สวัสดีค่ะ พี่น้องผองเพื่อนนักเขียน โดยเฉพาะผู้เล่นเกมถุงมือกวี
เนื่องจากตอนนี้เราเล่นเกมถุงมือกวีรายสัปดาห์กันอยู่
ข้าพเจ้าซึ่งเป็นผู้เล่นคนหนึ่งและมีความสนใจ แม้ไม่ค่อยได้วางงานร้อยกรองมากเท่ากับเรื่องสั้น เพราะถนัดเพียงบางอย่าง
จึงขอรวบรวมงานเก่าที่มีอยู่มาวาง เพื่อให้ท่านอื่นๆ ที่เข้ามาเล่นเกมจะได้รู้จักกันมากขึ้นค่ะ
(และตามแกะลายมือกันต่อไป 555)
ชิ้นแรกคือ งานที่เล่นเกมถุงมือเมื่อต้นปีนี้ค่ะ
คิดถึงพ่อ
แดดอุ่นละมุนส่อง มาต้องหลังและต้องไหล่
สองร่างค่อยห่างไป จากรั้วบ้านและลานดิน
ไหล่กว้างคือไหล่พ่อ ผู้ไม่ท้อต่อใดสิ้น
แผ่นหลังมีเหงื่อริน ก็เพื่อเลี้ยงคนในเรือน
ไหล่น้อยของเด็กชาย มีความหมายคล้ายจะเหมือน
เนิ่นนานผ่านปีเดือน ค่อยเติบใหญ่ได้ตามรอย
พ่อสอนให้อดทน เกิดเป็นคนอย่าท้อถอย
ความสุขนั้นรอคอย อยู่สุดท้ายที่ปลายงาน
(ถุงมือระเด่น)
ชิ้นที่สองก็เล่นเกมถุงมือด้วยค่ะ
วันฝนตก
ฝนมาแล้ว เจ้าน้องแก้วยิ้มแฉ่ง
หยิบกระบวยสีแดง กับคว้ากระป๋องน้อย
วิ่งรับหยดฝนใส ดีใจดั่งได้พลอย
เหนื่อยแล้วก็ค่อย นั่งลงเล่นทราย
เม็ดเม็ดสีนวลทอง สมมุตกองเป็นของขาย
แม่ค้าไม่ดูดาย จับกระบวยท่าดี
ซื้อหน่อยสิจ๊ะ น่า..นะคุณพี่
ชักชวนชมชี้ สุดที่ระเริงใจ
ติ๊ง ! แต๊ะ ! แปะ ! เปาะ ! ไพเราะหยดฝนใส
เอ๊ะ ! เสียงแม่ว่า “ใคร หนีออกไปเล่นน้ำฝน”
น่าสงสารเจ้าน้องแก้ว ต้องเลิกแล้วสนุกซน
จำลาจากสายฝน เพราะกลัวโดนแม่ตี
แท้จริงแล้วลูกรัก แม่ห่วงนักเรื่องฝนนี่
ต้องดุกันบ้างบางที ปรานีเจ้าดอกดวงใจ
โดย ถุงมือมะม่วงกวน
ชิ้นที่ 3 เก็บของเก่าเอามาปัดฝุ่นเล่นเกมถุงมือ
วอนดอกไม้
ดอกปีบขาวร้าวรานปลายก้านหัก
บอบช้ำนักด้วยแรงลมชมปีบหมอง
ปีบช้ำลมใช่ตรมช้ำน้ำตานอง
เหมือนอกหมองหม่นร้าวเพราะเฝ้ารอ
สิ้นสายใยดุจไม้หอมพร้อมสิ้นกลิ่น
ซึ่งเคยยินถวิลหากี่คราหนอ
กี่วันคืนที่กลืนกล้ำน้ำตาคลอ
โอ้ละหนอ โอ้รัก สุดหักใจ
เห็นปีบขาวร่วงพราวผ่านราวกิ่ง
ปานทอดทิ้งคนครวญคอยหวนไห้
หอมปีบปนน้ำตายิ่งอาลัย
วอนดอกไม้ช่วยเป็นเพื่อนเหมือนดังเดิม
(ถุงมือโศก)
ชิ้นที่ 4 ไม่มีชื่อ
ธ สถิตในดวงใจไทยทั้งหล้า เพียงภูผาศิลาแกร่งแห่งสยาม
พ่างพิรุณจากฟากฟ้ายังป่างาม ไทยทั่วคามรวมใจถวายพระพร
น้อมมนัสแน่วนิ่งด้วยจริงรัก แจ้งประจักษ์ในน้ำคำตามพ่อสอน
พสกซึ้งพระเมตตาเอื้ออาทร ราษฎรยังชีพอยู่รู้พอพียง
เหนือกษัตริย์พระองค์อื่นบนผืนโลก สุขหรือโศก ธ ทรงรับสดับเสียง
ทั่วประเทศเขตแดนแคว้นใกล้เคียง ชนสานเสียงซ้องพ่อหลวงด้วยดวงใจ
(เขียนให้คุณแม่กล่าวอาศิรวาทวันเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวงรัชกาลที่ 9 ในนามตัวแทนสตรีแม่บ้านประจำอำเภอ ไม่แน่ใจค่ะว่าปีไหน)
ชิ้นที่ 5
เช็ดน้ำตาเสียเถิดไทย
เช็ดน้ำตาบนหน้าหมองหยุดร้องไห้ บอกหัวใจจงแข็งเข้มให้เต็มที่
แต่นี้และตลอดไปในชีวี เก็บสิ่งดีที่พ่อให้ไว้กับตัว
ถึงขมขื่นยากแค้นแสนสาหัส จะขจัดจนสิ้นจริงจากสิ่งชั่ว
อุปสรรคใดกั้นมิหวั่นกลัว ใครยุยั่วปะทะให้ละวาง
เพราะคำพ่อคือคัมภีร์แห่งชีวิต ปราบอมิตรที่ค้านคัดและขัดขวาง
ให้ลูกก้าวเดินไปในรอยทาง เพื่อร่วมสร้างแผ่นดินถิ่นที่รัก
จักเป็นพลเมืองของพ่อช่วยทอฝัน มุ่งมั่นอาจหาญสมานสมัคร
ขอถวายอาลัยด้วยใจภักดิ์ อย่างสมศักดิ์เลือดเนื้อชาติเชื้อไทย
(เขียนไว้หลังจากพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 เดือนตุลาคม 2560)
บางชิ้นก็ลงตัวสมความต้องการ และบางชิ้นก็ยังไม่ค่อยลงตัวนะคะ
ยินดีรับข้อแนะนำเสมอค่ะ
หมายเหตุ - ยังมีอีกชิ้นหนึ่งค่ะที่นำไปเล่นเกมถุงมือกวีไม่นานมานี้ และเป็นบทเรียนที่ดีในการคิดงานและเผยแพร่งาน ท่านใดสนใจโปรดติดตามอ่านในกระทู้ด้านล่างนะคะ
https://pantip.com/topic/37636536/comment38-1
งานร้อยกรองของข้าพเจ้า
เนื่องจากตอนนี้เราเล่นเกมถุงมือกวีรายสัปดาห์กันอยู่
ข้าพเจ้าซึ่งเป็นผู้เล่นคนหนึ่งและมีความสนใจ แม้ไม่ค่อยได้วางงานร้อยกรองมากเท่ากับเรื่องสั้น เพราะถนัดเพียงบางอย่าง
จึงขอรวบรวมงานเก่าที่มีอยู่มาวาง เพื่อให้ท่านอื่นๆ ที่เข้ามาเล่นเกมจะได้รู้จักกันมากขึ้นค่ะ
(และตามแกะลายมือกันต่อไป 555)
ชิ้นแรกคือ งานที่เล่นเกมถุงมือเมื่อต้นปีนี้ค่ะ
คิดถึงพ่อ
แดดอุ่นละมุนส่อง มาต้องหลังและต้องไหล่
สองร่างค่อยห่างไป จากรั้วบ้านและลานดิน
ไหล่กว้างคือไหล่พ่อ ผู้ไม่ท้อต่อใดสิ้น
แผ่นหลังมีเหงื่อริน ก็เพื่อเลี้ยงคนในเรือน
ไหล่น้อยของเด็กชาย มีความหมายคล้ายจะเหมือน
เนิ่นนานผ่านปีเดือน ค่อยเติบใหญ่ได้ตามรอย
พ่อสอนให้อดทน เกิดเป็นคนอย่าท้อถอย
ความสุขนั้นรอคอย อยู่สุดท้ายที่ปลายงาน
(ถุงมือระเด่น)
ชิ้นที่สองก็เล่นเกมถุงมือด้วยค่ะ
วันฝนตก
ฝนมาแล้ว เจ้าน้องแก้วยิ้มแฉ่ง
หยิบกระบวยสีแดง กับคว้ากระป๋องน้อย
วิ่งรับหยดฝนใส ดีใจดั่งได้พลอย
เหนื่อยแล้วก็ค่อย นั่งลงเล่นทราย
เม็ดเม็ดสีนวลทอง สมมุตกองเป็นของขาย
แม่ค้าไม่ดูดาย จับกระบวยท่าดี
ซื้อหน่อยสิจ๊ะ น่า..นะคุณพี่
ชักชวนชมชี้ สุดที่ระเริงใจ
ติ๊ง ! แต๊ะ ! แปะ ! เปาะ ! ไพเราะหยดฝนใส
เอ๊ะ ! เสียงแม่ว่า “ใคร หนีออกไปเล่นน้ำฝน”
น่าสงสารเจ้าน้องแก้ว ต้องเลิกแล้วสนุกซน
จำลาจากสายฝน เพราะกลัวโดนแม่ตี
แท้จริงแล้วลูกรัก แม่ห่วงนักเรื่องฝนนี่
ต้องดุกันบ้างบางที ปรานีเจ้าดอกดวงใจ
โดย ถุงมือมะม่วงกวน
ชิ้นที่ 3 เก็บของเก่าเอามาปัดฝุ่นเล่นเกมถุงมือ
วอนดอกไม้
ดอกปีบขาวร้าวรานปลายก้านหัก
บอบช้ำนักด้วยแรงลมชมปีบหมอง
ปีบช้ำลมใช่ตรมช้ำน้ำตานอง
เหมือนอกหมองหม่นร้าวเพราะเฝ้ารอ
สิ้นสายใยดุจไม้หอมพร้อมสิ้นกลิ่น
ซึ่งเคยยินถวิลหากี่คราหนอ
กี่วันคืนที่กลืนกล้ำน้ำตาคลอ
โอ้ละหนอ โอ้รัก สุดหักใจ
เห็นปีบขาวร่วงพราวผ่านราวกิ่ง
ปานทอดทิ้งคนครวญคอยหวนไห้
หอมปีบปนน้ำตายิ่งอาลัย
วอนดอกไม้ช่วยเป็นเพื่อนเหมือนดังเดิม
(ถุงมือโศก)
ชิ้นที่ 4 ไม่มีชื่อ
ธ สถิตในดวงใจไทยทั้งหล้า เพียงภูผาศิลาแกร่งแห่งสยาม
พ่างพิรุณจากฟากฟ้ายังป่างาม ไทยทั่วคามรวมใจถวายพระพร
น้อมมนัสแน่วนิ่งด้วยจริงรัก แจ้งประจักษ์ในน้ำคำตามพ่อสอน
พสกซึ้งพระเมตตาเอื้ออาทร ราษฎรยังชีพอยู่รู้พอพียง
เหนือกษัตริย์พระองค์อื่นบนผืนโลก สุขหรือโศก ธ ทรงรับสดับเสียง
ทั่วประเทศเขตแดนแคว้นใกล้เคียง ชนสานเสียงซ้องพ่อหลวงด้วยดวงใจ
(เขียนให้คุณแม่กล่าวอาศิรวาทวันเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวงรัชกาลที่ 9 ในนามตัวแทนสตรีแม่บ้านประจำอำเภอ ไม่แน่ใจค่ะว่าปีไหน)
ชิ้นที่ 5
เช็ดน้ำตาเสียเถิดไทย
เช็ดน้ำตาบนหน้าหมองหยุดร้องไห้ บอกหัวใจจงแข็งเข้มให้เต็มที่
แต่นี้และตลอดไปในชีวี เก็บสิ่งดีที่พ่อให้ไว้กับตัว
ถึงขมขื่นยากแค้นแสนสาหัส จะขจัดจนสิ้นจริงจากสิ่งชั่ว
อุปสรรคใดกั้นมิหวั่นกลัว ใครยุยั่วปะทะให้ละวาง
เพราะคำพ่อคือคัมภีร์แห่งชีวิต ปราบอมิตรที่ค้านคัดและขัดขวาง
ให้ลูกก้าวเดินไปในรอยทาง เพื่อร่วมสร้างแผ่นดินถิ่นที่รัก
จักเป็นพลเมืองของพ่อช่วยทอฝัน มุ่งมั่นอาจหาญสมานสมัคร
ขอถวายอาลัยด้วยใจภักดิ์ อย่างสมศักดิ์เลือดเนื้อชาติเชื้อไทย
(เขียนไว้หลังจากพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 เดือนตุลาคม 2560)
บางชิ้นก็ลงตัวสมความต้องการ และบางชิ้นก็ยังไม่ค่อยลงตัวนะคะ
ยินดีรับข้อแนะนำเสมอค่ะ
หมายเหตุ - ยังมีอีกชิ้นหนึ่งค่ะที่นำไปเล่นเกมถุงมือกวีไม่นานมานี้ และเป็นบทเรียนที่ดีในการคิดงานและเผยแพร่งาน ท่านใดสนใจโปรดติดตามอ่านในกระทู้ด้านล่างนะคะ
https://pantip.com/topic/37636536/comment38-1