“สนธิรัตน์” โชว์ผลงาน 6 เดือน ดันข้าวหอมมะลิ-มันราคานิวไฮ ใช้ร้านค้าธงฟ้าแก้ปัญหาปากท้องผู้มีรายได้น้อย

“สนธิรัตน์” โชว์ผลงาน 6 เดือนขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสำเร็จตามเป้า เผยดันราคาสินค้าเกษตรทำนิวไฮหลายตัว ข้าวหอมมะลิ มันสำปะหลัง สูงสุดรอบ 10 ปี แก้ปัญหาปาล์มราคาตกได้ ทุเรียน ลำไยราคาพุ่ง เผยยังช่วยคืนชีพโชวห่วยดันเป็นร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ แก้ปัญหาปากท้องผู้มีรายได้น้อย พร้อมปั้นคนตัวเล็กให้มีโอกาสด้วยการค้าออนไลน์ ระบุยอดส่งออกรุ่งไม่แพ้กัน โตสุด 7 ปี แถมปลดบัญชีดำสหรัฐฯ จาก PWL เหลือแค่ WL ได้ในรอบ 10 ปี
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการแถลงผลงาน 6 เดือนของกระทรวงพาณิชย์ว่า กระทรวงพาณิชย์ประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามที่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ในช่วงที่เข้ามารับตำแหน่งเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยเฉพาะการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากตามนโยบายรัฐบาล สามารถผลักดันราคาสินค้าเกษตรหลักหลายตัวทำสถิติราคาสูงสุด และช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าให้แก่เกษตรกร โดยเฉพาะราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ ปัจจุบันอยู่ที่ตันละ 18,700 บาท เพิ่มจากเดิมตันละ 12,000-14,000 บาท เป็นราคาที่สูงสุดในรอบ 10 ปี ส่วนข้าวเปลือกเจ้าเฉลี่ยตันละ 8,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรพอใจ และเกษตรกรหลายรายได้แต่บ่นเสียดายว่าขายข้าวเร็วไป เพราะถ้ารู้ราคาจะดีอย่างนี้เก็บเอาไว้ก่อนดีกว่า

ราคาข้าวที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลจากการทำงานอย่างหนักของกระทรวงพาณิชย์ ทั้งการระบายข้าวในสต๊อกจนหมด และยังเร่งทำตลาด ทั้งผลักดันการส่งออกในรูปแบบรัฐต่อรัฐ ผลักดันให้เอกชนส่งออก และล่าสุดชนะการประมูลขายข้าวให้กับอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ จนทำให้ไทยส่งออกได้เพิ่มขึ้น กลับมาเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งได้ และเพื่อที่จะรักษาระดับราคาข้าวให้ทรงตัวได้ต่อไป กระทรวงฯ กำลังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนผลักดันทั้งระบบ และจะเสนอนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พิจารณาภายในเดือน มิ.ย.นี้” นายสนธิรัตน์กล่าว
สำหรับราคามันสำปะหลัง เป็นครั้งแรกที่ราคาสูงถึงกิโลกรัม (กก.) ละ 3.20 บาท เทียบกับปีก่อน กก.ละ 1.7 บาท สูงสุดในรอบ 10 ปีเช่นเดียวกัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราคาอยู่ที่กก.ละ 9.5-9.7 บาท ราคาหน้าโรงงานสูงกว่า กก.ละ 10 บาท ขณะที่ผลไม้สำคัญ เช่น ทุเรียน ราคาปรับตัวสูงขึ้นมาก สูงจนคนบ่นว่ากระทรวงพาณิชย์ทำให้ทุเรียนแพง และลำไยปีที่แล้วราคาตกต่ำมาก แต่ปีนี้ราคาปรับตัวสูงขึ้น หลังจากที่ได้เข้าไปเชื่อมโยงตลาด และผลักดันส่งออก โดยเฉพาะการขายออนไลน์เข้าสู่ตลาดจีน และกำลังอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาอินโดนีเซียห้ามนำเข้าลำไยไทย ซึ่งจะพิจารณาห้ามนำเข้าสินค้าบางตัวจากอินโดนีเซียเพราะปฏิบัติไม่เป็นธรรมต่อไทย

ส่วนปาล์มน้ำมัน ได้ประกาศว่าราคาจะไม่ต่ำกว่า กก.ละ 3 บาท หลังเห็นสัญญาณไม่ดีจากปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบที่เพิ่มสูงขึ้น และจากนั้นได้ทำงานร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดให้โรงงานสกัดต้องสกัดน้ำมันปาล์มไม่ต่ำกว่า 18% ถ้าไม่ทำปิดโรงงาน และเร่งผลักดันส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ โดยชดเชยค่าขนส่ง เพิ่มกำลังการผลิตบี 20 เพื่อดึงดูดน้ำมันปาล์ม 2.5 แสนตัน และโค่นปาล์มแก่ ปลูกปาล์มใหม่พันธุ์ดี และกำลังพิจารณาผลักดันโรงงานบีที่สกัดแต่ลูกร่วง ให้เป็นโรงงานเอ ซึ่งสามารถผลักดันให้ราคาปาล์มดิบขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น กก.ละ 4.20 บาทแล้ว
นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ในด้านการดูแลปัญหาปากท้องประชาชน ได้ผลักดันโครงการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ โดยเข้าไปช่วยร้านโชวห่วยที่กำลังล้มลุกคลุกคลานให้ฟื้นตัวขึ้นมาได้ และยังใช้เป็นกลไกในการช่วยลดค่าครองชีพให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีอยู่ 11.4 ล้านคน โดยจะติดตั้งเครื่องรูดบัตรใกล้ครบ 40,000 ร้านภายในเดือนนี้ และปัจจุบันมียอดขายกว่า 30,000 ล้านบาท ช่วยทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบสูงถึง 100,000 แสนล้านบาท และกำลังอยู่ระหว่างเพิ่มมุมสินค้าราคาถูก โดยได้เจรจากับผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น ยูนิลีเวอร์ และพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เพื่อจัดส่งสินค้าราคาถูกให้ โดยสินค้าจะถูกกว่าเทสโก้ โลตัส ถูกกว่าบิ๊กซี และยังได้มีการนำสินค้าจากเกษตรกร ผู้ผลิตชุมชนมาจำหน่ายด้วย มีร้านค้านำร่อง 500 แห่ง ทั้งนี้ ผู้ผลิตกะปิระยองถึงกับตกใจ มียอดสั่งซื้อทีเดียวสูงถึง 7 แสนบาท เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีแผนผลักดันให้ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐเป็นโชวห่วยไฮบริด ลักษณะร้านค้าจะเหมือนกับเซเว่นอีเลฟเว่น เพื่อให้มีระบบตรวจสอบการเข้าออกของสินค้า ต่อไปจะรู้หมด ขายอะไรไปบ้าง อะไรขายดี ต้องซื้ออะไรมาเติม และยังได้แก้ไขข้อจำกัดการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยในเดือน ก.ค.นี้จะสามารถใช้บัตรโดยใช้ผ่านแอปพลิเคชันในการซื้อสินค้าผ่านระบบคิวอาร์โค้ดจากตลาดสด เช่น ซื้อหมู ซื้อผัก หรือจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยว ค่าซื้อยาในร้านขายยาได้ด้วย ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาความได้เปรียบเสียเปรียบของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ และร้านค้าที่ไม่ได้ร่วมโครงการ
นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ในด้านการพัฒนาผู้ประกอบการ มีแผนผลักดันและยกระดับธุรกิจไทยด้วยเศรษฐกิจใหม่ โดยจะผลักดันให้เข้าสู่ระบบการค้าออนไลน์ สร้างแพลตฟอร์มไทยเทรดดอทคอมให้เป็นศูนย์กลางค้าออนไลน์ของประเทศ สามารถขายสินค้าได้ทั้งขายส่งระหว่างประเทศ ขายปลีกระหว่างประเทศ และซื้อขายภายในประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการไทยมีช่องทางในการขายสินค้าเพิ่มขึ้น และยังได้เชื่อมโยงไปยัง Tmall.com และแพลตฟอร์มอื่นๆ ส่วนผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้นหรือผู้ประกอบการท้องถิ่น ได้ผลักดันเข้าไปขายในเว็บไซต์ของดีทั่วไทย และหากเข้มแข็งแล้วก็จะดันเข้าสู่ไทยเทรดดอทคอมต่อไป
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในด้านการค้าระหว่างประเทศ มีผลงานในการผลักดันการส่งออก โดยในช่วง 4 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-เม.ยง) ส่งออกมูลค่า 81,780 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.5% สูงสุดในรอบ 7 ปี และมั่นใจว่าปีนี้จะผลักดันให้การส่งออกเป็นไปตามเป้าหมายที่ 8% ได้แน่นอน โดยมีแผนที่จะดำเนินการอย่างเข้มข้น ทั้งการเร่งรัดขยายตลาดส่งออกไปยังตลาดเฉพาะกลุ่มและตลาดเมืองรอง การใช้การเจรจาการค้า เพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้า และนโยบายหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจในการขยายการค้าและการลงทุน รวมทั้งจะเร่งขยายความร่วมมือกับประเทศในกลุ่ม CLMV ซึ่งมีโครงการ YEN-D เป็นหัวหอกสำคัญ
นอกจากนี้ ยังสามารถผลักดันให้สหรัฐฯ ปรับสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยภายใต้กฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษ (Special 301) ให้ดีขึ้นจากบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองพิเศษ (PWL) เป็นบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (WL) หลังจากที่ไทยอยู่ในบัญชี PWL มาเป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2550 ส่งผลดีต่อไทยในด้านภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นด้านการค้าการลงทุน
https://mgronline.com/business/detail/9610000059246
ผลงานรัฐบาลลุงตู่ที่โดดเด่นยิ่งกว่ารัฐบาลใดของกระทรวงนี้ ไม่ชื่นชมได้อย่างไรคะ....👍👍👍👍👍👍👍👍
📺~มาลาริน~ยอดเยี่ยม..พาณิชย์โชว์ผลงาน 6 เดือน ดันข้าวหอมมะลิ-มันราคานิวไฮ ใช้ร้านค้าธงฟ้าแก้ปัญหาปากท้องผู้มีรายได้น้อย
“สนธิรัตน์” โชว์ผลงาน 6 เดือน ดันข้าวหอมมะลิ-มันราคานิวไฮ ใช้ร้านค้าธงฟ้าแก้ปัญหาปากท้องผู้มีรายได้น้อย
“สนธิรัตน์” โชว์ผลงาน 6 เดือนขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสำเร็จตามเป้า เผยดันราคาสินค้าเกษตรทำนิวไฮหลายตัว ข้าวหอมมะลิ มันสำปะหลัง สูงสุดรอบ 10 ปี แก้ปัญหาปาล์มราคาตกได้ ทุเรียน ลำไยราคาพุ่ง เผยยังช่วยคืนชีพโชวห่วยดันเป็นร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ แก้ปัญหาปากท้องผู้มีรายได้น้อย พร้อมปั้นคนตัวเล็กให้มีโอกาสด้วยการค้าออนไลน์ ระบุยอดส่งออกรุ่งไม่แพ้กัน โตสุด 7 ปี แถมปลดบัญชีดำสหรัฐฯ จาก PWL เหลือแค่ WL ได้ในรอบ 10 ปี
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการแถลงผลงาน 6 เดือนของกระทรวงพาณิชย์ว่า กระทรวงพาณิชย์ประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามที่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ในช่วงที่เข้ามารับตำแหน่งเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยเฉพาะการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากตามนโยบายรัฐบาล สามารถผลักดันราคาสินค้าเกษตรหลักหลายตัวทำสถิติราคาสูงสุด และช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าให้แก่เกษตรกร โดยเฉพาะราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ ปัจจุบันอยู่ที่ตันละ 18,700 บาท เพิ่มจากเดิมตันละ 12,000-14,000 บาท เป็นราคาที่สูงสุดในรอบ 10 ปี ส่วนข้าวเปลือกเจ้าเฉลี่ยตันละ 8,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรพอใจ และเกษตรกรหลายรายได้แต่บ่นเสียดายว่าขายข้าวเร็วไป เพราะถ้ารู้ราคาจะดีอย่างนี้เก็บเอาไว้ก่อนดีกว่า
ราคาข้าวที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลจากการทำงานอย่างหนักของกระทรวงพาณิชย์ ทั้งการระบายข้าวในสต๊อกจนหมด และยังเร่งทำตลาด ทั้งผลักดันการส่งออกในรูปแบบรัฐต่อรัฐ ผลักดันให้เอกชนส่งออก และล่าสุดชนะการประมูลขายข้าวให้กับอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ จนทำให้ไทยส่งออกได้เพิ่มขึ้น กลับมาเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งได้ และเพื่อที่จะรักษาระดับราคาข้าวให้ทรงตัวได้ต่อไป กระทรวงฯ กำลังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนผลักดันทั้งระบบ และจะเสนอนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พิจารณาภายในเดือน มิ.ย.นี้” นายสนธิรัตน์กล่าว
สำหรับราคามันสำปะหลัง เป็นครั้งแรกที่ราคาสูงถึงกิโลกรัม (กก.) ละ 3.20 บาท เทียบกับปีก่อน กก.ละ 1.7 บาท สูงสุดในรอบ 10 ปีเช่นเดียวกัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราคาอยู่ที่กก.ละ 9.5-9.7 บาท ราคาหน้าโรงงานสูงกว่า กก.ละ 10 บาท ขณะที่ผลไม้สำคัญ เช่น ทุเรียน ราคาปรับตัวสูงขึ้นมาก สูงจนคนบ่นว่ากระทรวงพาณิชย์ทำให้ทุเรียนแพง และลำไยปีที่แล้วราคาตกต่ำมาก แต่ปีนี้ราคาปรับตัวสูงขึ้น หลังจากที่ได้เข้าไปเชื่อมโยงตลาด และผลักดันส่งออก โดยเฉพาะการขายออนไลน์เข้าสู่ตลาดจีน และกำลังอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาอินโดนีเซียห้ามนำเข้าลำไยไทย ซึ่งจะพิจารณาห้ามนำเข้าสินค้าบางตัวจากอินโดนีเซียเพราะปฏิบัติไม่เป็นธรรมต่อไทย
ส่วนปาล์มน้ำมัน ได้ประกาศว่าราคาจะไม่ต่ำกว่า กก.ละ 3 บาท หลังเห็นสัญญาณไม่ดีจากปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบที่เพิ่มสูงขึ้น และจากนั้นได้ทำงานร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดให้โรงงานสกัดต้องสกัดน้ำมันปาล์มไม่ต่ำกว่า 18% ถ้าไม่ทำปิดโรงงาน และเร่งผลักดันส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ โดยชดเชยค่าขนส่ง เพิ่มกำลังการผลิตบี 20 เพื่อดึงดูดน้ำมันปาล์ม 2.5 แสนตัน และโค่นปาล์มแก่ ปลูกปาล์มใหม่พันธุ์ดี และกำลังพิจารณาผลักดันโรงงานบีที่สกัดแต่ลูกร่วง ให้เป็นโรงงานเอ ซึ่งสามารถผลักดันให้ราคาปาล์มดิบขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น กก.ละ 4.20 บาทแล้ว
นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ในด้านการดูแลปัญหาปากท้องประชาชน ได้ผลักดันโครงการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ โดยเข้าไปช่วยร้านโชวห่วยที่กำลังล้มลุกคลุกคลานให้ฟื้นตัวขึ้นมาได้ และยังใช้เป็นกลไกในการช่วยลดค่าครองชีพให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีอยู่ 11.4 ล้านคน โดยจะติดตั้งเครื่องรูดบัตรใกล้ครบ 40,000 ร้านภายในเดือนนี้ และปัจจุบันมียอดขายกว่า 30,000 ล้านบาท ช่วยทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบสูงถึง 100,000 แสนล้านบาท และกำลังอยู่ระหว่างเพิ่มมุมสินค้าราคาถูก โดยได้เจรจากับผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น ยูนิลีเวอร์ และพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เพื่อจัดส่งสินค้าราคาถูกให้ โดยสินค้าจะถูกกว่าเทสโก้ โลตัส ถูกกว่าบิ๊กซี และยังได้มีการนำสินค้าจากเกษตรกร ผู้ผลิตชุมชนมาจำหน่ายด้วย มีร้านค้านำร่อง 500 แห่ง ทั้งนี้ ผู้ผลิตกะปิระยองถึงกับตกใจ มียอดสั่งซื้อทีเดียวสูงถึง 7 แสนบาท เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีแผนผลักดันให้ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐเป็นโชวห่วยไฮบริด ลักษณะร้านค้าจะเหมือนกับเซเว่นอีเลฟเว่น เพื่อให้มีระบบตรวจสอบการเข้าออกของสินค้า ต่อไปจะรู้หมด ขายอะไรไปบ้าง อะไรขายดี ต้องซื้ออะไรมาเติม และยังได้แก้ไขข้อจำกัดการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยในเดือน ก.ค.นี้จะสามารถใช้บัตรโดยใช้ผ่านแอปพลิเคชันในการซื้อสินค้าผ่านระบบคิวอาร์โค้ดจากตลาดสด เช่น ซื้อหมู ซื้อผัก หรือจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยว ค่าซื้อยาในร้านขายยาได้ด้วย ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาความได้เปรียบเสียเปรียบของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ และร้านค้าที่ไม่ได้ร่วมโครงการ
นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ในด้านการพัฒนาผู้ประกอบการ มีแผนผลักดันและยกระดับธุรกิจไทยด้วยเศรษฐกิจใหม่ โดยจะผลักดันให้เข้าสู่ระบบการค้าออนไลน์ สร้างแพลตฟอร์มไทยเทรดดอทคอมให้เป็นศูนย์กลางค้าออนไลน์ของประเทศ สามารถขายสินค้าได้ทั้งขายส่งระหว่างประเทศ ขายปลีกระหว่างประเทศ และซื้อขายภายในประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการไทยมีช่องทางในการขายสินค้าเพิ่มขึ้น และยังได้เชื่อมโยงไปยัง Tmall.com และแพลตฟอร์มอื่นๆ ส่วนผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้นหรือผู้ประกอบการท้องถิ่น ได้ผลักดันเข้าไปขายในเว็บไซต์ของดีทั่วไทย และหากเข้มแข็งแล้วก็จะดันเข้าสู่ไทยเทรดดอทคอมต่อไป
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในด้านการค้าระหว่างประเทศ มีผลงานในการผลักดันการส่งออก โดยในช่วง 4 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-เม.ยง) ส่งออกมูลค่า 81,780 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.5% สูงสุดในรอบ 7 ปี และมั่นใจว่าปีนี้จะผลักดันให้การส่งออกเป็นไปตามเป้าหมายที่ 8% ได้แน่นอน โดยมีแผนที่จะดำเนินการอย่างเข้มข้น ทั้งการเร่งรัดขยายตลาดส่งออกไปยังตลาดเฉพาะกลุ่มและตลาดเมืองรอง การใช้การเจรจาการค้า เพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้า และนโยบายหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจในการขยายการค้าและการลงทุน รวมทั้งจะเร่งขยายความร่วมมือกับประเทศในกลุ่ม CLMV ซึ่งมีโครงการ YEN-D เป็นหัวหอกสำคัญ
นอกจากนี้ ยังสามารถผลักดันให้สหรัฐฯ ปรับสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยภายใต้กฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษ (Special 301) ให้ดีขึ้นจากบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองพิเศษ (PWL) เป็นบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (WL) หลังจากที่ไทยอยู่ในบัญชี PWL มาเป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2550 ส่งผลดีต่อไทยในด้านภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นด้านการค้าการลงทุน
https://mgronline.com/business/detail/9610000059246
ผลงานรัฐบาลลุงตู่ที่โดดเด่นยิ่งกว่ารัฐบาลใดของกระทรวงนี้ ไม่ชื่นชมได้อย่างไรคะ....👍👍👍👍👍👍👍👍