อันนี้ยืมล็อคอินของเพื่อนมานะคะ
เริ่มเลยนะคะ ฉันทำงานมาได้ 4 ปีแล้ว ฉันตั้งใจจะลาออก แต่มีน้องเลยไม่ออก เพราะคิดว่าหางานใหม่ที่ไหนเขาก็คงไม่รับ ดังนั้นฉันเลยทนทำงานไป (ที่จะลาออกเพราะงานมันเครียด เจ้านายขี้งกไปนอกสถานที่ไม่ให้ค่าเดินทาง ชอบให้ออกเงินให้ก่อนแล้วไม่จ่ายคืน ชอบวีนเหวี่ยง จนเกินจะรับไหว) แต่เมื่อท้องฉันคิดไว้ว่ายังออกตอนนี้ไม่ได้ ไม่อยากเป็นภาระให้สามี ทั้งๆที่สามีบอกให้ออกมาได้เลย ฉันก็ทนทำมาจนตอนนี้ท้องได้แปดเดือนกว่าๆ เมื่อวานเจ้านายออกไปธุระ แล้วได้โทรมาสั่งงานให้ทำเดี๋ยวจะเข้ามา ซึ่งเวลาที่โทรมาก็เป็นเวลาเลิกงานแล้ว คือ 17.00 น. ฉันก็ไม่อยากมีปัญหาเลย ทำให้เสร็จ พอเสร็จก็ส่งไลน์ไปบอกว่า งานเสร็จแล้วขอกลับบ้านนะคะ (เวลาประมาณ 17.50 น.) แล้วเราก็บอกน้องว่าพี่ขอกลับก่อนนะ พี่ไม่ค่อยไหว ท้องมันใหญ่ไม่มีใครมารับด้วย (สามีไปต่างจังหวัด ต้องเดินทางกลับบ้านเอง) น้องก็เข้าใจค่ะ พี่ๆที่เขาอยู่เขาก็เข้าใจ ***แต่เจ้านายไม่เข้าใจค่ะ ไลน์มาว่า คุณไม่เห้นความสำคัญของงานผมเลยหรอ นึกอยากกลับก็กลับ ผมบอกแล้วไงว่าให้รอ (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมากี่โมง) ฉันเลยตอบกลับไปว่า แล้วฉันไม่สำคัญเลยหรอ ฉันต้องการพักผ่อน เพราะใกล้คลอดแล้ว คราวนี้อ่านแต่ไม่ตอบ พอวันรุ่งขึ้น เจ้านายก็เอาเรื่องงานเมื่อวานมาพูดว่า งานที่ทำเมื่อวานต้องแทรกไฟล์บางอย่าง น้องก็ทำไม่เป็น ผมก็รีบให้แล้ว คุณไม่เห็นใจกันบ้างเลย (ก่อนท้องของให้อยุ่ก็อยู่นะคะ แต่ไม่เคยได้โอที) พอเขาพูดมาแบบนี้ ฉันเลยบอกไปว่า งั้นฉันขอลาออกก็ได้ ในเมื่อฉันไม่มีความสามารถที่จะทำงานให้ได้ เจ้านายก็พูดเสียงดัง คุณจะมาทำแบบนี้ไม่ได้ เห็นแก่ตัว ไม่ลาออกล่วงหน้า คุณรู้ไหมว่าผมต้องจ้างคนมาทำงานแทนคุณช่วงคุณลาคลอด งานผมเสียหายนะถ้าจะออกไปแบบนี้ ...ไม่ได้ ฉันก็อารมณ์เสียเหมือนกันที่ได้ยินแบบนี้ ก็เลยตอบว่าถ้ายังไม่ให้ออกก็จะใช้สิทธิลาคลอดครบ 3 เดือนนะคะ แล้วจะกลับมาทำงานให้อีก 1 เดือนถึงจะออก เจ้านายก็พูดเห็นแก่ตัว
แบบนี้ถือว่าเห็นแก่ตัวหรอคะ ในเมื่อขอลาออกก่อนลาคลอด ไม่ให้ออก ออกหลังคลอดก็พูดว่าเห็นแก่ตัว แล้วจะต้องทำอย่างไรถึงไม่เห็นแก่ตัว แต่ฉันคงทนไม่ไหวพฤติกรรมเจ้านายแบบนี้ ฉันทนเครียดมาจนจะคลอด กลัวลูกขี้แยมากเลย สะสมความเครียดทุกวัน
แบบนี้ถือว่าเห็นแก่ตัวหรือไม่คะ
เริ่มเลยนะคะ ฉันทำงานมาได้ 4 ปีแล้ว ฉันตั้งใจจะลาออก แต่มีน้องเลยไม่ออก เพราะคิดว่าหางานใหม่ที่ไหนเขาก็คงไม่รับ ดังนั้นฉันเลยทนทำงานไป (ที่จะลาออกเพราะงานมันเครียด เจ้านายขี้งกไปนอกสถานที่ไม่ให้ค่าเดินทาง ชอบให้ออกเงินให้ก่อนแล้วไม่จ่ายคืน ชอบวีนเหวี่ยง จนเกินจะรับไหว) แต่เมื่อท้องฉันคิดไว้ว่ายังออกตอนนี้ไม่ได้ ไม่อยากเป็นภาระให้สามี ทั้งๆที่สามีบอกให้ออกมาได้เลย ฉันก็ทนทำมาจนตอนนี้ท้องได้แปดเดือนกว่าๆ เมื่อวานเจ้านายออกไปธุระ แล้วได้โทรมาสั่งงานให้ทำเดี๋ยวจะเข้ามา ซึ่งเวลาที่โทรมาก็เป็นเวลาเลิกงานแล้ว คือ 17.00 น. ฉันก็ไม่อยากมีปัญหาเลย ทำให้เสร็จ พอเสร็จก็ส่งไลน์ไปบอกว่า งานเสร็จแล้วขอกลับบ้านนะคะ (เวลาประมาณ 17.50 น.) แล้วเราก็บอกน้องว่าพี่ขอกลับก่อนนะ พี่ไม่ค่อยไหว ท้องมันใหญ่ไม่มีใครมารับด้วย (สามีไปต่างจังหวัด ต้องเดินทางกลับบ้านเอง) น้องก็เข้าใจค่ะ พี่ๆที่เขาอยู่เขาก็เข้าใจ ***แต่เจ้านายไม่เข้าใจค่ะ ไลน์มาว่า คุณไม่เห้นความสำคัญของงานผมเลยหรอ นึกอยากกลับก็กลับ ผมบอกแล้วไงว่าให้รอ (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมากี่โมง) ฉันเลยตอบกลับไปว่า แล้วฉันไม่สำคัญเลยหรอ ฉันต้องการพักผ่อน เพราะใกล้คลอดแล้ว คราวนี้อ่านแต่ไม่ตอบ พอวันรุ่งขึ้น เจ้านายก็เอาเรื่องงานเมื่อวานมาพูดว่า งานที่ทำเมื่อวานต้องแทรกไฟล์บางอย่าง น้องก็ทำไม่เป็น ผมก็รีบให้แล้ว คุณไม่เห็นใจกันบ้างเลย (ก่อนท้องของให้อยุ่ก็อยู่นะคะ แต่ไม่เคยได้โอที) พอเขาพูดมาแบบนี้ ฉันเลยบอกไปว่า งั้นฉันขอลาออกก็ได้ ในเมื่อฉันไม่มีความสามารถที่จะทำงานให้ได้ เจ้านายก็พูดเสียงดัง คุณจะมาทำแบบนี้ไม่ได้ เห็นแก่ตัว ไม่ลาออกล่วงหน้า คุณรู้ไหมว่าผมต้องจ้างคนมาทำงานแทนคุณช่วงคุณลาคลอด งานผมเสียหายนะถ้าจะออกไปแบบนี้ ...ไม่ได้ ฉันก็อารมณ์เสียเหมือนกันที่ได้ยินแบบนี้ ก็เลยตอบว่าถ้ายังไม่ให้ออกก็จะใช้สิทธิลาคลอดครบ 3 เดือนนะคะ แล้วจะกลับมาทำงานให้อีก 1 เดือนถึงจะออก เจ้านายก็พูดเห็นแก่ตัว
แบบนี้ถือว่าเห็นแก่ตัวหรอคะ ในเมื่อขอลาออกก่อนลาคลอด ไม่ให้ออก ออกหลังคลอดก็พูดว่าเห็นแก่ตัว แล้วจะต้องทำอย่างไรถึงไม่เห็นแก่ตัว แต่ฉันคงทนไม่ไหวพฤติกรรมเจ้านายแบบนี้ ฉันทนเครียดมาจนจะคลอด กลัวลูกขี้แยมากเลย สะสมความเครียดทุกวัน