เป็นคนนึงที่ดูละครตั้งแต่เด็กจนตอนนี้สามสิบแล้วก็ยังดูอยู่ค่ะ ตอนเด็ก ๆ เราดูก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เริ่มมาคิดมาเปรียบเทียบจริง ๆ ก็ตอนเริ่มดูซีรี่ย์เกาหลี
เราเคยเป็นคนหนึ่งที่อคติกับคำว่า "เกาหลี" ทำไมอะไร ๆ ต้องเกาหลี จนวันหนึ่ง ได้ดูซีรีย์เกาหลี เราจึงเข้าใจค่ะ
เราอยากเห็นจริง ๆ ค่ะ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของละครไทย มาไล่กันเป็นข้อ ๆ เลยนะคะว่า ส่วนตัวแล้วเราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านไหนบ้าง ส่วนเพื่อน ๆ ถ้ามีความเห็นยังไง คอมเม้นต์กันได้เลยนะคะ
1 พล็อตเรื่อง
พล็อตแบบพระเอกจน นางเอกรวย นางเองรวยพระเอกจนอันนี้เราไม่ซีเรียส แต่ซีเรียสเรื่องความจำเจของพล็อตค่ะ อยากให้ละครไทยมีพล็อตใหม่ ๆ แปลกใหม่ อัพเดตทันสมัย ไม่ใช่ทั้งเรื่องคือ ผู้หญิงทุกคนแย่งพระเอก ไม่เคยเห็นพระเอกทำงาน แต่รวยจังเลย
2 ความเป็นไปได้ เมกเซ้นส์
มันมีหลายซีน หลายอย่างที่บางทีก็แบบ มันเป็นไปไม่ได้ ยังไงๆก็ไม่ด๊ายยยยย เข้าใจว่าเป็นละคร เช่น ฉากล้มแล้วปากประกบ ไม่ก็ฉากไม่มีผ้าห่มอื่นแล้ว มีผืนเดียว ทั้งโรงแรมว่างห้องเดียว อะไรแบบนี้ เข้าใจนะคะว่า อยากให้คนดูอิน พอพูดถึงเรื่องอิน เราก็สงสัยว่า ซีรีย์เกาหลีบางเรื่องแทบไม่มีฉากพราะนางสกินชิปกันเลย แต่เราอินกับคู่พระนางมาก บางทีมีมากสุด กอดตอนจบ ก็มี แต่อินมาก ผิดกับละครไทยบางเรื่อง ล้มทับก็แล้ว จูบก็แล้ว อะไรก็แล้วไม่อินเลย อันนี้น่าคิดนะ
3 อยากให้ตัวละคร ทำงานบ้าง
อันนี้ไม่ได้อยากให้ละครไทยเหมือนเกาหลีรึว่าอะไรนะคะ ละครชาติไหนก็มีเสน่ห์แบบชาตินั้น แต่เราคนนึงที่ได้รู้จักอาชีพหลาย ๆ อาชีพ ผ่านซีรีย์ ทำให้เห็นว่า คนเขียนบทเขาละเอียด มีการเตรียมมาดีจริงๆ ในขณะที่เขาโต้กันในศาล แต่เราคนดูกลับสนุกลุ้นไปด้วย ไม่ได้น่าเบื่อ ดูแล้วพูดได้เต็มปากว่าใครทำอาชีพอะไร
4. การตัดต่อ
จากที่ตามซีรีย์เกาหลีมานาน ทำให้รู้เลยว่า การตัดต่อเขาดีจริง ๆ อันนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นเฉพาะเรื่องที่เราดูรึป่าว แต่ส่วนใหญ่แล้ว น้อยมาก ๆ ที่จะเจอกันตัดต่อแบบตัดอารมณ์ ขัดอารมณ์ งง ๆ หรือไม่ก็ฉากบางฉากยาวเกินความจำเป็น
5. นักแสดง
เกาหลีเขาให้ความสำคัญกับบทพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย มากๆ จริงๆนะ เวลาดูบทพุดคนรุ่นนี้แล้ว ขลัง คม สายตา การแสดงคือ พลัง ส่วนถ้าเรื่องไหนจะมีนักแสดงหน้าใหม่ ก็จะเป็นเรื่องที่เหมาะสมกันไป แต่ก็มีนักแสดงที่มีฝีมือ อยู่ด้วย อย่างเรื่อง you are all surrounded นักแสดงเขาดูปุ๊บเรารู้เลยว่าเขาเลือกคนถูกบท อย่างเจ๊กง ก็ต้องบทแบบธรรมชาติ แต่มีอินเนอร์ ไม่ต้องเยอะ แต่เรียลงี้ คนไหนที่ดราม่าเก่งก็เอาไปดราม่า อย่างไทยนี่เราเข้าใจนะบางทีดันคนนัน้ ก็ต้องส่งบทให้คนนั้น แต่อย่าง คิมเบอร์ลี่งี้ ดูแล้วรู้เลย ดราม่าได้ดีแน่นอน แต่ไหงไม่มีเรื่องไหนดราม่าจริงจังให้เล่นเลย
อยากให้จุดขายละครไทย มีมากกว่าคู่จิ้น หรือความบันเทิง อยากให้โชว์ความเนื้อชั้น ด้วยความบันเทิง แบบเมกเซนส์และให้ประโยชน์ ซีรี่ย์เกาหลีไม่ได้ดีทุกเรื่อง อันนี้เราทราบค่ะ แต่ตั้งแต่เริ่มดูมาสมัยยังวัยรุ่นถึงตอนนี้ ถ้าในสิบ เกินห้าเลย ที่เรามีความรู้สึกและความทรงจำที่ดีด้วย เสน่ห์ของคำพูดแต่ละประโยค อารมณ์ หลายๆ อย่าง แต่ละฉากมันเหมือนเราดูมากกว่าซีรีย์อ่าค่ะ
ถ้าผู้จัด หรือผู้เขียนบทเข้ามาอ่าน อยากรู้ว่าเรื่องอันไหน เช่น
เรื่อง I can hear your voice เรื่องนี้กราบคนเขียนบทค่ะ ได้ทุกอารมณ์จริง ๆ
the producer เรื่องนี้ รักนักแสดง รักบทพูด รักการดำเนินเรื่องแต่ละตอนว่าแต่ละตอนต้องการสื่ออะไร รักความเนิบๆ แต่อาร์ตและได้ฟีลของเรื่องค่ะ ที่สำคัญ เขาเล่นกันเป็น โพรดิวเซอร์กันจริง ๆ นะ
Pinocchio อันนี้ไม่ต้องพูดอะไรมาก สุดจริงๆ อีกเรื่อง
reply 1998 มีอีพีไหนน้ำตาไม่ไหล ไม่มีความสุข ไม่ได้ข้อคิดมั้ย? ไม่มี กลมกล่อม รัก อิน ทุกอารมณ์จริง ๆค่ะ
The Master’s Sun เรื่องนี้นักแสดงเอาอยู่จริง ๆ ค่ะ ถามว่าบทแปลกมั้ย ไม่แปลกขนาดนั้น แต่การดำเนินเรื่อง แต่อารมณ์์ขันมันได้
Angel Eyes ถ้าอยากให้ซึ้ง ก็ให้ซึ่งสุดๆ ไปแบบนี้เลยค่ะ
Good Doctor อันนี้ก็ไม่ต้องพูดเยอะ สุด ๆ ทุกด้าน ที่สุดจริงๆค่ะ เอาจริงๆนะคะ เบื่อฉากหมอละครไทย หรือไม่ก็เรื่องไหนที่พระเอกนางเอกเป็นหมอมาก ในเรื่องมีความหมอแค่ชุดที่ใส่จริงๆ
Oh my Ghost แม้จะแนวรัก คอมเมดี้ แต่เราได้รู้ว่า อ้อเชฟเขาเป็นกันแบบนี้ พระเอกก็ชื่อเชฟจริงๆ ส่วนเรื่องฟิน รัก ตลก ฮา เศร้าก็อยู่ที่ฝีมือคนเขียนบทกับผู้กำกับ ซึ่งเขาก็ทำได้ดีมากจริงๆค่ะ เป็นเรื่องที่เหมือนจะต๊อง แต่ไม่ต๊องเลย
.I Miss You ร้องไห้ทั้งเรื่อง นึกถึงเรื่องนี้ ก็นานมากนะ ที่ละครไทยไม่ทำให้เราน้ำตาไหล เท่าที่จำได้คือ แม่อายสะอื้นเวอร์ชั่นนุ่นล่ะค่ะ
It’s Okay, That’s Love เรื่องนี้คือต้นแบบหนึ่งที่อยากให้ละครไทยทำ มันทำให้เราเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างด้านจิตเวช หรือสภาวะทางจิตของคนเรา แต่ในเรื่องก็ยังกลมกล่อมด้วยความรัก มุกฮา ซึ้ง สนุก ดีจิงๆ ค่ะ
You’re All Surrounded 2014 ถ้าจะมาสายบู๊ปนฮา ลองศึกษาเรื่องนี้ดูนะคะ ปลื้มอีกเรื่องค่ะ
Another Oh Hae Young 2016 อันนี้สายรัก สายซึ้ง แบบมีความดีพ โรแมนติก แบบไม่ต้องล้มทับแล้วปากชน แต่กระโดดแล้วฟองน้ำร่วงก็ฟินได้ค่ะ
City hunter, healer ก็คือแนวบู๊ บู๊แบบเราอิน บู๊แบบมัน ไม่ดูโม้ ไม่ดูอ่อน ดูจริงจัง ดูแล้วอินสนุกมากกกก
20 again อันนี้ดูแล้วกลมกล่อม ให้แง่คิด น่ารัก ซึ้ง น้ำตาไหล รัก มิตรภาพ ครอบครัว หลายอารมณ์มากค่ะ ดีจริงๆ อีกเรื่อง
และอีกหลายๆ เรื่องที่มีการชิงไหวชิงพริบ มีชั้นเชิง สืบสวน สอบสวน อย่างเรื่อง mystery queen ก็ได้รู้จริงๆว่า เขาสืบสอบตรวจหลักฐานกันแบบนี้ เสน่ห์อย่างหนึ่งของเกาหลี คือ นักแสดงดูใหญ่ สี่สิบ ห้าสิบก็ยังแสดง ชิงไหว ชิงพริบ บทพูดคม ๆ ให้ดูกัน และเวลาเราดูซีรีย์แล้ว เรารู้เลยว่า จุดประสงค์ หรือแนวที่เรื่องนี้จะไป ต้องการจะสื่อคืออะไร รู้ แต่ข้ามไม่ได้ ไม่งั้นจะไม่รู้เรื่อง ไม่ใช่ดูไปทั้งเรื่องแล้ว ต้องการจะสื่ออะไร
ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไง แต่ถ้าใครได้ดูเรือ่งที่แนะนำมาทั้งหมด น่าจะเข้าใจเรานะ ฮืออออ อยากเห็นละครไทยแนวนี้จริงๆ อย่างน้อยก็ได้เห็นละ กาหลมหรทึก ไงล่ะ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นทีดี
รอการเปลี่ยนแปลงของวงการละครไทย
เราเคยเป็นคนหนึ่งที่อคติกับคำว่า "เกาหลี" ทำไมอะไร ๆ ต้องเกาหลี จนวันหนึ่ง ได้ดูซีรีย์เกาหลี เราจึงเข้าใจค่ะ
เราอยากเห็นจริง ๆ ค่ะ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของละครไทย มาไล่กันเป็นข้อ ๆ เลยนะคะว่า ส่วนตัวแล้วเราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านไหนบ้าง ส่วนเพื่อน ๆ ถ้ามีความเห็นยังไง คอมเม้นต์กันได้เลยนะคะ
1 พล็อตเรื่อง
พล็อตแบบพระเอกจน นางเอกรวย นางเองรวยพระเอกจนอันนี้เราไม่ซีเรียส แต่ซีเรียสเรื่องความจำเจของพล็อตค่ะ อยากให้ละครไทยมีพล็อตใหม่ ๆ แปลกใหม่ อัพเดตทันสมัย ไม่ใช่ทั้งเรื่องคือ ผู้หญิงทุกคนแย่งพระเอก ไม่เคยเห็นพระเอกทำงาน แต่รวยจังเลย
2 ความเป็นไปได้ เมกเซ้นส์
มันมีหลายซีน หลายอย่างที่บางทีก็แบบ มันเป็นไปไม่ได้ ยังไงๆก็ไม่ด๊ายยยยย เข้าใจว่าเป็นละคร เช่น ฉากล้มแล้วปากประกบ ไม่ก็ฉากไม่มีผ้าห่มอื่นแล้ว มีผืนเดียว ทั้งโรงแรมว่างห้องเดียว อะไรแบบนี้ เข้าใจนะคะว่า อยากให้คนดูอิน พอพูดถึงเรื่องอิน เราก็สงสัยว่า ซีรีย์เกาหลีบางเรื่องแทบไม่มีฉากพราะนางสกินชิปกันเลย แต่เราอินกับคู่พระนางมาก บางทีมีมากสุด กอดตอนจบ ก็มี แต่อินมาก ผิดกับละครไทยบางเรื่อง ล้มทับก็แล้ว จูบก็แล้ว อะไรก็แล้วไม่อินเลย อันนี้น่าคิดนะ
3 อยากให้ตัวละคร ทำงานบ้าง
อันนี้ไม่ได้อยากให้ละครไทยเหมือนเกาหลีรึว่าอะไรนะคะ ละครชาติไหนก็มีเสน่ห์แบบชาตินั้น แต่เราคนนึงที่ได้รู้จักอาชีพหลาย ๆ อาชีพ ผ่านซีรีย์ ทำให้เห็นว่า คนเขียนบทเขาละเอียด มีการเตรียมมาดีจริงๆ ในขณะที่เขาโต้กันในศาล แต่เราคนดูกลับสนุกลุ้นไปด้วย ไม่ได้น่าเบื่อ ดูแล้วพูดได้เต็มปากว่าใครทำอาชีพอะไร
4. การตัดต่อ
จากที่ตามซีรีย์เกาหลีมานาน ทำให้รู้เลยว่า การตัดต่อเขาดีจริง ๆ อันนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นเฉพาะเรื่องที่เราดูรึป่าว แต่ส่วนใหญ่แล้ว น้อยมาก ๆ ที่จะเจอกันตัดต่อแบบตัดอารมณ์ ขัดอารมณ์ งง ๆ หรือไม่ก็ฉากบางฉากยาวเกินความจำเป็น
5. นักแสดง
เกาหลีเขาให้ความสำคัญกับบทพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย มากๆ จริงๆนะ เวลาดูบทพุดคนรุ่นนี้แล้ว ขลัง คม สายตา การแสดงคือ พลัง ส่วนถ้าเรื่องไหนจะมีนักแสดงหน้าใหม่ ก็จะเป็นเรื่องที่เหมาะสมกันไป แต่ก็มีนักแสดงที่มีฝีมือ อยู่ด้วย อย่างเรื่อง you are all surrounded นักแสดงเขาดูปุ๊บเรารู้เลยว่าเขาเลือกคนถูกบท อย่างเจ๊กง ก็ต้องบทแบบธรรมชาติ แต่มีอินเนอร์ ไม่ต้องเยอะ แต่เรียลงี้ คนไหนที่ดราม่าเก่งก็เอาไปดราม่า อย่างไทยนี่เราเข้าใจนะบางทีดันคนนัน้ ก็ต้องส่งบทให้คนนั้น แต่อย่าง คิมเบอร์ลี่งี้ ดูแล้วรู้เลย ดราม่าได้ดีแน่นอน แต่ไหงไม่มีเรื่องไหนดราม่าจริงจังให้เล่นเลย
อยากให้จุดขายละครไทย มีมากกว่าคู่จิ้น หรือความบันเทิง อยากให้โชว์ความเนื้อชั้น ด้วยความบันเทิง แบบเมกเซนส์และให้ประโยชน์ ซีรี่ย์เกาหลีไม่ได้ดีทุกเรื่อง อันนี้เราทราบค่ะ แต่ตั้งแต่เริ่มดูมาสมัยยังวัยรุ่นถึงตอนนี้ ถ้าในสิบ เกินห้าเลย ที่เรามีความรู้สึกและความทรงจำที่ดีด้วย เสน่ห์ของคำพูดแต่ละประโยค อารมณ์ หลายๆ อย่าง แต่ละฉากมันเหมือนเราดูมากกว่าซีรีย์อ่าค่ะ
ถ้าผู้จัด หรือผู้เขียนบทเข้ามาอ่าน อยากรู้ว่าเรื่องอันไหน เช่น
เรื่อง I can hear your voice เรื่องนี้กราบคนเขียนบทค่ะ ได้ทุกอารมณ์จริง ๆ
the producer เรื่องนี้ รักนักแสดง รักบทพูด รักการดำเนินเรื่องแต่ละตอนว่าแต่ละตอนต้องการสื่ออะไร รักความเนิบๆ แต่อาร์ตและได้ฟีลของเรื่องค่ะ ที่สำคัญ เขาเล่นกันเป็น โพรดิวเซอร์กันจริง ๆ นะ
Pinocchio อันนี้ไม่ต้องพูดอะไรมาก สุดจริงๆ อีกเรื่อง
reply 1998 มีอีพีไหนน้ำตาไม่ไหล ไม่มีความสุข ไม่ได้ข้อคิดมั้ย? ไม่มี กลมกล่อม รัก อิน ทุกอารมณ์จริง ๆค่ะ
The Master’s Sun เรื่องนี้นักแสดงเอาอยู่จริง ๆ ค่ะ ถามว่าบทแปลกมั้ย ไม่แปลกขนาดนั้น แต่การดำเนินเรื่อง แต่อารมณ์์ขันมันได้
Angel Eyes ถ้าอยากให้ซึ้ง ก็ให้ซึ่งสุดๆ ไปแบบนี้เลยค่ะ
Good Doctor อันนี้ก็ไม่ต้องพูดเยอะ สุด ๆ ทุกด้าน ที่สุดจริงๆค่ะ เอาจริงๆนะคะ เบื่อฉากหมอละครไทย หรือไม่ก็เรื่องไหนที่พระเอกนางเอกเป็นหมอมาก ในเรื่องมีความหมอแค่ชุดที่ใส่จริงๆ
Oh my Ghost แม้จะแนวรัก คอมเมดี้ แต่เราได้รู้ว่า อ้อเชฟเขาเป็นกันแบบนี้ พระเอกก็ชื่อเชฟจริงๆ ส่วนเรื่องฟิน รัก ตลก ฮา เศร้าก็อยู่ที่ฝีมือคนเขียนบทกับผู้กำกับ ซึ่งเขาก็ทำได้ดีมากจริงๆค่ะ เป็นเรื่องที่เหมือนจะต๊อง แต่ไม่ต๊องเลย
.I Miss You ร้องไห้ทั้งเรื่อง นึกถึงเรื่องนี้ ก็นานมากนะ ที่ละครไทยไม่ทำให้เราน้ำตาไหล เท่าที่จำได้คือ แม่อายสะอื้นเวอร์ชั่นนุ่นล่ะค่ะ
It’s Okay, That’s Love เรื่องนี้คือต้นแบบหนึ่งที่อยากให้ละครไทยทำ มันทำให้เราเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างด้านจิตเวช หรือสภาวะทางจิตของคนเรา แต่ในเรื่องก็ยังกลมกล่อมด้วยความรัก มุกฮา ซึ้ง สนุก ดีจิงๆ ค่ะ
You’re All Surrounded 2014 ถ้าจะมาสายบู๊ปนฮา ลองศึกษาเรื่องนี้ดูนะคะ ปลื้มอีกเรื่องค่ะ
Another Oh Hae Young 2016 อันนี้สายรัก สายซึ้ง แบบมีความดีพ โรแมนติก แบบไม่ต้องล้มทับแล้วปากชน แต่กระโดดแล้วฟองน้ำร่วงก็ฟินได้ค่ะ
City hunter, healer ก็คือแนวบู๊ บู๊แบบเราอิน บู๊แบบมัน ไม่ดูโม้ ไม่ดูอ่อน ดูจริงจัง ดูแล้วอินสนุกมากกกก
20 again อันนี้ดูแล้วกลมกล่อม ให้แง่คิด น่ารัก ซึ้ง น้ำตาไหล รัก มิตรภาพ ครอบครัว หลายอารมณ์มากค่ะ ดีจริงๆ อีกเรื่อง
และอีกหลายๆ เรื่องที่มีการชิงไหวชิงพริบ มีชั้นเชิง สืบสวน สอบสวน อย่างเรื่อง mystery queen ก็ได้รู้จริงๆว่า เขาสืบสอบตรวจหลักฐานกันแบบนี้ เสน่ห์อย่างหนึ่งของเกาหลี คือ นักแสดงดูใหญ่ สี่สิบ ห้าสิบก็ยังแสดง ชิงไหว ชิงพริบ บทพูดคม ๆ ให้ดูกัน และเวลาเราดูซีรีย์แล้ว เรารู้เลยว่า จุดประสงค์ หรือแนวที่เรื่องนี้จะไป ต้องการจะสื่อคืออะไร รู้ แต่ข้ามไม่ได้ ไม่งั้นจะไม่รู้เรื่อง ไม่ใช่ดูไปทั้งเรื่องแล้ว ต้องการจะสื่ออะไร
ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไง แต่ถ้าใครได้ดูเรือ่งที่แนะนำมาทั้งหมด น่าจะเข้าใจเรานะ ฮืออออ อยากเห็นละครไทยแนวนี้จริงๆ อย่างน้อยก็ได้เห็นละ กาหลมหรทึก ไงล่ะ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นทีดี