อาริกาโตะ
กรี้ดดดดดดดด เขียนหัวกระทู้ผิด Nagano เป็น Nakano
สวัสดีทุกๆคนนะคะ ไม่รู้จะเริ่มยังไงหลังจากกระทู้ที่แล้วโดนแหกมาว่าเขียนเว้นวักบ้างให้หายใจหน่อย ขอแก้มือในกระทู้นี้ละกันนะ เมื่อตอนต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นมา เรียกว่าตั้งใจดีกว่าเป็นการไปเที่ยวคนเดียวครั้งแรกของเราด้วย แท่มแท๊ม รู้สึกแบบโลนลี่มากแต่ก็ได้ดูการก้าวท้าวของตัวเองแบบช้าๆ รู้สึกว่าได้มีเวลาอยู่กับตัวเองจริงๆก็ตอนไปเที่ยวคนเดียว มันใช่เพราะจะอยู่กะใครก็ไปคนเดียว แฮ่ 55555 มาเข้าเรื่องกันดีกว่าวันนี้เราก็เลยจะมารีวิวการไปเที่ยว KAMIKOCHI บางคนอาจจะรู้จักเคยเห็นผ่านตามเพจท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาบ้างแล้ว Kamikochi อยู่ใน Chubu Sangaku National Park ปีนี้เปิดให้เข้าชมเดือน เมษายน ถึง 15 พฤศจิกายน ก็จะเป็นช่วงSpring,Summer and Fall เท่านั้นนะจ๊ะ ถ้าให้แนะนำว่าไปหน้าไหนดีเราคิดว่า Fall หรือใบไม้ร่วงเนี่ยน่าสนใจมากคงจะสวยน่าดูเลย
การเดินทาง เข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในลิงค์นี้
http://www.kamikochi.org/plan/access#transport
1.รถบัสตรงจาก โตเกียว,โอซาก้า,เกียวโต,ชินจูกุ ราคาอยู่ที่ 6,900 - 10,000 เยนต่อเที่ยวย้ำต่อเที่ยว ฝั่งโอซาก้าและเกียวโตจะแพงกว่าทางฝั่งโตเกียว ใช้เวลานานกว่าอีกด้วย บัสจะมีแค่วันละรอบเท่านั้นเป็นรอบดึกไปเช้าที่ Kamikochi พอดี ยกเว้นชินจูกุจะมีรอบเช้าอีก1รอบ ข้อมูลจาก
http://www.alpico.co.jp/en/transportation/overview.php?id=4
2.รถไฟ ขอพูดแค่จากทางโตเกียวแล้วกันโน๊ะอีกฝั่งไม่แน่ใจแต่จะเล่าจากมุมตัวเอง
2.1
จาก โตเกียว
2.1.1ขึ้นชินคันเซน(สถานีอูเอโนะ,โตเกียว) ไปลงที่ นากะโน้ะ ราคาประมาณ 8000 เยน ใช้เวลา 1ชั่วโมง 46นาที ต่อรถบัสฝั่ง East Exit (มีแค่รอบเดียวขาไป เวลา8.25 น.) ไปยัง Kamikochi ราคา 2,900 เยน ใช้เวลา 2 ชั่วโมง30 นาที ****สรุป ค่าใช้จ่ายขาไป 8,000+2,900=10,900 เยน ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง 16นาที**** แพงเวอร์!!!!
2.1.2 ขึ้นรถไฟJR สาย Chuo line-Limited Express Super Azusa จากชิจูกุไปลงที่ Matsumoto St. ราคา6,700 เยน ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 42 นาที ต่อรถไฟ ราคาตั๋วไปกลับMatsumoto-Kamikochi ราคาที่ 4,550 เยน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ดูรอบได้ที่รูปด้านล่างได้เลยนะค้าา ******** สรุปค่าใช้จ่ายไปกลับ 6,700+6,700+4,550=17,950 เยน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 5,385 บาท ใช้เวลา 4 ชั่วโมง 42 นาทีโดยประมาณ *********
มาที่การเดินทางของทางเราพูดได้ว่าเราเริ่มจากโอซาก้าก็ได้ คืองี้นะไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนเลยกับการไปที่นี่คือเห็นที่รีวิวมาคือพี่เขาไปจากโตเกียว ส่วนดิฉันนั้นไปหาพี่สาวและเพื่อนสาวที่อยู่ Nagoya คือลังเลอยู่ว่าควรเริ่มจากตรงไหนจะกลับไปขึ้นบัสที่เกียวโตหรือโอซาก้าก็ใช่เรื่อง แล้วตัวเราเองก็มี JR Rail Pass รู้สึกดีที่มีเธอ
เริ่มที่ Shin Osaka St. - Nagoya St. โดย Shinkansen Hikari 462 (หมายเหตุ ถ้าไม่ได้จองที่นั่งให้นั่งแค่ Hikari 462 ในตู้ Non-Reserved เท่านั้นไม่งั้นเธอเสร็จแน่ 55555) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
จาก Nagoya St. - Matsumoto St. (นั่ง Shinano 23 ใช้เวลา 2ชั่วโมง5 นาที ) เรานั่งตอนรอบเที่ยง 12.00 น ถึงประมาณบ่ายสองนิดๆก็เดินออกถามอินฟอเมชั่นว่าถ้าจะไปที่ Kamikochi ต้องทำยังไงเลยได้แผ่นผับมา เพราะเรากะว่าจะไปเลยเพราะไม่ได้จองโรงแรมไว้สรุปถ้าไปนั้นในป่าแล้วฉันจะนอนไหน แต่ความจริงที่นั้นก็มีโรงแรมแต่แพงจุงเบย เราแนบรูปให้ด้านล่างมีรายชื่อโรงแรมอยู่ถ้าเกิดว่าใครอยากไปนอน รวยๆ 5555
ก็เลยหาโรงแรมนอนให้ใกล้รถบัสที่สุดเพราะเราจะไปแบบเช้ามากตอน ตี 5 จึงได้นอนที่ Premier Hotel Cabin Matsumoto จองแบบตอนนั้นเลย ได้มาในราคา 1,400 บาท ถ้าใครไปหน้าหนาวแนะนำให้ไปโรงแรมมีวิวให้ดูน่าจะเห็นภูเขาหิมะ ส่วนถ้าใครประหยัด แนะนำ Hotel M Matsumoto ราคาประหยัดอันนี้พี่สาวเราไปนอนตอนนางมานางให้เราไปนอนที่นี่ แต่เราแบบอยากตื่นแล้วเดินไปเจอสถานีเลย เพราะต้องมาซื้อตั๋ว ตอนตี 4.45 ซึ่งสถานีรถอ่ะอยู่ตรงข้ามกะสถานีรถไฟเลยถ้าหันหลังให้สถานีรถไฟ ก็อยู่ทางด้านขวามือส่วนโรงแรมก็คือตึกด้านข้างซ้ายมือ เอ้อ เราฝากกระเป๋าสัมภาระไว้ที่โรงแรมด้วยแล้วกลับมาเอา แต่ความจริงที่ kamikochi ก็มีที่ฝากเด้อ
รูปนี้คือวิวจากชั้น 10 ชั้นที่เป็นเคาท์เตอร์เช็คอิน
รูปโชว์ทีนไปอีก ไม่ใช่โชว์วิว อันนี้จากห้องเราชั้น 9
ตื่นเช้ามาเราก็ไปที่สถานีไปซื้อตั๋วเป็นแบบรถบัสยิงตรงไปที่kamikochiเลย ซึ่งจะมีแค่สองรอบเท่านั้นคือตีห้ากับสิบโมง
อันนี้เป็นตารางรถบัสและการซื้อตั๋วคือตอนที่เราไปพนักงานยังไม่มาสามารถซื้อที่ตู้ได้มีภาษาอังกฤษไม่ยากแนะนำให้ซื้อไปกลับ
อันนี้คือหน้าตาตั๋วที่ได้จากตู้ต้องได้สองใบแบบนี้นะแล้วถึงออกมาจากตู้เราอะเด๋อลืม5555
แล้วก็เดินเข้าไปด้านในจะมีประตูไปโผล่ตรงที่นั่งรอขึ้นรถต้องเดินไปที่ชานชลาที่ 6เพื่อไปรอขึ้นรถความเด๋อคือนี่ก็ไม่แหกตาดูว่ารถบัสที่จอดอยู่คือไปชินจูกุ 55555 เดินไปอย่างมาดมั่นสรุปไม่ใช่ 5555555555ตลกมากนั่งรอต่อไปก็เริ่มมีคุณป้าคุณลุงมาเรื่อยๆคือแต่งตัวเต็มมากแบกของใส่เสื้อกันหนาวแล้วเราคือเสื้อยืดบางๆกางเกงยีนส์แบกกล้องพรุงพรัง ก็เริ่มคิดว่ามันจะหนาวหรอร้อนขนาดนี้ แต่เราก็ยังมาดมั่นกับเสื้อยืดของเราพอรถมาป้าๆก็รีบไปต่อแถวแล้วก็ไปนั่งที่ใครที่มัน รวมถึงเราด้วยจากนั้นก็ หลับยาววววววววว แต่ก็ยังพอจะเหลือบเห็นระหว่างทาง ทางไม่หยอกเลยใครจะขับรถมาระวังด้วยน้าแต่วิวตามทางคือดีย์ แบบดีย์ค
รูปที่รอรถ
บรรยากาศบนรถ
ตรงหน้ากลางจะเป็นจุดที่รถบัสจะจอดก่อนถึง Kamikochi Bus terminal
พอไปถึงป้าย Taisho Pond เราก็เห็นคุณป้านักปีนเขาลงไปที่จุดนี้คือลงเกือบทั้งคันรถ เราด้วยความที่ตอนแรกกะไปลงที่สุดท้ายก็เลยลงป้ายนี้นั้นคือความคิดที่ดีมากที่ลงตามคุณป้ามา ทำให้แผนการเดินทางไม่เหนื่อยเกินไป หรอ 55555 สรุปพอเดินลงไปโอ้ยหนาวเด้ ด้วยความที่บ้านเกิดเป้นเมืองหนาวเราเลยหนาวจนน้ำมูกไหลแบบไม่รู้ตัว ตลกตัวเองมาก 10 องศากับเสื้อยืดปอนปอน คือทุกคนสงสารอ่ะเอาจริงๆหนาวแบบเกือบซื้อเสื้อกันหนาวราคา 4,000 เยนกลับบ้านแต่ฉันคือนักสู้ ฉันอดทน!!!!!
นี่คือรูปแผนที่ที่เราสแกนมาสีดำๆคือเส้นทางที่เราเลือกเดินเป็นแผนการเดินทางที่เจ๋ง 55555
อันนี้น่าจะเป็นป้ายรถ พอลงปุ้ป มองไปหลังป้านนั้นแหละทางลงแล้วคุณจะเจอTaisho Pond
จุด stop ที่1 Taisho Pond
ไม่มีไรเลยจ้ามีน้ำใสและน้องเป็ด Mallard ถถถถ แต่ถ้ามองในมุมช่างภาพแบบสุดเท่คุณจะได้ภาพดีๆจากที่นี่ไป
จากนั้นเราก็เดินไปตามทางของเราก็จะไปเจอ
จุด stop ที่ 2 Walking Trail คือมันก็คือทางเดินที่ทำจากไม้สามารถชมนกชมไม้ในกรณีคนที่อินกับธรรมชาติสามารถศึกษาพันธุ์พืชได้ด้วย
จุด stop ที่ 3 คือตรงนี้มันมีแดดเราเลยไปยืนตากแดดสรุปยืนไปยืนมามีคนมาตั้งกล้องมานั่งปูผ้าปิกนิคเลยมองไปรอบๆเดินเลาะน้ำไปสรุปเอ้าสวย พี่สวย5555555
น่าจะเป็นภูเขาไฟที่เคยปะทุหรือไม่มันก็ไม่ปะทุแล้วถ้าเราจำไม่ผิด จากนั้นเราก็เกินไปใกล้ไปเดินเลาะน้ำ
น้ำใสจนอยากลงไปเล่นอ่ะบอกเลย
จุด stop 3 Hotaka Mountain Range เป็นทางแยกถ้าไปทางขวา จะเป็น Tashiro Pond อีกจุดที่ส่องน้องเป็ดได้เราไม่ไปขี้เกียจ 5555 เลยเดินไปทางซ้ายแทน ยังไปเจอทางแยกอีกให้เลือกระหว่าง Azusa River Trail กับ Forest Trail ซึ่งอีforest อ่ะปิดปรับปรุงแล้วฉันเลือกอะไรได้ไหมก็ไม่ 555จำยอมไปทาง Azasa river
อันนี้เป็นจุดทางแยกที่เป็นวิวภูเขาอยากนั่งตรงนี้แล้วมีคนถ่ายรูปให้ความจริงคือมองมองแล้วเก็บไว้ในฟามทรงจำ 5555
ระหว่างทางระหว่างเธอ
ระหว่างที่รอเขา
ระหว่างทางที่เตือนให้ระวังหมีดำ ตอนนั้นคิดในใจเลยถ้าเจอหมีจะบอกมันว่า กัดกูเถอะหมีกูเหนื่อยขนาดนี้
นี่ถ้ามีคนไปเป็นเพื่อนจะดีขึ้นมานิดนึง
จุด stop ที่4 ทางเดินริมแม่น้ำที่มีน้ำสีเขียวเหมือนมรกตของจริงสวยแบบยอมแล้ว
ยืนรอหมีเผื่อจะเห็นหมี 5555
ทางเดินไปริมน้ำ
ของจริงสวยล้านเท่าน้องถ่ายรูปไม่เก่งน้องขอโทษใครเป็นตากล้องสนใจสอนได้ 5555
ขออนุญาติโดดลงไป
Save my life ใจนึงก็กลัวหมีได้กลิ่นละตามออกมาขอกินด้วยใจนึงก็หิว
ระหว่างทาง
.
.
เดี๋ยวมาต่อตัวอักษรน้องหมด
[CR] "ลองไป KAMIKOCHI ,NAKANO ,JAPAN คนเดียวแบบหัวไม่หาย"
สวัสดีทุกๆคนนะคะ ไม่รู้จะเริ่มยังไงหลังจากกระทู้ที่แล้วโดนแหกมาว่าเขียนเว้นวักบ้างให้หายใจหน่อย ขอแก้มือในกระทู้นี้ละกันนะ เมื่อตอนต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นมา เรียกว่าตั้งใจดีกว่าเป็นการไปเที่ยวคนเดียวครั้งแรกของเราด้วย แท่มแท๊ม รู้สึกแบบโลนลี่มากแต่ก็ได้ดูการก้าวท้าวของตัวเองแบบช้าๆ รู้สึกว่าได้มีเวลาอยู่กับตัวเองจริงๆก็ตอนไปเที่ยวคนเดียว มันใช่เพราะจะอยู่กะใครก็ไปคนเดียว แฮ่ 55555 มาเข้าเรื่องกันดีกว่าวันนี้เราก็เลยจะมารีวิวการไปเที่ยว KAMIKOCHI บางคนอาจจะรู้จักเคยเห็นผ่านตามเพจท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาบ้างแล้ว Kamikochi อยู่ใน Chubu Sangaku National Park ปีนี้เปิดให้เข้าชมเดือน เมษายน ถึง 15 พฤศจิกายน ก็จะเป็นช่วงSpring,Summer and Fall เท่านั้นนะจ๊ะ ถ้าให้แนะนำว่าไปหน้าไหนดีเราคิดว่า Fall หรือใบไม้ร่วงเนี่ยน่าสนใจมากคงจะสวยน่าดูเลย
การเดินทาง เข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในลิงค์นี้http://www.kamikochi.org/plan/access#transport
1.รถบัสตรงจาก โตเกียว,โอซาก้า,เกียวโต,ชินจูกุ ราคาอยู่ที่ 6,900 - 10,000 เยนต่อเที่ยวย้ำต่อเที่ยว ฝั่งโอซาก้าและเกียวโตจะแพงกว่าทางฝั่งโตเกียว ใช้เวลานานกว่าอีกด้วย บัสจะมีแค่วันละรอบเท่านั้นเป็นรอบดึกไปเช้าที่ Kamikochi พอดี ยกเว้นชินจูกุจะมีรอบเช้าอีก1รอบ ข้อมูลจาก http://www.alpico.co.jp/en/transportation/overview.php?id=4
2.รถไฟ ขอพูดแค่จากทางโตเกียวแล้วกันโน๊ะอีกฝั่งไม่แน่ใจแต่จะเล่าจากมุมตัวเอง
2.1จาก โตเกียว
2.1.1ขึ้นชินคันเซน(สถานีอูเอโนะ,โตเกียว) ไปลงที่ นากะโน้ะ ราคาประมาณ 8000 เยน ใช้เวลา 1ชั่วโมง 46นาที ต่อรถบัสฝั่ง East Exit (มีแค่รอบเดียวขาไป เวลา8.25 น.) ไปยัง Kamikochi ราคา 2,900 เยน ใช้เวลา 2 ชั่วโมง30 นาที ****สรุป ค่าใช้จ่ายขาไป 8,000+2,900=10,900 เยน ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง 16นาที**** แพงเวอร์!!!!
2.1.2 ขึ้นรถไฟJR สาย Chuo line-Limited Express Super Azusa จากชิจูกุไปลงที่ Matsumoto St. ราคา6,700 เยน ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 42 นาที ต่อรถไฟ ราคาตั๋วไปกลับMatsumoto-Kamikochi ราคาที่ 4,550 เยน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ดูรอบได้ที่รูปด้านล่างได้เลยนะค้าา ******** สรุปค่าใช้จ่ายไปกลับ 6,700+6,700+4,550=17,950 เยน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 5,385 บาท ใช้เวลา 4 ชั่วโมง 42 นาทีโดยประมาณ *********
มาที่การเดินทางของทางเราพูดได้ว่าเราเริ่มจากโอซาก้าก็ได้ คืองี้นะไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนเลยกับการไปที่นี่คือเห็นที่รีวิวมาคือพี่เขาไปจากโตเกียว ส่วนดิฉันนั้นไปหาพี่สาวและเพื่อนสาวที่อยู่ Nagoya คือลังเลอยู่ว่าควรเริ่มจากตรงไหนจะกลับไปขึ้นบัสที่เกียวโตหรือโอซาก้าก็ใช่เรื่อง แล้วตัวเราเองก็มี JR Rail Pass รู้สึกดีที่มีเธอ
เริ่มที่ Shin Osaka St. - Nagoya St. โดย Shinkansen Hikari 462 (หมายเหตุ ถ้าไม่ได้จองที่นั่งให้นั่งแค่ Hikari 462 ในตู้ Non-Reserved เท่านั้นไม่งั้นเธอเสร็จแน่ 55555) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
จาก Nagoya St. - Matsumoto St. (นั่ง Shinano 23 ใช้เวลา 2ชั่วโมง5 นาที ) เรานั่งตอนรอบเที่ยง 12.00 น ถึงประมาณบ่ายสองนิดๆก็เดินออกถามอินฟอเมชั่นว่าถ้าจะไปที่ Kamikochi ต้องทำยังไงเลยได้แผ่นผับมา เพราะเรากะว่าจะไปเลยเพราะไม่ได้จองโรงแรมไว้สรุปถ้าไปนั้นในป่าแล้วฉันจะนอนไหน แต่ความจริงที่นั้นก็มีโรงแรมแต่แพงจุงเบย เราแนบรูปให้ด้านล่างมีรายชื่อโรงแรมอยู่ถ้าเกิดว่าใครอยากไปนอน รวยๆ 5555
ก็เลยหาโรงแรมนอนให้ใกล้รถบัสที่สุดเพราะเราจะไปแบบเช้ามากตอน ตี 5 จึงได้นอนที่ Premier Hotel Cabin Matsumoto จองแบบตอนนั้นเลย ได้มาในราคา 1,400 บาท ถ้าใครไปหน้าหนาวแนะนำให้ไปโรงแรมมีวิวให้ดูน่าจะเห็นภูเขาหิมะ ส่วนถ้าใครประหยัด แนะนำ Hotel M Matsumoto ราคาประหยัดอันนี้พี่สาวเราไปนอนตอนนางมานางให้เราไปนอนที่นี่ แต่เราแบบอยากตื่นแล้วเดินไปเจอสถานีเลย เพราะต้องมาซื้อตั๋ว ตอนตี 4.45 ซึ่งสถานีรถอ่ะอยู่ตรงข้ามกะสถานีรถไฟเลยถ้าหันหลังให้สถานีรถไฟ ก็อยู่ทางด้านขวามือส่วนโรงแรมก็คือตึกด้านข้างซ้ายมือ เอ้อ เราฝากกระเป๋าสัมภาระไว้ที่โรงแรมด้วยแล้วกลับมาเอา แต่ความจริงที่ kamikochi ก็มีที่ฝากเด้อ
ตื่นเช้ามาเราก็ไปที่สถานีไปซื้อตั๋วเป็นแบบรถบัสยิงตรงไปที่kamikochiเลย ซึ่งจะมีแค่สองรอบเท่านั้นคือตีห้ากับสิบโมง
แล้วก็เดินเข้าไปด้านในจะมีประตูไปโผล่ตรงที่นั่งรอขึ้นรถต้องเดินไปที่ชานชลาที่ 6เพื่อไปรอขึ้นรถความเด๋อคือนี่ก็ไม่แหกตาดูว่ารถบัสที่จอดอยู่คือไปชินจูกุ 55555 เดินไปอย่างมาดมั่นสรุปไม่ใช่ 5555555555ตลกมากนั่งรอต่อไปก็เริ่มมีคุณป้าคุณลุงมาเรื่อยๆคือแต่งตัวเต็มมากแบกของใส่เสื้อกันหนาวแล้วเราคือเสื้อยืดบางๆกางเกงยีนส์แบกกล้องพรุงพรัง ก็เริ่มคิดว่ามันจะหนาวหรอร้อนขนาดนี้ แต่เราก็ยังมาดมั่นกับเสื้อยืดของเราพอรถมาป้าๆก็รีบไปต่อแถวแล้วก็ไปนั่งที่ใครที่มัน รวมถึงเราด้วยจากนั้นก็ หลับยาววววววววว แต่ก็ยังพอจะเหลือบเห็นระหว่างทาง ทางไม่หยอกเลยใครจะขับรถมาระวังด้วยน้าแต่วิวตามทางคือดีย์ แบบดีย์ค
พอไปถึงป้าย Taisho Pond เราก็เห็นคุณป้านักปีนเขาลงไปที่จุดนี้คือลงเกือบทั้งคันรถ เราด้วยความที่ตอนแรกกะไปลงที่สุดท้ายก็เลยลงป้ายนี้นั้นคือความคิดที่ดีมากที่ลงตามคุณป้ามา ทำให้แผนการเดินทางไม่เหนื่อยเกินไป หรอ 55555 สรุปพอเดินลงไปโอ้ยหนาวเด้ ด้วยความที่บ้านเกิดเป้นเมืองหนาวเราเลยหนาวจนน้ำมูกไหลแบบไม่รู้ตัว ตลกตัวเองมาก 10 องศากับเสื้อยืดปอนปอน คือทุกคนสงสารอ่ะเอาจริงๆหนาวแบบเกือบซื้อเสื้อกันหนาวราคา 4,000 เยนกลับบ้านแต่ฉันคือนักสู้ ฉันอดทน!!!!!
จุด stop ที่1 Taisho Pond
จากนั้นเราก็เดินไปตามทางของเราก็จะไปเจอ
จุด stop ที่ 2 Walking Trail คือมันก็คือทางเดินที่ทำจากไม้สามารถชมนกชมไม้ในกรณีคนที่อินกับธรรมชาติสามารถศึกษาพันธุ์พืชได้ด้วย
จุด stop ที่ 3 คือตรงนี้มันมีแดดเราเลยไปยืนตากแดดสรุปยืนไปยืนมามีคนมาตั้งกล้องมานั่งปูผ้าปิกนิคเลยมองไปรอบๆเดินเลาะน้ำไปสรุปเอ้าสวย พี่สวย5555555
จุด stop 3 Hotaka Mountain Range เป็นทางแยกถ้าไปทางขวา จะเป็น Tashiro Pond อีกจุดที่ส่องน้องเป็ดได้เราไม่ไปขี้เกียจ 5555 เลยเดินไปทางซ้ายแทน ยังไปเจอทางแยกอีกให้เลือกระหว่าง Azusa River Trail กับ Forest Trail ซึ่งอีforest อ่ะปิดปรับปรุงแล้วฉันเลือกอะไรได้ไหมก็ไม่ 555จำยอมไปทาง Azasa river
จุด stop ที่4 ทางเดินริมแม่น้ำที่มีน้ำสีเขียวเหมือนมรกตของจริงสวยแบบยอมแล้ว
.
.
เดี๋ยวมาต่อตัวอักษรน้องหมด
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น