เป็นแม่บ้าน ต้องทำทุกอย่างเลยใช่ไหม

สวัสดีค่ะ นี่เป็นการตั้งกระทู้แรกของหนู ถ้าผิดพลาดตรงไหนก็ขอโทษด้วยนะคะ (หนูไม่แน่ใจว่าต้องแท็กห้องไหนค่ะ)
   คือแม่ของหนูทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ร้านขายปุ๋ยแห่งหนึ่ง ในต่างจังหวัดหนึ่ง(แถวภาคอีสาน)  รายละเอียดของงาน แม่บอกหนูว่า เถ้าแก่ให้ทำ กับข้าวให้คนงานกิน ทำความสะอาดทั่วไปในร้าน  เช่น กวาดขยะ  ล้างห้องน้ำ เข้างานตอน 7.30 เลิกงาน 17.30  ซึ่งตอนหลังเถ้าแก่ใช้ให้ไปทำงานความสะอาดที่บ้านของเถ้าแก่ด้วย  รวมๆเเล้วแม่ของหนูทำงาน2 ที่ ก้คือที่ร้านขายปุ๋ยและที่บ้านของเถ้าแก่เอง แม่ก็ทำมาตลาดไม่มีปัญหาใดๆ ทำมาปีกว่าเเล้ว (อาจจะมีแต่เล็กน้อย)
  ในความคิดของหนูคือ ค่าแรงแม่น้อยมาก ทั้งๆทำงานทั้ง2 ที่ ขับรถไปบ้านเถ้าแก่ก็อันตราย (ทางแค่2เลน รถพ่วง รถสิบล้อเยอะ)  แต่แม่ก็ทนเพราะแม่ของหนูแก่เเล้ว (อายุ54) ทำงานคนเดียวส่งหนูกับน้องชายเรียน หนูก็สงสารแม่นะคะ ก็พยายามตั้งใจเรียน ใช้จ่ายประหยัด ทำงานพาร์ทไทม์มาตั้งแต่ปี1 จนปีนี้ปี3 รู้สึกว่าเรียนหนักขึ้น ก็เลยไม่ได้ทำงานพาร์ทไทม์มาสักพักเเล้ว
   แต่มันพึ่งจะมีปัญหาวันนี้คือ แม่โทรมาเล่าให้หนูฟัง (หนูกับแม่อยู่คนละที่ หนูเรียนอยู่กรุงเทพฯ) โทรมาแบบเสียงสั่นๆ หนูคิดว่าแม่ต้องร้องไห้แน่ แม่ก็เล่าว่า ถูกคนงานผู้ชายต่อว่า  คือแม่กวาดขยะอยู่หน้าร้านค่ะ เเล้วผู้ชายคนนั้นเขาปลอกมะม่วงทาน ซึ่งเปลือกมะม่วงที่เขาปลอกเขาก้ทิ้งลงตรงนั้นเลย  แม่หนูก็บอกเขาว่า ถังขยะก็มี ไปทิ้งที่ทั้งขยะสิ เขาก็ว่า  "มาสมัครงานเป็นแม่บ้าน ก็ทำไปสิ มาพูดอะไร มีหน้าที่เป็นแม่บ้านก็ทำไป"
   ซึ่งหนูคิดว่าเขาพูดไม่ถูก แม่ไปสมัครงานเป็นแม่บ้านก็จริงค่ะ แต่หนูคิดว่าก็แม่ทำเกี่ยวกับร้านปุ๋ย ทำหน้าที่ทั่วไป ไม่ได้เป็นคนใช้ส่วนตัวของใคร  ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้มันมีหลายครั้งเเล้วตั้งแต่แม่ทำงานมา เช่น เสมียนที่ร้านเอาแมวมาเลี้ยง เสมียนเอามาเองนะคะ  (แต่เถ้าแก่ก็ไม่ว่าอะไร)  ใช้แม่เก็บขี้แมว หาข้าวให้แมวกิน นี่แค่ยกตัวอย่างให้ดูยังมีอีกเยอะค่ะ แต่แม่หนูก็ทำนะคะ
  หนูเลยอยากรู้ความคิดเห็นของทุกคน แม่บ้านต้องทำทุกอย่างจริงไหม หรือว่าหนูคิดมากไปรึเปล่า หรือแม่ของหนูอ่อนไหวมากไปรึเปล่ากับคำพูดของน้าผู้ชายคนนั้น
  ขอบคุณค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่