ไม่ลงไม่รอแล้ว พลอตเพลิตอะไร แก่นเรื่องบ้าบอคอแตก ผมศึกษาแล้ว ทั้งฟัง ทั้งดู ทั้งอ่านก็ไม่รู้เรื่อง ผมไม่เข้าใจ….ลากเสียงยาว ๆ ด้วย คนแรกที่แต่งนิยายขึ้นมาเค้าก็คงไม่รู้จักคำนี้ปะวะ ผมนึกในใจ เขียนทั้ง ๆ แบบนั้นแหละไม่รีรอช้า ไม่นานวันแรกก็เขียนไปได้ 5000 คำ ไวไม่เบา ไม่รู้ว่ามีอะไรยัดในหัวบ้าง ถึงออกมาพรวด ๆ อย่างกับท้องเสีย (เอ้ย คนละส่วนกันป่ะ) และผมก็รักษาระดับมาได้ทุกวัน สรุปประมาณ 2 อาทิตย์นิยายเสร็จจ้า แทบไม่ต้องทำอย่างอื่นกันเลยทีเดียว แต่มันก็จะมีพวกแบบมาจิกกัดนะ ประมาณว่า
“ไม่ไปทำอย่างอื่นเหรอ”
“มันจะมั่นคงเหรอ”
เออ กูไม่รู้มั่นคงไม่มั่นคง กูรู้แค่ว่าผมสามารถใช้ชีวิตแบบนี้ไปได้ตลอดแล้วก็ไม่เบื่อ กุนั่งเขียนได้ทั้งวัน แปดโมงยันตี 2 โดยไม่กินข้าว และก็เพิ่งจะมารู้ตัวว่าเผลอหลงรักการเขียนเข้าให้ซะแล้ว ในช่วงนี้ก็มีคนมาเสนองาน เรียกตัว เงินเดือนก็ไม่ใช่น้อย ๆ นะ 40-50k แต่ผมก็ปฏิเสธพวกเขาไปหมด ผมคิดว่าในเมื่อเจอสิ่งที่เรารักแล้วเนี่ย ขืนไปทำอย่างอื่น สุดท้ายเราก็ต้องออกอยู่ดีป่ะวะ แล้วจะเสียเวลาเดินในสายที่เรารู้ว่าเราไปได้ไม่สุดทำไม สู้เอาเวลามาทำในสิ่งที่เราชอบแล้วพัฒนาไปเรื่อย ๆ ไม่ดีกว่าเหรอ ถึงวันนี้ถ้าเอาไปเทียบกับคนอื่น มันก็อาจจะไม่ดีเท่า แต่เราก็ดีขึ้นกว่าตัวเองในเมื่อวานทุก ๆ วันนี้เว้ยเฮ้ย ผมไม่ได้เถียงอะไรพวกเค้าไป แค่รู้ว่าสักวันมันต้องดีแน่ ๆ ถ้าเราตั้งใจจริงอย่างไม่ลดละ ผมไม่รู้หรอกว่าเพราะอะไร อยู่ ๆ ก็เชื่อแบบนั้น ไม่ได้ตอแxล ตัวเองด้วยนะ
กลับเข้าสู่เรื่องนิยาย เชรี้ยแล้วไง มีนักเขียนคนนึงมาบอกกับผม แต่ไม่ได้บอกตรง ๆ นะ คือตั้งกระทู้บอกลอย ๆ ไม่เจาะจงสารแก่ผู้ใด ตั้งกระทู้ไว้เมื่อประมาณ 12 ปีที่แล้ว บังเอิญ Search Google เจอ แล้วดันเป็นนักเขียนที่รู้จักกันอีก
::ควรพักผ่อน 2-3วัน แล้วอ่านทวนอย่างน้อย 2-3 รอบ:: ในกระทู้เขียนแบบนี้
เอาก็เอา ทวนก็ทวน แต่ไอที่ต้องพักประโยคที่เขียนไว้ข้างหน้าอะ ไม่ได้พักหรอกนะ
กูไม่มีเวลาแล้วโว้ย! รีบปั้มตังค์ ผมตะโกนในใจ เพราะว่าไม่เคยพูดแบนี้ออกมาเลย ดูน่ารักไหมครับ ผมก็แบบนี้แหละ ใคร ๆ ก็ชมว่าสุภาพเรียบร้อย สรุปอ่านทวนรอบแรก ทั้งเพิ่ม ทั้งลบ ทั้งแก้ ทั้งเสริม คำผิดอีก ทั้งที่รู้ว่าผิด และไม่รู้ว่าผิด สรุป ใช้เวลา 15 ววันในการ edit เชรี้ย! พอกลับมาอ่านอีกรอบ ทำไม ทำไม น้ำตาไหลวะ ผมถามตัวเองในใจ เพื่อน ๆ โทรมาคอมเม้นต์โลด รออะไร วันรุ่งขึ้นส่ง สนพ. โลด
เชรี้ย! บ่น ตอนที่ 4
“ไม่ไปทำอย่างอื่นเหรอ”
“มันจะมั่นคงเหรอ”
เออ กูไม่รู้มั่นคงไม่มั่นคง กูรู้แค่ว่าผมสามารถใช้ชีวิตแบบนี้ไปได้ตลอดแล้วก็ไม่เบื่อ กุนั่งเขียนได้ทั้งวัน แปดโมงยันตี 2 โดยไม่กินข้าว และก็เพิ่งจะมารู้ตัวว่าเผลอหลงรักการเขียนเข้าให้ซะแล้ว ในช่วงนี้ก็มีคนมาเสนองาน เรียกตัว เงินเดือนก็ไม่ใช่น้อย ๆ นะ 40-50k แต่ผมก็ปฏิเสธพวกเขาไปหมด ผมคิดว่าในเมื่อเจอสิ่งที่เรารักแล้วเนี่ย ขืนไปทำอย่างอื่น สุดท้ายเราก็ต้องออกอยู่ดีป่ะวะ แล้วจะเสียเวลาเดินในสายที่เรารู้ว่าเราไปได้ไม่สุดทำไม สู้เอาเวลามาทำในสิ่งที่เราชอบแล้วพัฒนาไปเรื่อย ๆ ไม่ดีกว่าเหรอ ถึงวันนี้ถ้าเอาไปเทียบกับคนอื่น มันก็อาจจะไม่ดีเท่า แต่เราก็ดีขึ้นกว่าตัวเองในเมื่อวานทุก ๆ วันนี้เว้ยเฮ้ย ผมไม่ได้เถียงอะไรพวกเค้าไป แค่รู้ว่าสักวันมันต้องดีแน่ ๆ ถ้าเราตั้งใจจริงอย่างไม่ลดละ ผมไม่รู้หรอกว่าเพราะอะไร อยู่ ๆ ก็เชื่อแบบนั้น ไม่ได้ตอแxล ตัวเองด้วยนะ
กลับเข้าสู่เรื่องนิยาย เชรี้ยแล้วไง มีนักเขียนคนนึงมาบอกกับผม แต่ไม่ได้บอกตรง ๆ นะ คือตั้งกระทู้บอกลอย ๆ ไม่เจาะจงสารแก่ผู้ใด ตั้งกระทู้ไว้เมื่อประมาณ 12 ปีที่แล้ว บังเอิญ Search Google เจอ แล้วดันเป็นนักเขียนที่รู้จักกันอีก
::ควรพักผ่อน 2-3วัน แล้วอ่านทวนอย่างน้อย 2-3 รอบ:: ในกระทู้เขียนแบบนี้
เอาก็เอา ทวนก็ทวน แต่ไอที่ต้องพักประโยคที่เขียนไว้ข้างหน้าอะ ไม่ได้พักหรอกนะ
กูไม่มีเวลาแล้วโว้ย! รีบปั้มตังค์ ผมตะโกนในใจ เพราะว่าไม่เคยพูดแบนี้ออกมาเลย ดูน่ารักไหมครับ ผมก็แบบนี้แหละ ใคร ๆ ก็ชมว่าสุภาพเรียบร้อย สรุปอ่านทวนรอบแรก ทั้งเพิ่ม ทั้งลบ ทั้งแก้ ทั้งเสริม คำผิดอีก ทั้งที่รู้ว่าผิด และไม่รู้ว่าผิด สรุป ใช้เวลา 15 ววันในการ edit เชรี้ย! พอกลับมาอ่านอีกรอบ ทำไม ทำไม น้ำตาไหลวะ ผมถามตัวเองในใจ เพื่อน ๆ โทรมาคอมเม้นต์โลด รออะไร วันรุ่งขึ้นส่ง สนพ. โลด