"ร้องไห้เพราะรอรถเมล์นาน"

ความล้มเหลวของขนส่งมวลชน หรือเพราะเราเป็นคนใจบาง

วันที่ 14 มิถุนายน 2561  เวลา 21.00 น.  เราออกมารอรถเมล์ สาย 141 และ 195 ที่ตลาดบางปะกอก เพื่อจะเข้าออฟฟิศ  นั่งเวลาเดิมๆ บ่อย จนกะเวลาได้ละ ออกมาเวลานี้ไม่พลาดแน่นอน  แล้วเดือนนี้ก็นั่งแท็กซี่บ่อยแล้ว  เปลืองเงินเพราะเราต้องจ่ายหลักร้อยเลยทีเดียวในแต่ละครั้ง  อีกอย่างไม่ค่อยชอบนั่งแท็กซี่ตอนกลางคืนด้วย  ชอบนั่งรถที่นั่งกันหลายๆ คนมากกว่า   วันนี้ก็มานั่งรถเมล์   ใช้บริการขนส่งมวลชนบ้าง  ปกติออกมาดึกกว่านี้ก็ยังมีรถ  แต่วันนี้ออกเร็วมาก คาดหวังว่ามีรถแน่นอน  
แต่พยายามที่สุดแล้ว  เราใจเย็นมากแล้ว  เวลาเราไปเที่ยวเราจะใช้รถสาธารณะตลอด อยากให้คนหันมาใช้รถสาธารณะเยอะๆ รถจะได้ไม่ติด  แถมเราเข้างานไม่เป็นเวลาเหมือนชาวบ้าน เลือกเวลาเข้างาน กะเวลารอรถได้สบาย   ทุกวันนี้แทบไม่เสียสุขภาพจิตมากกว่าคนอื่นที่รอรถในชั่วโมงเร่งด่วน  เหมือนเราเลือกเวลางานเองได้

แต่วันนี้ดันใจบางเป็นพิเศษ  คือทั้งวันเราเพิ่งได้กินข้าวแค่มื้อเดียวตอนเที่ยง   ตั้งใจละ ว่าจะซื้อข้าวใส่กระเป๋ามารอรถเมล์   คิดว่า เออ....ถึงแล้วค่อยกิน  แล้วคือเราไม่ได้นอน  พักผ่อนน้อยด้วย  เลยหงุดหงิดไปกันใหญ่  น้ำตาไหลไม่รู้ตัว  
แต่เรื่องที่สำคัญกว่านั้นคือ  ถ้าตัดเรื่องหงุดหงิดส่วนตัวไป   มันไม่สมเหตุสมผลเลย  ที่ต้องมารอรถเมล์นานขนาดนี้  และสายที่เรารอคือ 141 (สีขาว) แอป viabus เช็กพิกัดไม่ได้  สาย 195  บางคันก็วิ่งมาแบบไม่เปิด GPS  เคยนั่งคิด นี่ใช้แอปช่วยแล้วนะ    มาตราฐานอยู่ตรงไหนวะเนี่ย   ใจร้ายเวอร์
ออกมารอรถเวลา 21.00 น.  ไม่มีรถมาเลย ทั้ง 2 สาย ทั้งๆ  ที่ไม่ใช่เวลารถหมด  ที่รถเขียนไว้ว่าหมดสี่ทุ่มนี่หว่า แล้วมารอเวลานี้จะมีรถนะ เคยได้นั่ง    ใจเย็นมากแล้วจริงๆ   ฮือ  เราเป็นคนใจเย็นมากนะบอกเลย  แต่โมโหหิวด้วยไงตอนนั้น  ปกติสามทุ่มถึงสามทุ่มครึ่ง อย่างน้อยได้ขึ้น 141  , สี่ทุ่มหรือห้าทุ่มต้องได้ขึ้น 195  
แต่ครั้งนี้ใช้เวลารอเกือบสามชั่วโมง  พระเจ้า!  นี่กูอยู่ประเทศอะไร   น้ำตาคลอแล้วอะ  ปวดหัวเพราะนอนน้อยด้วย  เราไม่สามารถระบุเวลาที่แน่นอนได้เลย  ปกติเราต้องได้ขึ้นแล้ว   หรือคนขับแล้วแต่อารมณ์  หรือวันนี้เป็นวันแรกของบอลโลก  คนขับเลยรีบกลับไปดูบอลหมด   ถ้าเป็นจริงคือ "แบบนี้ก็ได้เหรอ” หาความแน่นอนของเวลาไม่ได้เลย  ถนนเงียบมาก เช็กเส้นทางแล้ว ไม่มีตรงไหนรถติดแล้วทำให้ขาดระยะ
ความล้มเหลวของระบบขนส่งที่แท้จริงแล้วล่ะ   สาย 140  ผ่านไปเกือบสิบคัน  แต่ 141 ไม่มาเลยแม้แต่คันเดียว สีส้มก็ไม่มี  หมดหวังจาก 141 ตอนสี่ทุ่ม   อะยังรอ 195 ก็ได้ ปกติสี่ทุ่มครึ่งถึงห้าทุ่มยังมี  แต่ไม่มี ไม่มีเลยเจ้าค่ะ / เสียงแม่หญิงจันทร์วาด    

ในใจคิด ทำไมต้องมาน้ำตาไหลกับเรื่องอะไรแบบนี้ด้วยวะ  ก็คิดว่าเออ คงหงุดหงิดเพราะใกล้เป็นเมนส์ด้วย หงุดหงิดทุกอย่าง  แต่คือมันไม่ใช่อะ  ต้องรอรถเมล์เกือบสามชั่วโมง ใช่เหรอ?  แล้วจะให้เราต้องจ่ายเงินเพิ่มกับบริการที่ยังไม่ปรับปรุงไปอีกนานเท่าไหร่  ใจเย็นนะ ใจเย็นและพยายามแล้ว  .......สรุปต้องนั่งแท็กซี่ไปทำงาน  

เมื่อหลายวันก่อนเพิ่งร้องเรียนแท็กซี่ผ่าน Application  DLT GPS  ไปแล้วนะ ร้องเรียนในเรื่องที่หลายคนอาจมองข้าม คือแท็กซี่ไม่ทอนเงิน 3 บาท  ใช่!  บางคนอาจคิดว่ามันตลก  ไม่ทอนเงินแค่นี้ต้องร้องเรียนเลยเหรอ คือคันอื่นอาจไม่ทำ เขาทอนให้  แต่มาเจอคันนี้ต้องทำ  เพราะอะไรน่ะเหรอ  เพราะเขาคงไม่ทำกับเราคนเดียวไง เงินเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้าวันหนึ่งเขารับผู้โดยสารหลายคน  ทำแบบนี้กับทุกคน ทุกครั้ง ทุกวัน   มันคือเงินจำนวนที่เพิ่มขึ้นมาก   มันไม่ยุติธรรม   มันไม่สมควรเอาเปรียบผู้โดยสาร  มันปลูกฝังนิสัยที่ เล็กๆ น้อยๆ ก็จะไปเอาของเขาด้วย

คำถามคือ  อาจมีคนคิดว่า เราเป็นคนคิดมากหรือเปล่า เรื่องแค่นี้ ปล่อยผ่านบ้างก็ได้ หยุมหยิมมาก  
ก็เพราะคิดแบบนี้ไง  ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่คนมักจะเจออยู่ประจำ เราเห็นคนรอบตัวเจอเยอะ บ่นลงโซเชียลก็เยอะเรื่องรถสาธารณะ  แต่พอเข้าไปถามว่า ไปร้องเรียนโดยตรงกับหน่วยงานหรือยัง ก็ไม่มีใครร้องเรียน  ปล่อยผ่าน  อีกวันก็ลืมละ  
อยากให้เปลี่ยน  เราบ่นลงโซเชียลได้ยาวยืด  แต่เราพิมพ์ร้องเรียนหน่วยงานผ่าน  Website หรือ Application ไม่ได้เหรอ เราไม่รู้หรอกว่าเขาจะจัดการกับเคสยังไง  นั่นเป็นเรื่องของหน่วยงานภายใน  แต่ถ้าบ่นในเฟซได้ เรื่องทำเป็นลายลักษณ์อักษร มีข้อมูลของเรา Record ไว้บ้างก็ไม่น่าจะใช่ปัญหา อย่างเคสรอรถเมล์นานนี่  เราก็ร้องเรียนไปใน www.bmta.co.th องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพเรียบร้อยละ  จะพิมพ์ยาวๆ ในแอปก็ไม่ถนัด ไม่รู้ทะเบียนอีก  เพราะร้องเรียนแบบเหมาเรื่องการบริการทั้งหมดนี่แหละ

อย่างพฤติกรรมคนขับนี่ 1584 มี  Record เราตลอด รถตู้นี่เจอบ่อย เมื่อก่อนนั่งรถตู้ไปทำงานด้วยไง  
เราร้องเรียนได้นะ รถสาธาณะทุกอย่างเลย เวลาเจอปัญหาให้จำรายละเอียดรถและคนขับให้เยอะที่สุด จะเป็นประโยชน์กับเรามาก เมื่อมี จนท. ส่งข้อความมาบอกว่า  จะแก้ไข หรือเรียกตัวคนขับให้ เออ...อย่างน้อยมีข้อความตอบกลับมาอะ เราก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อย ว่าอย่างน้อยก็รับเรื่องเรา  หากมีการเรียกตัวจริง จากที่คนขับโกงเงินเรา เขาก็จะเสียเวลาทำมาหากินไปตอนโดนเรียกสอบนั่นแหละ  

เออ...โมโหไง แต่อยากทำทุกอย่างให้เป็นขั้นตอน มีช่องทางร้องเรียนได้เราทำหมด ไม่ใช่แค่ขนส่ง ทุกหน่วยงานเลย คือถ้าเราช่วยกันไม่ให้ปล่อยผ่านอะ มันไม่ได้ยากเย็นเลย  (นี่ on this day  ใน facebook เพิ่งแจ้งเตือนมาว่าวันนี้ ของปีที่แล้วเพิ่งร้องเรียนพยาบาลพูดไม่เพราะกับคนไข้ที่นั่งรอหมอ 4 ชม. คนไข้คนนั้นคือเรา ที่กลับมาทำหนังสือเมลไปร้องเรียน รพ.อีก มันไม่ได้อะ อะไรที่ไม่ดีคือต้องปรับปรุงกัน ไม่ใช่ปล่อยผ่านนะ  แล้ว รพ.มีประวัติเรื่องการบริการที่ทุกคนขนานนามเยอะมาก แล้วนี่มานั่งคิด เขาไม่ทำอะไรเลยเหรอ  พอ จนท.เมลกลับมาขอโทษ จะปรับปรุงการบริการ คือก็ใจชื้นมาละ เขารับรู้ละ )  
เราไม่ใช่คนเหวี่ยงหน้างานขนาดนั้น  ไม่พอใจตรงนั้นแล้วไปด่าเขาตรงนั้น  ซึ่งอาจเสี่ยงกับหลายอย่าง มีเรื่องกับคนขับในรถก็ไม่ปลอดภัยอีก   เอาเวลามานั่งคิดก่อน  ว่าสิ่งที่เกิดกับเรามันเหลืออดจริงๆ มากแค่ไหน  มีหน่วยงานรับเรื่องเราไหม  แล้วหาช่องทางคอมเพลนเป็นลายลักษณ์อักษร  มันอาจจะไม่ค่อยช่วยอะไรเยอะ แต่ก็สบายใจขึ้นอะ  ดีกว่าบ่นในเฟซอย่างเดียวแล้วเงียบไป   มันก็เหมือนเราได้ระบาย  บ่นในเฟซแล้ว แต่ก็อยากให้เขาแก้ไขจริงๆ ด้วย  ไม่อยากปล่อยผ่านไปเรื่อยๆ
คือติ  นี่ไม่ได้ติเพื่อด่าๆ บ่นๆ อย่างเดียวนะ  อยากติเพื่อก่อให้เกิดอะไรบ้าง อยากให้ฟังเสียงเราบ้าง
นี่มานั่งคิดว่าสาย 141 คนใช้เยอะแค่เช้ากับเย็น    รถเลยน้อยกว่า 140  แต่ตอนเยอะ คือเยอะมาก จนล้นมากเกินไปด้วย ความจริงน่าจะมีการปรับเปลี่ยนเลขรถได้นะ  บางทีภายใน 1 ชม. 141 คือมา ชม. ละคัน แต่ 140 มา 5-6 คัน

อยากให้คนหันมาใช้ขนส่งมวลชนมากขึ้น   ลดปัญหารถติด ลดมลพิษ ลดอันตรายบนท้องถนน  ลดคนหัวร้อน
แต่เป็นแบบนี้คือ ถอนหายใจ   เฮ้อออออ อ.อ่างยาวถึงดาวอังคาร

ประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่ใช่ประเทศที่คนใช้เงินในอนาคตมาซื้อรถส่วนตัวเยอะขึ้น  
แต่ประเทศที่พัฒนาแล้ว คือประเทศที่มีระบบขนส่งมวลชนที่ดี และคนหันมาใช้รถสาธารณะกันมากขึ้น

ถ้ารถเมล์มันสบาย ระบบและบริการทุกอย่างดี คนเขาก็อยากใช้รถรถเมล์กันเยอะนะ  มันช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนได้เยอะสำหรับมนุษย์เงินเดือนจริงๆ   โดยเฉพาะฝั่งธนบุรี  อีกหลายจุดที่ต้องรอรถไฟฟ้าไปอีกนานแสนนาน    และที่สำคัญ ถ้าจะให้เลือกแท็กซี่  รถแท็กซี่ก็ไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน   แต่ยังไงเราก็ยังชอบใช้รถสาธารณะเหมือนเดิม  เราก็พยายามจะทำให้เห็นข้อดีแหละ  แต่ไม่อวยหมดไง อะไรที่แย่ คือแย่จริงๆ มันคือความจริง

หรือเป็นเพราะเราเกิดวันพฤหัสบดี  และเรานับถือเซเลอร์วีนัส เราต้องผดุงความยุติธรรม คือเห็นอะไรแบบนี้ไม่ได้อะ มันหงุดหงิด  ปกติเรื่องอื่นปล่อยผ่านนะ  แต่กับเรื่องแบบนี้ ถ้าให้มาเอาเปรียบกันจะทนไม่ได้เลย

เรื่องที่มันมีประโยชน์ต่อตัวเองและสังคม เราไม่ควรปล่อยผ่านอะ พูดจริงๆ ช่วยไม่ได้มาก แต่ทำอะไรได้บ้างก็ยังดี


-------------------

16 มิถุนายน 2561 เข้ามาดูอีกที พบว่าถูกแชร์ไปเยอะมาก ก็ตกใจ ตอนนี้ก็อยากมาเล่าอีกที ความจริงเรารักการใช้รถสาธารณะมากนะ แต่บางอย่างเราก็ทนไม่ไหว คิดว่าเราต้องมาร้องไห้กับอะไรแบบนี้ด้วยเหรอชีวิต  ยอมรับว่าเราโพสต์ตอนเราโมโหจริงๆ แต่ก็อยากจะเล่าว่าเราชอบรถสาธารณะเพราะอะไร  และเราก็ไม่ได้ท้อกับโชคชะตาว่าทำไมเราไม่มีรถ แต่อยากพุ่งประเด็นไปที่ ระบบขนส่งมวลชนเป็นแบบไหน แล้วทำไมเราต้องซื้อรถ

หลังจากงอแงกับรถเมล์มาเมื่อคืน วันนี้ก็อารมณ์ดีขึ้นมาละ เพราะได้กินข้าว แหะๆ เราเป็นคนที่ ถ้าหิวจะเหวี่ยงกว่าตอนเป็นเมนส์ล้านเท่าอะบอกเลย
ทีนี้ก็อยากมาทำความเข้าใจกันอีกครั้ง บ่นได้ แต่เพิ่มช่องทางให้คนทั่วไปได้ลองพุ่งตรงที่หน่วยงานจริงๆ ไม่อยากให้ปล่อยผ่าน หากช่วยกัน

เราเป็นคนชอบใช้รถสาธารณะมาก ยิ่งในกรุงเทพ มันมีทุกอย่าง รถเมล์ รถไฟฟ้า เรือ รถตู้ วิน แท็กซี่ ตุ๊กๆ รถไฟ อะไรมีเราใช้หมด  ที่บ้านและเพื่อนๆ ชอบถามว่า ทำไมไม่ซื้อรถ อายุปูนนี้แล้ว ใครๆ เขาก็มีรถ

ไม่สิ ทำไมต้องชี้วัดว่าอายุเท่านี้ต้องมีรถอะ  คือมันไม่ตรงกับ life style ในชีวิตประจำวันของเรา เราว่ามันยังไม่จำเป็นสำหรับเรา เราเลยไม่ซื้อ ถ้ามันจำเป็นกับอาชีพ และอะไรหลายๆ อย่าง เราจะซื้อ เช่น การเดินทางจากบ้านลำบาก

ทุกคนมีเหตุผลในการใช้ยานพาหนะที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเรา

1.ที่พักถึงจะอยู่ฝั่งธน แต่ใกล้ทางด่วน ใช้รถเมล์แค่ต่อเดียวถึงที่ทำงานเลย ถึงแบบเดินขึ้นตึกเลย ไม่ต้องต่ออะไรอีก ถ้ารถไม่ติด ใช้เวลาแค่ 15 นาทีเท่านั้น

2.ที่ทำงานอยู่ใกล้รถไฟฟ้า ทั้ง mrt , bts จะไปไหนในเมือง ถ้ารีบ ก็รถไฟฟ้า และรถเมล์ผ่านหลายสายมาก เรือคลองแสนแสบก็ใกล้ สะดวกมาก

3.เราเป็นคนเดินทางไปไหนคนเดียว ขับรถแล้วจะง่วงเวลาเจอรถติด ทำงานไม่เป็นเวลา พักผ่อนน้อย ทำงานใช้คอมพิวเตอร์ตลอดเวลา จ้องตลอดจริงๆ เราจึงชอบใช้รถสาธาณะ ได้หลับบนรถ พักสายตานิดหน่อยก็ยังดี โดยที่มีคนอื่นขับให้ ถือว่าเป็นเวลาคุ้มค่าที่ได้งีบแล้ว

4.ให้ขับต่างจังหวัด ข้ามเขากี่ลูกก็ไหว แต่ไม่ชอบรถติดขนาดนี้ การขับรถในกรุงเทพจึงเหมือนการออกไปทำสงครามสำหรับเรา

5.สถิติการเกิดอุบัติเหตุ และเสียชีวิต ในกรุงเทพ เป็นจำนวนของรถส่วนตัวมากกว่ารถสาธารณะ เช่น รถเมล์ รถไฟฟ้า รถไฟ สังเกตว่าอุบัติเหตุจนถึงแก่ความตายแทบไม่มี แต่ช้าบ้าง เสียบ้าง ที่ไม่อยากให้มีนั่นแหละ

6.ใช้ยานพาหนะหลายอย่าง จนทำให้เริ่มศึกษาเส้นทางด้วยตัวเองมากขึ้น จะไปไหนก็เปิดแผนที่ ลองไปเส้นทางใหม่ๆ โทรถามสายรถเมล์ 1348 จากตรงนี้นั่งสายอะไร ไปเส้นใหม่ จนทำให้รู้จักถนนในกรุงเทพมากขึ้นจากการสังเกตข้างทางบนรถเมล์

7.เมื่อรู้จักเส้นทางในกรุงเทพเพิ่มขึ้น เวลาเรียกแท็กซี่ เราจะหลงทางน้อยลง ไม่เคยโดนพาอ้อม เพราะเป็นคนบอกทางแท็กซี่เองเป็นฉากๆ  ไปสุวรรณภูมิก็ใช้แอร์พอร์ตลิ้งค์ ไปดอนเมือง ก็รถเมล์สาย A1 จอดหน้า Terminal ไม่ต้องเอารถไปแล้ววนหาที่จอดเลย ประหยัดเวลาได้เยอะ

8.นอกจากได้รู้จักถนน ยังได้รู้จักสถานที่ใหม่ๆ ที่เที่ยว ร้านอาหาร เฮ้ย มีร้านนี้บนถนนเส้นนี้ด้วย วันหลังมากินดีกว่า  คือถ้าขับรถเอง คงไม่ได้หันไปมองข้างทางเยอะขนาดนี้

9.ประหยัดค่าใช้จ่ายไม่ต้องดูแล บำรุงรถส่วนตัวเยอะ เงินจะได้เหลือไปทำอย่างอื่น เช่น ไปเที่ยว

สรุปคือความจำเป็นของคนเราทุกคนแตกต่างกันในการเลือกยานพาหนะ  ถึงเราจะบ่นรถสาธารณะยังไง แต่ก็ยังใช้ และอยากติเพื่อให้ปรับปรุงนั่นแหละ ถ้ามันดี คนจะหันมาใช้เยอะขึ้น รถส่วนตัวบนถนนจะน้อยลง นี่คือการแก้ปัญหารถติดที่สำคัญมากลำดับแรกๆ เลย

พฤติกรรมคนขับปาดซ้ายขวา แซง ไม่เคารพกฎก็สำคัญนะ จำรายละเอียดคนขับให้แม่น แล้วร้องเรียน 1584 สอบสวนบ้าง เผื่อจะดีขึ้น บ่นลงโซเชียลได้ แต่หาวิธีที่ช่วยแก้ไขได้เล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี ให้เขาเห็นถึงปัญหาสิ

รถสาธารณะคือเรียกว่าทั้งรักทั้งเกลียดอะจริงๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่