สวัสดีค่ะ
เราทราบดีค่ะว่างานทุกงานล้วนแล้วแต่มีข้อดีข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น บางคนเจอปัญหา บางคนเจออุปสรรคเราเองคนนึงที่เจอกับปัญหาแล้วอดทนมาเป็นปีๆ เลยอยากมาเเชร์ให้ทุกคนได้ฟัง (ไม่ได้มีเจตนาจะว่าใครนะคะ แค่อยากให้ทุกคนมองว่า การกระทำนี้สมควรหรือไม่) ที่จะมาเล่าให้ฟังเราจะข้ามๆรายละเอียดไปบ้างนะ
หลังจากเรียนจบมหาลัยเราก็หางานทำ ระหว่างรองาน เราได้มีโอกาสไปสอนหนังสือที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง กะว่าสอนไปก่อนระหว่างรองาน ในตำแหน่งครูอัตราจ้าง (เราไม่ได้จบครูมาโดยตรงนะ) สอนไปเกือบปี ก็เริ่มๆชอบ เลยทำเรื่องเรียนต่อ ระหว่างนั้นก็มีพี่คนนึงมาสมัครเป็นครูอัตราจ้างเช่นกัน(นางจบครูมาโดยตรง) นางเป็นคนที่ไม่ค่อยมีมนุษย์สัมพันธ์ซะเท่าไหร่ ด้วยความที่เราเป็นคนเข้ากะคนง่าย เราเลยเข้าไปทักทายพูดคุยจนสนิทกัน ประเด็นคือว่า เรากะนางสอนห้องเดียวกัน เพราะเด็กน้อย ประกอบกับห้องเรียนไม่พอ เลยแบ่งกันคนละครึ่งห้อง เราสอน ป.2 นางสอน ป.4
สอนไปเรื่อยๆ เราเริ่มรู้สึกว่าไม่ใช่และ เห้ย!!! คุณเป็นครูนะ คุณควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กๆซิ คุณควรทำหน้าที่ในการสอนให้เต็มที่ด้วย เริ่มเลยนะ!!!
ในทุกๆเช้า หลังจากเคารพธงชาติเสร็จ เราก็จะไปทักทายพูดคุยกับครูป้าๆตามปกติก่อนขึ้นสอน พอเราขึ้นสอนและครูคนอื่นๆก็ขึ้นสอนเช่นกัน แต่นางยังไม่ขึ้นเราไม่รู้นางไปไหน จนเด็กป.4เดินมาถามว่า “ครูค่ะ ครู....ไม่มาหรอคะ” ไอ้เราจะตอบว่าอะไรอ่ะก็ต้องตอบว่ามาลูก เดี๋ยวครูเขาก็ขึ้นมา หนูดูตามทีวีไปก่อน ถ้าข้อไหนพวกหนูไม่เข้าใจก็เดินมาถามครูนะ(สอนผ่านจานดาวเทียมจากโรงเรียนไกลกังวล) อ่ะไอ้เราก็หันมาสอนเด็กเราต่อ มาและคะเด็กป.4เดินถือหนังสือพร้อมกับทำตาเศร้าแล้วพูดว่า “ครูค่ะข้อนี้ทำไงค่ะหนูไม่เข้าใจ” คุณผู้อ่านลองคิดตามนะคะถ้าคุณเป็นครูเด็กมาขอความช่วยเหลือแบบนี้เป็นคุณคุณจะนึกเฉยได้หรอคะ ก็เลยบอกกับเด็ก ป.4ไปว่า “เดี๋ยวครูสอนน้องแป๊บนึงนะลูก สอนน้องเสร็จเดี๋ยวครูไปสอนพวกหนูเอง ไปนั่งรอก่อนนะ” เป็นแบบเนี่ยเกือบทุกเช้า เกือบหมดชั่วโมงเเรก บางทีก็หมดไปแล้ว กว่าจะขึ้นมา พอมาแล้วไงรู้มั้ยคะ ตะโกนใส่เด็กว่า “เอ้า!!! ดูซิ ตาดูโทรทัศน์ซิครูเขาสอนแล้วไม่ฟังมันจะรู้เรื่องมั้ย “ บางทีขึ้นมาเจอเราสอนกำลังสอนเด็กนางอยู่พอดี แต่นางก็ไม่ขัดเรานะให้เกียรติเราจนเราสอนเด็กนางเสร็จเลยก็มี
ยกตัวอย่างการสอนในวิชาต่างๆนะคะ
*วิชาภาษาอังกฤษ นางไม่ถนัด นางก็จะไม่สอน ให้เด็กดูตามโทรทัศน์ ถามหน่อยแล้วเด็กจะเข้าใจมั้ย และยิ่งไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่ด้วยแล้วละก็ ฟังหูซ้ายทะลุหูขวาแน่นอน แล้วเด็กจะได้อะไร
*วิชาภาษาไทย ฝึกท่องอาขยาน นางก็ไม่สอนแล้วเด็กมันจะท่องได้ไงคะ ทำนอง การเว้นวรรค 1บท มีกี่วรรคกี่บาทก็ไม่สอนก็ไม่บอกเด็ก บางทีเราเห็นแล้วทนไม่ไหวก็ต้องเดินเข้าไปช่วยเด็กๆ ถึงเด็กมันนะเอื่อนไม่เป็นเพี้ยนบางอะไรบาง อย่างน้อยเด็กก็ได้มีการฝึกฝน หรือถ้าคุณสอนไม่เป็น ยูทูปก็มีค่ะ เปิดให้เด็กท่องตามก็น่าจะดีนะ แต่ไม่ทำ!!!
เรื่องการเขียน รายงาน คำนำ สารบัญอีก นางยังสอนไม่ได้ คุณผู้อ่านคะ คนเรากว่าที่จะขึ้นมหาลัยเชื่อว่าทุกคนต้องเคยผ่านการทำรายงานมาหมดแล้ว นี้เเค่สอนเบื้องต้นยังทำไม่ได้ สงสารเด็ก!!!
*วิชาคณิตศาสตร์ นางสอนเก่งค่ะ แต่เด็กคนไหนคิดไม่ทันใจนาง นางก็จะดุ ตะหวาด ใส่เสียงอันดุดัน เด็กนี้ตัวสั้นไปหมดเลย กลัว!!!!
ยังมีอีกหลายวิขานะคะ สงสารเด็กจริงๆค่ะ
ช่วงพักกลางวัน (11:30-12:30) นางกินข้าวที่โรงเรียนเสร็จ นางก็จะออกไปข้างนอกกับครูบรรจุใหม่เกือบทุกวันจริงๆค่ะ ไปซื้อกาแฟอเมซอล ไปซื้อขนม ไปซื้อโน้นนี้นั้น เมื่อก่อนเราเองก็ติดสอยห้อยตามไปกะเขาด้วยนะ เเต่หลังๆเราไม่อยากไปแล้ว เพราะไปแล้วกว่าจะเข้ามา ก็เกือบบ่าย บางทีบ่ายกว่า เราละอายใจ เกรงใจครูป้าๆด้วยเพราะครูเขาก็มีหน้าที่สอนของเราเช่นกัน กลัวว่าถ้าเราไม่อยู่เด็กๆอาจจะเสียงดังรบกวนห้องข้างๆ พอเราไม่ไป ก็ตามเคยค่ะ เราก็ต้องสอนแทนในช่วงบ่าย ก็กว่านางๆจะมาจากข้างนอกก็นานโข
เรื่องการแต่งกาย บางวันใส่มาสมกับเป็นคุณครูมากค่ะ แต่บางวัน ใส่เสื้อวิ่งมินิฮาฟมา ใส่เสื้อบอลมา ทั้งๆที่วันนั้นไม่มีวิชาพละ ใส่รองเท้าแตะจากบ้านมาสอนเลย หรือมันจะได้สะดวกในการสอนของเขาหรือป่าวไม่รู้นะคะ
อันนี้เด็ดสุดค่ะ ช่วงนั้นละครเรื่อง หลงไฟ กำลังดัง นางเปิดยูทูปในโทรศัพท์เสียบหูฟังดูละครในเวลาสอนค่ะ ปล่อยให้เด็กดูการสอนจากครูในโทรทัศน์เอาเอง พอเด็กเสียงคุยกันเสียงดัง ก็กดสต็อปละครก่อนแล้วหันมาตะหวาดเด็กให้ดูครูในโทรทัศน์สอน OMG!!!!
และที่เด็ดไปกว่านั้น มีช่วงนึงนางอินเลิฟค่ะ เสียบหูฟังคุยโทรศัพท์ไปด้วยสอนไปด้วย สอนเสร็จก็มานั่งที่โต๊ะคุยโทรศัพท์ ทำไมเรารู้น่ะหรอ ก็ระหว่างเราตรวจงานที่โต๊ะหรือไม่ก็สอนอยู่ บางทีเราก็ขานรับนาง นึกว่านางเรียกเราหรือมีอะไรจะคุยกับเรา แต่ป่าวค่ะ นางคุยกับคนในโทรศัพท์
ทำไมเรารู้น่ะหรอ ไม่ใช่เราไปจองจับผิดนางตลอดเวลาหรอกนะ เพราะเราสอนห้องเดียวกัน แบ่งกันคนละครึ่งห้อง มีเพียงแค่กระดานล้อเลื่อนกั้นเอาไว้แค่นั้นเอง เราเลยรู้เลยเห็น ไม่ใช่เราไม่เตือนนะ บางทีเราก็พูดทีเล่นทีจริงกับนางบ่อยอยู่นะ พูดในทางเตือนๆ สะกิดๆให้รู้ตัวบาง แต่เราพูดไรมากไม่ได้ เราอายุอ่อนกว่านางอีก นางจะสามสิบแล้ว บางทีเรื่องแบบนี้ก็ต้องคิดเองได้แล้วมั้ยอ่ะ คำว่าครูอ่ะ คุณทำหน้าที่ของครูได้เต็มทีแล้วหรือยัง เรียนครูมาโดยตรงด้วยซ้ำแต่ทำไมถึงคิดอะไรไม่ได้เลย บางที ผอ. ให้ทำเอกสารเขียนใบขออนุญาตผู้ปกครองนางยังทำไม่ได้ ทำไม่ได้ก็ไม่พูดนะไปนั่งหน้าคอมนิ่งๆแบบนั้นน่ะ ผ่านไปครึ่งชั่วโมงยังไม่เขียนซักตัว จนผอ. ใช้เราให้ไปดูว่าเสร็จหรือยัง!!!
ที่พูดมานี้เราไม่ได้จองจับผิดนะ แต่เรามองไปถึงตัวเด็กอ่ะ สงสารเด็ก แล้วมันก็ส่งผลไปถึงอนาคตเด็กนะ คำพูดคำจาเด็กนางก็ดูก้าวร้าวอยู่นะ หางเสียงเเทบจะไม่มี เห้อออออ ขอบคุณนะคะที่อ่านจนจบ คิดเห็นยังไงเเชร์กันมาได้นะคะ ขอบคุณค่ะ
ทำนี้หรือที่เรียกว่า ครู
เราทราบดีค่ะว่างานทุกงานล้วนแล้วแต่มีข้อดีข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น บางคนเจอปัญหา บางคนเจออุปสรรคเราเองคนนึงที่เจอกับปัญหาแล้วอดทนมาเป็นปีๆ เลยอยากมาเเชร์ให้ทุกคนได้ฟัง (ไม่ได้มีเจตนาจะว่าใครนะคะ แค่อยากให้ทุกคนมองว่า การกระทำนี้สมควรหรือไม่) ที่จะมาเล่าให้ฟังเราจะข้ามๆรายละเอียดไปบ้างนะ
หลังจากเรียนจบมหาลัยเราก็หางานทำ ระหว่างรองาน เราได้มีโอกาสไปสอนหนังสือที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง กะว่าสอนไปก่อนระหว่างรองาน ในตำแหน่งครูอัตราจ้าง (เราไม่ได้จบครูมาโดยตรงนะ) สอนไปเกือบปี ก็เริ่มๆชอบ เลยทำเรื่องเรียนต่อ ระหว่างนั้นก็มีพี่คนนึงมาสมัครเป็นครูอัตราจ้างเช่นกัน(นางจบครูมาโดยตรง) นางเป็นคนที่ไม่ค่อยมีมนุษย์สัมพันธ์ซะเท่าไหร่ ด้วยความที่เราเป็นคนเข้ากะคนง่าย เราเลยเข้าไปทักทายพูดคุยจนสนิทกัน ประเด็นคือว่า เรากะนางสอนห้องเดียวกัน เพราะเด็กน้อย ประกอบกับห้องเรียนไม่พอ เลยแบ่งกันคนละครึ่งห้อง เราสอน ป.2 นางสอน ป.4
สอนไปเรื่อยๆ เราเริ่มรู้สึกว่าไม่ใช่และ เห้ย!!! คุณเป็นครูนะ คุณควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กๆซิ คุณควรทำหน้าที่ในการสอนให้เต็มที่ด้วย เริ่มเลยนะ!!!
ในทุกๆเช้า หลังจากเคารพธงชาติเสร็จ เราก็จะไปทักทายพูดคุยกับครูป้าๆตามปกติก่อนขึ้นสอน พอเราขึ้นสอนและครูคนอื่นๆก็ขึ้นสอนเช่นกัน แต่นางยังไม่ขึ้นเราไม่รู้นางไปไหน จนเด็กป.4เดินมาถามว่า “ครูค่ะ ครู....ไม่มาหรอคะ” ไอ้เราจะตอบว่าอะไรอ่ะก็ต้องตอบว่ามาลูก เดี๋ยวครูเขาก็ขึ้นมา หนูดูตามทีวีไปก่อน ถ้าข้อไหนพวกหนูไม่เข้าใจก็เดินมาถามครูนะ(สอนผ่านจานดาวเทียมจากโรงเรียนไกลกังวล) อ่ะไอ้เราก็หันมาสอนเด็กเราต่อ มาและคะเด็กป.4เดินถือหนังสือพร้อมกับทำตาเศร้าแล้วพูดว่า “ครูค่ะข้อนี้ทำไงค่ะหนูไม่เข้าใจ” คุณผู้อ่านลองคิดตามนะคะถ้าคุณเป็นครูเด็กมาขอความช่วยเหลือแบบนี้เป็นคุณคุณจะนึกเฉยได้หรอคะ ก็เลยบอกกับเด็ก ป.4ไปว่า “เดี๋ยวครูสอนน้องแป๊บนึงนะลูก สอนน้องเสร็จเดี๋ยวครูไปสอนพวกหนูเอง ไปนั่งรอก่อนนะ” เป็นแบบเนี่ยเกือบทุกเช้า เกือบหมดชั่วโมงเเรก บางทีก็หมดไปแล้ว กว่าจะขึ้นมา พอมาแล้วไงรู้มั้ยคะ ตะโกนใส่เด็กว่า “เอ้า!!! ดูซิ ตาดูโทรทัศน์ซิครูเขาสอนแล้วไม่ฟังมันจะรู้เรื่องมั้ย “ บางทีขึ้นมาเจอเราสอนกำลังสอนเด็กนางอยู่พอดี แต่นางก็ไม่ขัดเรานะให้เกียรติเราจนเราสอนเด็กนางเสร็จเลยก็มี
ยกตัวอย่างการสอนในวิชาต่างๆนะคะ
*วิชาภาษาอังกฤษ นางไม่ถนัด นางก็จะไม่สอน ให้เด็กดูตามโทรทัศน์ ถามหน่อยแล้วเด็กจะเข้าใจมั้ย และยิ่งไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่ด้วยแล้วละก็ ฟังหูซ้ายทะลุหูขวาแน่นอน แล้วเด็กจะได้อะไร
*วิชาภาษาไทย ฝึกท่องอาขยาน นางก็ไม่สอนแล้วเด็กมันจะท่องได้ไงคะ ทำนอง การเว้นวรรค 1บท มีกี่วรรคกี่บาทก็ไม่สอนก็ไม่บอกเด็ก บางทีเราเห็นแล้วทนไม่ไหวก็ต้องเดินเข้าไปช่วยเด็กๆ ถึงเด็กมันนะเอื่อนไม่เป็นเพี้ยนบางอะไรบาง อย่างน้อยเด็กก็ได้มีการฝึกฝน หรือถ้าคุณสอนไม่เป็น ยูทูปก็มีค่ะ เปิดให้เด็กท่องตามก็น่าจะดีนะ แต่ไม่ทำ!!!
เรื่องการเขียน รายงาน คำนำ สารบัญอีก นางยังสอนไม่ได้ คุณผู้อ่านคะ คนเรากว่าที่จะขึ้นมหาลัยเชื่อว่าทุกคนต้องเคยผ่านการทำรายงานมาหมดแล้ว นี้เเค่สอนเบื้องต้นยังทำไม่ได้ สงสารเด็ก!!!
*วิชาคณิตศาสตร์ นางสอนเก่งค่ะ แต่เด็กคนไหนคิดไม่ทันใจนาง นางก็จะดุ ตะหวาด ใส่เสียงอันดุดัน เด็กนี้ตัวสั้นไปหมดเลย กลัว!!!!
ยังมีอีกหลายวิขานะคะ สงสารเด็กจริงๆค่ะ
ช่วงพักกลางวัน (11:30-12:30) นางกินข้าวที่โรงเรียนเสร็จ นางก็จะออกไปข้างนอกกับครูบรรจุใหม่เกือบทุกวันจริงๆค่ะ ไปซื้อกาแฟอเมซอล ไปซื้อขนม ไปซื้อโน้นนี้นั้น เมื่อก่อนเราเองก็ติดสอยห้อยตามไปกะเขาด้วยนะ เเต่หลังๆเราไม่อยากไปแล้ว เพราะไปแล้วกว่าจะเข้ามา ก็เกือบบ่าย บางทีบ่ายกว่า เราละอายใจ เกรงใจครูป้าๆด้วยเพราะครูเขาก็มีหน้าที่สอนของเราเช่นกัน กลัวว่าถ้าเราไม่อยู่เด็กๆอาจจะเสียงดังรบกวนห้องข้างๆ พอเราไม่ไป ก็ตามเคยค่ะ เราก็ต้องสอนแทนในช่วงบ่าย ก็กว่านางๆจะมาจากข้างนอกก็นานโข
เรื่องการแต่งกาย บางวันใส่มาสมกับเป็นคุณครูมากค่ะ แต่บางวัน ใส่เสื้อวิ่งมินิฮาฟมา ใส่เสื้อบอลมา ทั้งๆที่วันนั้นไม่มีวิชาพละ ใส่รองเท้าแตะจากบ้านมาสอนเลย หรือมันจะได้สะดวกในการสอนของเขาหรือป่าวไม่รู้นะคะ
อันนี้เด็ดสุดค่ะ ช่วงนั้นละครเรื่อง หลงไฟ กำลังดัง นางเปิดยูทูปในโทรศัพท์เสียบหูฟังดูละครในเวลาสอนค่ะ ปล่อยให้เด็กดูการสอนจากครูในโทรทัศน์เอาเอง พอเด็กเสียงคุยกันเสียงดัง ก็กดสต็อปละครก่อนแล้วหันมาตะหวาดเด็กให้ดูครูในโทรทัศน์สอน OMG!!!!
และที่เด็ดไปกว่านั้น มีช่วงนึงนางอินเลิฟค่ะ เสียบหูฟังคุยโทรศัพท์ไปด้วยสอนไปด้วย สอนเสร็จก็มานั่งที่โต๊ะคุยโทรศัพท์ ทำไมเรารู้น่ะหรอ ก็ระหว่างเราตรวจงานที่โต๊ะหรือไม่ก็สอนอยู่ บางทีเราก็ขานรับนาง นึกว่านางเรียกเราหรือมีอะไรจะคุยกับเรา แต่ป่าวค่ะ นางคุยกับคนในโทรศัพท์
ทำไมเรารู้น่ะหรอ ไม่ใช่เราไปจองจับผิดนางตลอดเวลาหรอกนะ เพราะเราสอนห้องเดียวกัน แบ่งกันคนละครึ่งห้อง มีเพียงแค่กระดานล้อเลื่อนกั้นเอาไว้แค่นั้นเอง เราเลยรู้เลยเห็น ไม่ใช่เราไม่เตือนนะ บางทีเราก็พูดทีเล่นทีจริงกับนางบ่อยอยู่นะ พูดในทางเตือนๆ สะกิดๆให้รู้ตัวบาง แต่เราพูดไรมากไม่ได้ เราอายุอ่อนกว่านางอีก นางจะสามสิบแล้ว บางทีเรื่องแบบนี้ก็ต้องคิดเองได้แล้วมั้ยอ่ะ คำว่าครูอ่ะ คุณทำหน้าที่ของครูได้เต็มทีแล้วหรือยัง เรียนครูมาโดยตรงด้วยซ้ำแต่ทำไมถึงคิดอะไรไม่ได้เลย บางที ผอ. ให้ทำเอกสารเขียนใบขออนุญาตผู้ปกครองนางยังทำไม่ได้ ทำไม่ได้ก็ไม่พูดนะไปนั่งหน้าคอมนิ่งๆแบบนั้นน่ะ ผ่านไปครึ่งชั่วโมงยังไม่เขียนซักตัว จนผอ. ใช้เราให้ไปดูว่าเสร็จหรือยัง!!!
ที่พูดมานี้เราไม่ได้จองจับผิดนะ แต่เรามองไปถึงตัวเด็กอ่ะ สงสารเด็ก แล้วมันก็ส่งผลไปถึงอนาคตเด็กนะ คำพูดคำจาเด็กนางก็ดูก้าวร้าวอยู่นะ หางเสียงเเทบจะไม่มี เห้อออออ ขอบคุณนะคะที่อ่านจนจบ คิดเห็นยังไงเเชร์กันมาได้นะคะ ขอบคุณค่ะ