แม่หมอ 4G

เห็นคลิปวิดีโอเจ้าแม่ไล่ผีแบบ 4G โอ้โห ก็ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ที่เรากับเพื่อนได้ร่วมชะตาเดียวกัน ชื่อนี้เพื่อน ๆ คุ้นหูกันไหมคะ
นาที่ว่าไม่ใช่ผู้หญิงแต่เป็นชายหนุ่มชาวออสเตรเลียที่เคยมาเที่ยวที่เมืองไทย และเคยอยู่เป็นเพื่อนเราจนดึกดื่นเมื่อตอนเราไปทำ
ธุระที่ออสเตรเลีย อย่างที่เราเคยเล่าไปคร่าว ๆ ว่านาเป็นคริสเตียนและไม่เชื่อเรื่องวิญญานหรือโลกหลังความตาย จนกระทั่งนามี
ประสบการณ์ที่หาคำตอบทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ที่ประเทศไทย นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ความคิดของนาเปลี่ยนไป (ตลอดกาล...)

วันหนึ่งขณะที่เรากำลังง่วนทำงานบ้านในวันหยุดอยู่นั้น เสียงคอลไลน์ดังขึ้นระบุปลายทางเป็นหนุ่มต่างชาติที่คุ้นเคยกันดี
เรารับและทักทายกันเสร็จสรรพนาก็เข้าประเด็นโดยการเปิดกล้องหลังแล้วแพลนกล้องไปมุมต่าง ๆ ของบ้านพร้อมบอกให้
จับตาดูไว้ เราก็เพ่งมองตามโดยที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะให้ดูอะไร จากนั้นนาก็สลับเป็นกล้องหน้าและถามว่าเราเห็นอะไรผิด
สังเกตไหม เราถามกลับว่าต้องการให้เราดูอะไรเราไม่เห็นอะไรเลยนอกจากห้องของเธอ นาตอบว่าก็นี่แหละที่อยากให้ดู
ฉันรู้ว่าเธอมองเห็นผีได้ ช่วยดูให้หน่อยว่ามีผีอยู่ในบ้านของฉันไหม? ห๊ะ!!! ให้เรานี่นะดูผีในบ้าน บร้าไปแล้ว เราหัวเราะ
ออกมาพร้อมบอกว่าฉันไม่ใช่หมอดูหรือหมอผีนะยะที่อยู่ดี ๆ นึกอยากจะเห็นผีก็เห็น แต่ก็ไหน ๆ แล้ว เล่าให้ฟังหน่อยซิ
ว่าเกิดอะไรขึ้น (พ่ะน่ะ)  

นาจึงเล่าให้ฟังว่า พักหลังมานี้เวลานอนมักจะมีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้นกับตัวเขาตลอด เวลานอนเขาจะรู้สึกว่ามีมือปริศนามา
ไต่อยู่ใต้ผ้าห่ม พอเขารู้สึกตัวหรือเปิดไฟในห้องนอนความรู้สึกนั้นก็หายไป มีคืนหนึ่งขณะกำลังเคลิ้มก็รู้สึกเหมือนเดิมอีกคือ
มีมือไต่อยู่ใต้ผ้าห่มไต่ตามหน้าแข้งไล่ขึ้นมาถึงหัวเข่า นายังไม่ได้ลืมตาแต่ก็รู้สึกตัวจึงใช้มือควาญหาสวิตซ์โคมไฟข้างเตียง
ระหว่างที่มือคลำหาสวิตซ์ไฟอยู่นั้น มือก็ไปสัมผัสบร๊ะกับมือของอีกคนที่อยู่บริเวณสวิตซ์ไฟ ด้วยสัญชาตญานว่าฉันอยู่บ้าน
หลังนี้คนเดียว นาจึงรีบชักมือกลับทันทีแล้วนอนลืมตาเบิกโพลงในความมืด ตัวเกร็งหัวใจเต้นรัวถี่ดั่งเสียงกลอง เกร็งตัวไว้
นานขนาดไหนก็จำไม่ได้ในที่สุดก็ผล็อยหลับไป เช้าตื่นมาก็พยายามระลึกความทรงจำถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนว่าฝัน
หรือเป็นเรื่องจริง ด้วยความที่ว่าตนเองย้ำนักย้ำหนาว่าตัวเองนับถืออะไร  แต่ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะย้อนแย้งกับคำพูดเพราะ
สิ่งที่เขาพบเจอมันยังไม่สามารถหาข้อพิสูจน์ได้ นาพยายามหลอกตัวเองว่าเขาฝันและพร่ำบอกตัวเองเสมอว่าผีไม่มีจริง
จนกระทั่งเรื่องนี้ที่นาสัมผัสกับมือปริศนาและยังหาข้อเท็จจริงของสิ่งนั้นไม่ได้ นาจึงลงทุนติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ในบ้าน
ทำให้เรานึกถึงหนังเรื่อง Paranormal Activity ที่ติดกล้องไว้รอบบ้านเพราะที่บ้านมีเหตุการณ์แปลกเกิดขึ้น นาก็ทำเช่นนั้น
เหมือนกันและเลือกติดไว้ในห้องนอนของตัวเอง ทุกเช้านาจะมานั่งดูเทปย้อนหลังในคอมพิวเตอร์ซึ่งทุกอย่างก็ราบรื่นดี
จนนาตะโกนออกมาด้วยความท้าทายว่า “คิดว่าจะแน่ ถ้ามีจริงก็อย่ากลัวกล้องสิเว้ย”
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่