จขกท ต้องบอกก่อนว่ากับเมียพี่ชาย ตอนแรกไม่ได้สนใจอะไรเลย จนกระทั่งเข้าเดือนที่ 3-4 หลังจากเข้ามาในบ้านแบบมานอนวันแรกเลย
พ่อแม่เราก็ใจดีแกมรักพี่ชาย เลยไม่ว่าอะไร ก่อนหน้านั้นพี่ชายเลิกกับเมียเก่ามา มีลูกแล้ว แต่เห็นว่าบ้านฝ่ายหญิงไม่โอเค
ส่วนนี้เราไม่ค่อยเชื่อ เพราะตอนแรกพี่ชายพามาแนะนำเองแล้วสุดท้ายทำไมโทษว่าครอบครัวเขาไม่ดี ทั้งที่เขาก็โอบอุ้มตัวเองมาตลอด
พี่สาวยังคิดเหมือนเราว่านิสัยพี่ชายเข้ากับเขาไม่ได้ แต่พ่อแม่เราก็เอาแต่ฟังพี่ชาย ไปโทษบ้านฝ่ายหญิง พอเลิกกัน คนนี้ก็มา
ตอนนั้นที่เราต้องเปิดปากว่าเพราะเกินไปจริงๆ เอาผู้หญิงมาข้ามหน้าข้ามตาพ่อแม่ แล้วใช้อะไรในบ้าน
ไม่เบามือกันเลย ของพังเป็นอย่างๆ ไล่ตั้งแต่เครื่องซักผ้า เครื่องทำน้ำอุ่น หลอดไฟ ทีวี
ทุกอย่างทยอยพังจนเรางง ใช้มาตลอดไม่เคยเป็นแบบนี้ เวลาซักผ้ากัน แล้วน้ำเครื่องซักมันนองเต็มพื้น
พอสองคนนี้ออกไปทำงาน เราอยู่บ้านคือคนที่โดนบ่น พอบอกไปว่าไม่ได้ทำ แม่ก็บอกกลับมาว่าใครทำก็เช็ด แล้วคนซ่อมของก็พ่อแม่อีก
เราอยู่บ้าน เรารู้ไงว่าพวกนี้ทำอะไรบ้าง มีช่วงที่โดนเราว่าไป อยู่บ้านทั้งวันไม่ทำอะไรกันสักอย่าง พอพ่อแม่เรากลับมา
ผู้หญิงทำเป็นขัดห้องน้ำให้พ่อแม่เราได้ยิน แต่หลังจากนั้นก็ไม่ทำอะไรเหมือนเดิม ขลุกอยู่แต่ในห้อง
พอพ่อแม่ถามก็บอกว่าเกรงใจไม่อยากลงมากวน เราว่าขี้เกียจกันมากกว่า
ตอนนั้นเมียพี่ชายไม่สบายเอามานอนบ้าน ให้แม่ต้มข้าวต้มให้ เมียพี่ชายไม่กินแถมไม่พูดจากับใครสักคน เร่งให้พี่ชายมารับออกจากบ้าน
ทำให้เราต้องว่าอีกครั้ง เข้าใจความรู้สึกใช่ไหมคะ เราเป็นลูกเรายังไม่ใช้แม่เลย แล้วพี่ชายคืออะไรมาใช้แม่ต้มข้าวให้เมีย แล้วไม่กินอีก
คราวนี้พ่อแม่เถียงแทนพี่ชายด้วย จากนั้นเราเลยเงียบแต่ทุกอย่างเราทำเพื่อพ่อแม่เท่านั้น
แล้วก็เคลียร์กับพ่อแม่ ว่าจะให้ทำยังไง เพราะตัวพี่ชายกับเมียเขาก็เลือกที่จะมึนอยู่กันไป ไม่สนใจใครและห้ามใครยุ่ง
ตอนนี้เราก็แยกมาอยู่นอกละ ส่วนบ้านที่ซื้อไว้ พ่อแม่อยู่ เพราะบ้านพักที่เคยอยู่จะหมดสิทธิ์ปลายปีนี้
ปกติอยู่กันที่บ้านพัก พี่ชายชอบพาเมียไปนอนบ้าน บอกว่าจะไปดูแลบ้าน ตอนนั้นเราไปดูบ้านไม่ได้มีอะไรดีเลย ตู้เย็นอย่างรก
พอพ่อกับแม่ย้ายไปอยู่บ้าน กลับไม่เคยไปบ้านเลย อยู่กันที่บ้านพัก เมื่อวานเราไปแวะที่บ้านพัก ก็เห็นอยู่กันที่นั่น
ตอนแรกคิดว่าพี่ชายจะไปอยู่บ้านกับพ่อแม่ เราก็ยอมลดให้แล้วนะ คือเราขอมาอยู่ข้างนอกสักพัก
แต่สรุปเหมือนกวน พ่อแม่ย้ายไปบ้าน สองคนนี้ขลุกกันอยู่ที่บ้านพัก ยิ่งทำให้เรามองว่าไม่ได้อยากอยู่กับพ่อแม่ อยากอยู่กันสองคน
พ่อแม่ก็ด้วยความรักลูกชาย แล้วผู้หญิงเราไม่เข้าใจ ทำตัวมาๆไปๆ แล้วอ้างว่าเราเคยด่า กลัว อืม...วันนั้นเราก็โดนพี่ชายด่าเหมือนกัน
ซึ่งเราไม่เคยเจอแบบนี้เลย ส่วนพี่ชายกับเรา ไม่ค่อยคุยกันอยู่แล้ว พอเกิดเรื่องนี้เลยไม่คุยกันไปอีก เราก็ปลง
ชาตินี้ถ้าแยกกันไปก็คงแยกไปอย่างนั้น เพราะพี่ชายไม่เคยห่วงอะไรครอบครัวเลย ตอนแต่งงานกับเมียเก่าไปอยู่บ้านเขาก็เงียบหายไปช่วงหนึ่ง
ถ้าเราไม่ออกมาอยู่ข้างนอกก็เจอแต่ความอึดอัดและความมึนของสองคนนี้ ตาลปัตรกลับไปกลับมา
ขนาดวันทำบุญบ้าน พ่อบอกไปรับพระให้หน่อย มันบอกว่าไม่ไปเฉย จนพ่อไปรับเอง
ไม่ได้ดูเท่ห์ จะว่าประชดเรื่องแต่งงานแล้วเลิกกับเมียเก่า ก็ไม่น่าใช่ ในเมื่อตัวเองพามาแนะนำเอง
เรามองว่าพี่ชายเราทำไม่ถูกหลายเรื่อง มันไม่น่าเกิดปัญหาอะไรเลย ถ้าเขาเอาตัวให้รอดก่อน
ตอนเลิกกับคนเก่าก็บอกว่าเขาให้เก็บเงิน เหลือเงินใช้น้อย พ่อแม่ก็โอ๋ไปอีก สักพักเอาเมียใหม่มา ทำตัวอย่างกับวัยรุ่นกัน
ทุกวันนี้เราได้แต่เก็บไว้ในใจเพราะว่าอะไรไป สองคนนี้ก็มึน เงียบ ขลุกกันอยู่สองคน
ขนาดนั้นแล้วพ่อแม่ยังไม่ว่าอะไร เราก็คงว่าอะไรไม่ได้ ได้แต่ตั้งใจจะทำงานเก็บเงินซื้อบ้านเอง
ความคิดแบบนี้ควรเป็นลูกผู้ชายมากกว่า แต่มันไม่มีเลยสักอย่าง แม้แต่คิดจะไถ่ถามคนในครอบครัวว่าเป็นยังไง มันยังไม่เคยถาม
หนักใจกับนิสัยพี่ชายมากค่ะ
พ่อแม่เราก็ใจดีแกมรักพี่ชาย เลยไม่ว่าอะไร ก่อนหน้านั้นพี่ชายเลิกกับเมียเก่ามา มีลูกแล้ว แต่เห็นว่าบ้านฝ่ายหญิงไม่โอเค
ส่วนนี้เราไม่ค่อยเชื่อ เพราะตอนแรกพี่ชายพามาแนะนำเองแล้วสุดท้ายทำไมโทษว่าครอบครัวเขาไม่ดี ทั้งที่เขาก็โอบอุ้มตัวเองมาตลอด
พี่สาวยังคิดเหมือนเราว่านิสัยพี่ชายเข้ากับเขาไม่ได้ แต่พ่อแม่เราก็เอาแต่ฟังพี่ชาย ไปโทษบ้านฝ่ายหญิง พอเลิกกัน คนนี้ก็มา
ตอนนั้นที่เราต้องเปิดปากว่าเพราะเกินไปจริงๆ เอาผู้หญิงมาข้ามหน้าข้ามตาพ่อแม่ แล้วใช้อะไรในบ้าน
ไม่เบามือกันเลย ของพังเป็นอย่างๆ ไล่ตั้งแต่เครื่องซักผ้า เครื่องทำน้ำอุ่น หลอดไฟ ทีวี
ทุกอย่างทยอยพังจนเรางง ใช้มาตลอดไม่เคยเป็นแบบนี้ เวลาซักผ้ากัน แล้วน้ำเครื่องซักมันนองเต็มพื้น
พอสองคนนี้ออกไปทำงาน เราอยู่บ้านคือคนที่โดนบ่น พอบอกไปว่าไม่ได้ทำ แม่ก็บอกกลับมาว่าใครทำก็เช็ด แล้วคนซ่อมของก็พ่อแม่อีก
เราอยู่บ้าน เรารู้ไงว่าพวกนี้ทำอะไรบ้าง มีช่วงที่โดนเราว่าไป อยู่บ้านทั้งวันไม่ทำอะไรกันสักอย่าง พอพ่อแม่เรากลับมา
ผู้หญิงทำเป็นขัดห้องน้ำให้พ่อแม่เราได้ยิน แต่หลังจากนั้นก็ไม่ทำอะไรเหมือนเดิม ขลุกอยู่แต่ในห้อง
พอพ่อแม่ถามก็บอกว่าเกรงใจไม่อยากลงมากวน เราว่าขี้เกียจกันมากกว่า
ตอนนั้นเมียพี่ชายไม่สบายเอามานอนบ้าน ให้แม่ต้มข้าวต้มให้ เมียพี่ชายไม่กินแถมไม่พูดจากับใครสักคน เร่งให้พี่ชายมารับออกจากบ้าน
ทำให้เราต้องว่าอีกครั้ง เข้าใจความรู้สึกใช่ไหมคะ เราเป็นลูกเรายังไม่ใช้แม่เลย แล้วพี่ชายคืออะไรมาใช้แม่ต้มข้าวให้เมีย แล้วไม่กินอีก
คราวนี้พ่อแม่เถียงแทนพี่ชายด้วย จากนั้นเราเลยเงียบแต่ทุกอย่างเราทำเพื่อพ่อแม่เท่านั้น
แล้วก็เคลียร์กับพ่อแม่ ว่าจะให้ทำยังไง เพราะตัวพี่ชายกับเมียเขาก็เลือกที่จะมึนอยู่กันไป ไม่สนใจใครและห้ามใครยุ่ง
ตอนนี้เราก็แยกมาอยู่นอกละ ส่วนบ้านที่ซื้อไว้ พ่อแม่อยู่ เพราะบ้านพักที่เคยอยู่จะหมดสิทธิ์ปลายปีนี้
ปกติอยู่กันที่บ้านพัก พี่ชายชอบพาเมียไปนอนบ้าน บอกว่าจะไปดูแลบ้าน ตอนนั้นเราไปดูบ้านไม่ได้มีอะไรดีเลย ตู้เย็นอย่างรก
พอพ่อกับแม่ย้ายไปอยู่บ้าน กลับไม่เคยไปบ้านเลย อยู่กันที่บ้านพัก เมื่อวานเราไปแวะที่บ้านพัก ก็เห็นอยู่กันที่นั่น
ตอนแรกคิดว่าพี่ชายจะไปอยู่บ้านกับพ่อแม่ เราก็ยอมลดให้แล้วนะ คือเราขอมาอยู่ข้างนอกสักพัก
แต่สรุปเหมือนกวน พ่อแม่ย้ายไปบ้าน สองคนนี้ขลุกกันอยู่ที่บ้านพัก ยิ่งทำให้เรามองว่าไม่ได้อยากอยู่กับพ่อแม่ อยากอยู่กันสองคน
พ่อแม่ก็ด้วยความรักลูกชาย แล้วผู้หญิงเราไม่เข้าใจ ทำตัวมาๆไปๆ แล้วอ้างว่าเราเคยด่า กลัว อืม...วันนั้นเราก็โดนพี่ชายด่าเหมือนกัน
ซึ่งเราไม่เคยเจอแบบนี้เลย ส่วนพี่ชายกับเรา ไม่ค่อยคุยกันอยู่แล้ว พอเกิดเรื่องนี้เลยไม่คุยกันไปอีก เราก็ปลง
ชาตินี้ถ้าแยกกันไปก็คงแยกไปอย่างนั้น เพราะพี่ชายไม่เคยห่วงอะไรครอบครัวเลย ตอนแต่งงานกับเมียเก่าไปอยู่บ้านเขาก็เงียบหายไปช่วงหนึ่ง
ถ้าเราไม่ออกมาอยู่ข้างนอกก็เจอแต่ความอึดอัดและความมึนของสองคนนี้ ตาลปัตรกลับไปกลับมา
ขนาดวันทำบุญบ้าน พ่อบอกไปรับพระให้หน่อย มันบอกว่าไม่ไปเฉย จนพ่อไปรับเอง
ไม่ได้ดูเท่ห์ จะว่าประชดเรื่องแต่งงานแล้วเลิกกับเมียเก่า ก็ไม่น่าใช่ ในเมื่อตัวเองพามาแนะนำเอง
เรามองว่าพี่ชายเราทำไม่ถูกหลายเรื่อง มันไม่น่าเกิดปัญหาอะไรเลย ถ้าเขาเอาตัวให้รอดก่อน
ตอนเลิกกับคนเก่าก็บอกว่าเขาให้เก็บเงิน เหลือเงินใช้น้อย พ่อแม่ก็โอ๋ไปอีก สักพักเอาเมียใหม่มา ทำตัวอย่างกับวัยรุ่นกัน
ทุกวันนี้เราได้แต่เก็บไว้ในใจเพราะว่าอะไรไป สองคนนี้ก็มึน เงียบ ขลุกกันอยู่สองคน
ขนาดนั้นแล้วพ่อแม่ยังไม่ว่าอะไร เราก็คงว่าอะไรไม่ได้ ได้แต่ตั้งใจจะทำงานเก็บเงินซื้อบ้านเอง
ความคิดแบบนี้ควรเป็นลูกผู้ชายมากกว่า แต่มันไม่มีเลยสักอย่าง แม้แต่คิดจะไถ่ถามคนในครอบครัวว่าเป็นยังไง มันยังไม่เคยถาม