ที่ไม่รู้จักคุ้นเคย
ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1422.
JJNY : ปูพรมป้องกันพิษสุนัขบ้ากาฬสินธุ์ หลังตายเพิ่มรายที่11
เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากรายงานการสอบสวนโรคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) กาฬสินธุ์ พบชายอายุ 42 ปี ด้วยโรคพิษสุนัขบ้าหลังถูกสุนัขไม่ทราบประวัติการรับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าในสัตว์กัดเมื่อประมาณ 6-8 เดือนก่อน ขณะที่ตัวผู้เสียชีวิตก็ไม่ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนแต่อย่างใด ทำให้ยอดตัวเลขผู้เสียชีวิตปีนี้รวม 11 ราย อย่างไรก็ตามหน่วยงานของจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ดำเนินการป้องกัน ควบคุมโรคในพื้นที่แล้ว โดยมีการสื่อสารความเสี่ยงแก่กลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้เสียชีวิตและประชาชนที่มีสัตว์เลี้ยงในละแวกใกล้เคียง เร่งค้นหาผู้สัมผัสโรคให้มารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงประสานปศุสัตว์อำเภอจัดให้บริการวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ อีกทั้งได้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC) ของอำเภอ เตรียมพร้อมประชุมอีกครั้ง เพื่อรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์และวางแผนการดำเนินงานต่อไป
เมื่อถามว่าจากประวัติผู้เสียชีวิตใช้เหล้าขาว 40 ดีกรี ล้างแผลถือว่าเป็นวิธีที่แนะนำหรือไม่ นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับแอลกอฮอล์หรือเหล้าที่เอามาล้างแผล แต่โดยปกติ ยาฆ่าเชื้อที่ใช้ฆ่าเชื้อจะมีเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์สูงประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ แต่พวกสุรามักจะมีเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ไม่สูง อย่างเหล้าขาวก็แค่ 40 เปอร์เซ็นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตามปกติเวลาถูกกัดจะใช้น้ำสะอาดและสบู่ล้างแผลทันทีหลายๆ ครั้ง นานประมาณ 10 เพื่อเอาะมีเศษฝุ่นละอองต่างๆ ออก แล้วค่อยใส่ยาฆ่าเชื้อเพื่อลดการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เบตาดีนเพราะแสบน้อย แล้วไปพบแพทย์เพื่อประเมินการรับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าต่อไป ถ้ากรณีไม่มีน้ำสะอาดจริงๆ ก็ใช้เหล้าขาวแทนได้
นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า จากข้อมูลในปี 2561 นี้ พบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ถูกสุนัขกัดหรือข่วน แล้วไม่ไปรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เพราะชะล่าใจคิดว่าสัตว์เลี้ยงไม่น่าจะเป็นโรคพิษสุนัขบ้า และขาดความตระหนักเพราะเห็นว่าเป็นรอยแผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น กรมควบคุมโรค จึงขอแนะนำประชาชนว่าหากเคยถูกสัตว์เลี้ยงกัดหรือข่วน แม้ว่ารอยแผลจะเพียงเล็กน้อยก็ตามควรรีบทำความสะอาดแผลและไปพบแพทย์เพื่อรับวัคซีน และยึดคาถา 5 ย. เพื่อป้องกันการถูกกัดคือ
1.อย่าเหยียบสุนัข
2.อย่าแยก สัตว์ที่กำลังกัดกัน
3.อย่าแหย่ สัตว์เพราะอาจโดนข่วนหรือกัดได้
4.อย่าหยิบอาหารขณะสัตว์กำลังกิน
และ 5.อย่ายุ่งกับสัตว์ที่ไม่รู้จักคุ้นเคย
ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1422.