ไปดูถึงขอบสนาม กลับใช้บริการนักเตะหน้าเดิม ๆ

กระทู้คำถาม
แต่อีกคนไม่ค่อยไปสนาม แต่ที่ไหนได้เค้ามีทีมงานไปสเก๊าต์นนักเตะ (อันนี้ไม่ต้องสงสัย) เพราะยังไงก็ต้องมีอยู่แล้ว

เอาล่ะ เริ่มตั้งแต่ผลงานทีมชาติเริ่มตั้งเค้าส่อตกรอบฟุตบอลโลก 2018 ก็มีกระแสกดดันซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตกุนซือทัพช้างศึก ซึ่งครานั้นถือว่าเจ้าตัวตกที่นั่งลำบาก เพราะด้วยความหวังที่สูงเสียดฟ้าของบรรดาแฟนบอล จนลืมตัวเองไปว่าทีมชาติไทยอยู่ระดับไหนของเอเชีย

ด้วยสไตล์เคาะบอลสั้น ที่มีเพียงนักเตะตัวเล็กแต่คล่องเคลื่อนที่ได้ดีอย่าง ชนาธิป, ธีราทร, และสารัช ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของสไตล์ติ๊กต็อกที่แฟนบอลตั้งชื่อให้ เติมเต็มด้วยการเคลื่อนที่ในแนวรุกอย่าง ชัปปุยส์, เกริกฤทธิ์, นูรูลและอดิศักดิ์ ที่ถือได้ว่าเป็นโจ๊กเกอร์ขาประจำตั้งแต่เอเชี่ยนเกมส์และซีเกมส์ ตลอดจนได้แชมป์ทัวร์นาเม้นท์อาเซียนอย่าง AFF SUZUKI CUP

นี่แหล่ะคือจุดเริ่มต้นแห่งความฝันของบรรดาแฟนบอลชาวไทย ว่าชุดนี้สามารถต่อกรกับทีมระดับชั้นนำของเอเชียได้ ซึ่งเริ่มมีการจับตาว่านักเตะอย่างชนาธิปเป็นนักเตะพรสวรรค์ที่จะสร้างความปั่นป่วนแนวรับคู่ต่อสู้  อดิศักดิ์คือกองหน้าความหวังใหม่ของไทยนอกจากธีรศิลป์ สารัชคือมิดฟิลด์สไตล์โฮลบอลและวางบอลได้อย่างเฉียบขาด ธีราทรที่มีเท้าซ้ายปีศาจเล่นได้ทั้งรับทั้งรุก และธนบูรณ์ที่เป็นกองหลังที่ไว้ใจได้เคลียร์บอลได้อย่างเด็ดขาด

เวลาผ่านไปทีมไทยมีแต่ทรงกับทรุดที่ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลยในศึกคัดเลือกฟุตบอลโลก

"ใครไม่อาย แต่ผมอาย จะให้ผมงอมืองอ........" ซึ่งออกจากปากของประมุขฟุตบอลไทยผ่านสื่อให้แฟนบอลได้ยินกันทั้งประเทศ นับว่าเป็นจุดแตกหักที่โค้ชอย่างซิโก้ต้องอำลาตำแหน่งไปอย่างไม่ใยดี

และความหวังของแฟนบอลชาวไทยก็จุดประกายขึ้นอีกครั้งเมื่อประมุขบอลไทยประกาศว่า "คนที่จะพาเราเข้าป่าได้จะต้องเป็นนายพราน ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ผ่านจุดนั้นมาแล้ว" หมายถึงคนที่เคยพาทีมไปฟุตบอลโลกมาแล้ว

มิโลวาน ราเยวัช ผู้ที่เคยคุมทีมชาติกาน่า เป็นคนที่ถูกสมาคมเลือกให้เป็นนายใหญ่ของทัพช้างศึกตามคาด ได้รับมอบหมายให้ปรับแผงรับทีมช้างศึกให้เหนียวแน่นกว่าที่เคยเป็น ผลสรุปคือ ทำได้ดี เกมรับเราดีมากขึ้น แต่ก็ยังไม่เป็นที่ถูกตาต้องใจท่านประธานเทคนิคเท่าไหร่นักเนื่องจากเกมรุกยังไม่ดีเท่าที่ควร

พอจนมาถึงแมตซ์อุ่นเครื่องกับทีมชาติจีนที่ทุกคนตั้งตารอคอยด้วยความมั่นใจว่าไทยเราจะสยบมังกรจีนในถิ่นตัวเองได้

ราเยวัช กลับจัดทีมค้านสายตาของบรรดาแฟนบอลหลาย ๆ ท่าน ซึ่งผลก็เป็นไปตามที่จัดจริง ๆ ว่ากองกลางไม่สามารถเล่นเกมของตัวเองได้และเสียการครองบอลอย่างง่าย ๆ จนต้องยอมเปลี่ยนออกในครึ่งหลัง

หลังฝนหยุดตกแฟนบอลหลายคนต่างก็หวังว่าจะมีการเปลี่ยนตัวนักเตะหน้าใหม่ในยุคราเยวัชที่ฟอร์มดีต่อเนื่องจากสโมสรอย่าง สุมัญญาและศศลักษณ์ตั้งแต่ต้นเกม

แต่โชคชะตาพาช้างศึกไปถึงมุมอับ ด้วยการส่งนักเตะหน้าเดิมลงไปทดแทน เปลี่ยนชนาธิปออกทั้งที่กำลังจับจังหวะเกมรุกพาบอลตะลุยเข้ากรอบเขตโทษหลายต่อหลายครั้ง นักเตะอย่างศศลักษณ์มีเวลาเพียง 10 นาทีในการวาดลวดลาย

ความแก่ตัวของคนเราบางทีก็ทำให้ความคิดอะไรดูตัน ๆ คิดอะไรไม่ออก และเรียกนักเตะใหม่เข้าแคมป์เพื่อเก็บกระแสแฟนบอลเท่านั้น ส่วนนักเตะเก่าก็หมดไฟ เสียความมั่นใจยังเรียกหาฟอร์มเก่าตัวเองไม่เจอ จนทำให้ฟอร์มการเล่นเลยเถิดไปกันใหญ่

บางทีรายการ AFF อาจเป็นรายการสุดท้ายของทีมงานราเยวัชก็ได้ถ้าไม่เปิดใจมากกว่านี้

เชื่อว่าในขณะนี้นักฟุตบอลไทยเราต้องการจุดเปลี่ยนทั้งสภาวะทางจิตใจให้มีความฮึกเหิม และผลัดเปลี่ยนใบใช้นักเตะที่ฟอร์มสดเข้าสู้

ธีรศิลป์และสิโรจน์ ไม่น่าจะเป็นคำตอบสุดท้ายของทีมชาติไทยในขณะที่ต้องเจอทีมระดับเอเชียอีกต่อไปแล้ว

จงกล้าที่จะเปลี่ยน เพราะว่าถ้าถึงเวลา..ยังไงมันก็ต้องเปลี่ยน!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่