สิ่งที่ควรทำใจก่อนมาใช้ชีวิตอยู่ใน Switzerland

Switzerland อาจเป็นประเทศที่ใครหลายคนอยากมาอยู่ เพราะด้วยวิวที่สวยงาม
และบ้านเมืองที่สะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อย อีกทั้ง ความสงบไม่มีเรื่องก่อการร้ายในประเทศนี้
เข้าเรื่องเลยนะคะ เพื่อความสั้น ได้ใจความ เนื้อเน้นๆ

แน่นอนค่ะ ทุกเรื่อง ทุกที่ ทุกอย่างบนโลกมีทั้งด้านดีและไม่ดี
วันนี้ข้อเสนอด้านที่คนที่อยากจะมาอยู่ที่สวิสต้องทำใจมา ไม่งั้นจะเกิดอาการหงุดหงิด ไม่ปลอดภัย อยากกลับไทยภายใน 1 สัปดาห์

1) เรื่องป่วยต้องรอ มีปัญหาสุขภาพ ไม่สามารถเดินตรงเข้า รพ ได้ในเวลาที่เรากำหนดได้
ถ้าเจ็บป่วยต้องโทรนัดหมอ เพื่อรับคิวว่าจะมาได้วันไหน ยกเว้นว่า อาการสาหัส โทรเรียกรถ รพ ได้
กรณีฉุกเฉินหรือไม่ขึ้นอยุกับวินิจฉัยของ รพ
ถ้าไม่สบายตัวร้อน หรืออะไรเล็กๆน้อยๆ ต้องไปที่ร้านขายยาเอา
เราเคยมีกรณีวิ่งหกล้ม ข้อขาบวมมาก สีเขียวม่วงทั้งข้อเท้า หาหมอวินิจฉัยเสด หมอออกใบสั่ง x-ray ให้ เราต้องไปที่ศูนย์ x-ray เอง
ซึ่งต้องนั่งรถรางไปเอง ไม่มีคนช่วยดูแล กระเผกไปเอง ไม่มีอำนวยความสะดวกไปส่งแต่อย่างใด
ไม่พอค่ะ ตอนไปเอาไม้พยุงคนขาเป้อะคะ ต้องไปซื้อร้านขายยาเอง
อ้อ อุดฟัน 3 ซี่ เสียเงิน 100,000 บาทค่ะ
จุดนี้หลายคนอาจจะรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิต
หมอที่ไทยนี่เข้าไปวันนี้ก้ได้วันนี้ไม่ต้องรอนัด แถมหมอฝีมือดีราคาถูก หมอฟันที่ไทยนี่สุดยอดมาก
มือเบา ทำเก่ง ราคาสบายกระเป๋ารับได้

2) การทิ้งขยะไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป
จะทิ้งอะไรแยกประเภทให้ดี Organic, PET, Aluminium, Glass (white or other colours), Paper, Carton (กล่องกระดาษ พัสดุกระดาษ)
อย่าคิดว่าโยนทิ้งๆไปเถอะได้นะคะ เนื่องจากเคยได้รับจดหมายเตือนให้แยก และในจดหมายบอกว่าถ้าไม่แยกจะคิดภาษี
ซึ่งไม่ต้องคิดค่ะจุดนี้ เพราะถ้าโดนคงเสียหายเยอะ เพราะค่าเงินสวิสและค่าครองชีพในสวิสค่อนข้างสูง
อ้อ อีกเรื่องค่ะ ขยะนี่ต้องสุมๆกองๆไว้ในบ้าน เพราะรถขยะไม่ได้มารับขยะทุกวัน เค้ามารับขยะแต่ละประเภทสัปดาห์ละครั้งในวันที่แตกต่างกันไปขึ้นกับเมืองที่อยู่ค่ะ เช่น เมืองที่เราอยู่
วันอังคารมารับขยะ กระดาษ กล่องลัง/ วันพุธ มารับพวกขยะ organic / วัน พฤ มารับพวก Aluminium บลาๆๆ
ที่ไทยนี่จะทิ้งอะไรก้ได้มีถังเดียว สะดวกสบายขยะไม่ล้นบ้าน

3) ห้างร้านซื้อของต่างๆ ปิดช่วงเวลา 18.30-19.00 น. และปิดทุกห้างทุกร้านปิดทุกที่คล้ายเมืองร้างในวันอาทิตย์
เป็นช่วงเวลาเลิกเรียน เลิกงานกันเลยทีเดียวค่ะ  ดังนั้นเลิกเรียน เลิกงาน ของอะไรต้องการต้องรีบวิ่งไปซื้อก่อนร้านจะปิด
บางทีไม่เข้าใจว่า ถ้าไม่ได้มีชีวิตเป็นแม่บ้าน อยู่บ้านเฉยๆเนี่ย จะหาซื้อของหลังเลิกเรียนหรืองานได้ยังไง
ถ้าระหว่างสัปดาห์ เรียน ทำงานยุ่ง เสาร์ก้ไปเที่ยวไปไหนไม่ได้ค่ะ ต้องรีบเข้าห้างไปซื้อของ จัดการธุระกรรมหรืออะไรๆที่ติดค้างกะธนาคารให้เสด เพราะวันอาทิตย์ไม่มีอะไรเปิดเลย
อ้อ!! แต่พอมีทางรอดค่ะ ที่ร้านขายของชำตามสถานีรถไฟใหญ่เปิดจน 22.00 ทุกวันไม่เว้นวันอาทิตย์
ชีวิตไม่สบายเหมือนเมืองไทยนะคะ อยากได้อะไรตอนไหนก็ได้ เสาร์อาทิตย์คือวันเข้าห้างซื้อของ ทำธุระกรรมได้

4) Apartment / condo ไม่ได้มี counter service 24 hrs แบบที่ไทยนะคะ
ที่นี่คือไม่มีค่ะ มีปัญหาอะไรต้องโทรเอาอย่างเดียว ไม่มีเคาน์เตอร์อำนวยความสะดวกแบบคอนโดที่ไทย
แล้วมีกฎต่างๆมากมาย ต้องอ่านและปฏิบัติตามเช่น ห้ามทำเสียงดังหรือเสียงต่างๆอันจะเป็นการรบกวนต่อเพื่อนข้างห้องหลัง 22.00
ห้ามซักผ้าวันอาทิตย์ และทำเสียงดังวันอาทิตย์ นอกจากนี้ห้ามทำเสียงดังก่อน 7 โมงเช้าของทุกวัน และห้ามแช่อ่างอาบน้ในห้องน้ำหลังสามทุ่มเพราะตอนปล่อยน้ำเสียงจะไหลตามท่อรบกวนเพื่อนบ้าน

5) ซื้อของตามห้างร้าน ต้องเอาของใส่ถุงเอง เพราะ พนง สแกนคิดเงิน รับเงินอย่างเดียว
ไม่มีจะมาบริการเอาของใส่ถุงให้เรานะคะ ช่วยเหลือตัวเองค่ะ
อ้อ ลืมเอาถุงไปใส่ของไปเอง ก็จ่ายเงินซื้อถุงใหม่ไปอีกค่ะ อย่าลืมพูดขอบคุณ พนว ด้วยนะคะถึงแม้จะไม่ได้ช่วยบริการอะไรเลยเพราะไม่งั้นจะถูกมองเป็นคนมารยาททราม (ชีวิตดีๆที่ลงตัว! ฮ่าๆๆๆ)

6) อย่าคิดว่าอยู่สวิสแล้วหน้าร้อนจะไม่ร้อนค่ะ เจอ 36-37 องศามาแล้ว
ทรมานมากกว่าไทยตรง รถรางร้อนมาก รถไฟบางขบวนไม่มีแอร์ ไปไหนก้ร้อน เพราะคนประเทศนี้ชอบคิดว่าแอร์เปิดแล้วป่วย ไม่ดีต่อสุขภาพ
นอนมันร้อนๆตอนกลางคืน เหงื่อแตกซิบๆก็ทำไรไม่ได้ค่ะ ต้อง ทน

7) ถ้าไม่มีภาษา French/ German/ Italian เลย เตรียมตัวโดดเดี่ยว
อ้างว้าง แปลกแยกได้เลยค่ะ ยกเว้นว่าจะเจอคนที่พูดอังกฤษได้แล้วเค้าอยากพูดด้วย หรือ ไปหาคนไทยในสวิสด้วยกันคบเอง

8) ในฐานะเป็น นร ไทยในสวิส ไม่ได้ซื้อรถขับค่ะ อาศัยการเดินทางด้วยรถไฟ
แต่เอาจริงๆคนที่นี่นิยมการขึ้นรถไฟมากเพราะสะดวกสบาย รถไฟ รถบัส ไปถึงทุกซอกทุกมุมของ ปท เดินทางสะดวกมากๆ
แต่ถ้าวันไหน เกิดการขัดข้องทางรถไฟ สายคือสายไม่มีทางแก้ได้ เพราะไม่มีวินซิ่งให้เราได้เรียกได้อย่างที่ไทย
แล้วต้องรักษาเวลามากๆๆ เพราะช้าไป 30 sec ก้ตกรถไฟค่ะ (ไม่ได้พูดเอามัน เคยสายไป 30 sec ตกเลยจิงๆ เพราะตอนนั้นเลิกมหาลัยแล้วเหตุสุดวิสัยคือมัวเข้าห้องน้ำเพราะปวดหนัก แต่ก้รีบวิ่งจะไปขึ้นรถไฟก้ตกค่ะ จิงๆหลายคนอาจมอว่ามันไม่ซีเรียสแค่ตกรถไฟ แต่มันเสียเวลาค่ะ)

9) การจะทำธุรการต่างๆ ไม่ได้รวดเร็วทันใจแบบที่ไทย ทุกอย่างมีขั้นตอน และต้องอาศัยความอดทน รอๆๆๆรอให้เป็น สถานที่บริการ หรือทำธุระกรรมบางที่มีพักเที่ยงด้วย แล้วเลิกงานตอนบ่าย 2 สรุปคือจะทำอะไรเตรียมลางานเลยค่ะเพราะเสาร์อาทิตย์มันปิดอีก

10) การหางานทำเป็นเรื่องยากมาก ถ้าไม่มี work permit (ไม่รวมพวกแอบหางานมืดทำนะคะ)

นี่คร่าวๆค่ะ ไม่ได้บอกว่าไม่ดีนะคะ แต่เราต้องทำใจยอมรับความต่างให้ได้ และยอมรับกะมัน
มันไม่ใช่เรื่องที่เราจะเปลี่ยนได้ ดังนั้น ยอมรับค่ะแล้วจะอยู่ได้แบบไม่คับข้องใจมาก

ป.ล. 1) กระทู้เรื่องใครคิดอยากทำ gap year หรือ อยากล่าฝัน อยากใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ กับมุมที่อยากให้ลองอ่านก่อนตัดสินใจทำ
https://pantip.com/topic/37740999

ป.ล. 2) อันนี้เป็นกระทู้เรื่องค่ารายจ่าย ค่าครองชีพที่ Switzerland นะคะ
https://pantip.com/topic/36898517
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่