จริงหรือไม่คะ ที่มนุษย์เราต้องเดินตามทางชะตาลิขิต ไม่สามารถเลือกเส้นทางตัวเองได้?

อยากทราบค่ะ ตามหลักพุทธศาสนา
มนุษย์เรา เกิดมาเพื่อชดใช้กรรม ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะกรรมเป็นสิ่งนำพา
ดังนั้น เราไม่สามารถเลือกทางเดินของเราได้ใช่มั้ยคะ?

สมมตินะคะ เราคบคน ๆ นึง เหตุการณ์บางอย่างทำให้เราเลิกกัน
เราไม่ได้มีใครใหม่กันทั้งคู่ แต่เพราะเราไกลกันและไม่เข้าใจกัน เราเลยต้องแยกกัน
เค้าบอกกับเราว่า มันเหมือนเป็น mission ที่เค้าต้องทำ
เค้ารู้แต่แรกแล้วว่า เรากับเค้ามากันได้ไกลเพียงแค่นี้ แต่เนื่องด้วยที่ว่า
ตอนเราคู่กัน เค้าไม่สามารถพูดได้ เหมือนดวงจิตเราผูกกัน
แต่ตอนนี้เราเลิกกันแล้ว เค้าเลยพูดได้ เค้าบอกเราว่า เรามีกรรมกันมาแค่นี้

คำถามของเราคือ มันไม่สร้างกรรมกันเพิ่มเหรอคะ?
เค้าบอกเราฝืนดวงชะตาไม่ได้ แต่เรารู้สึกว่า ถ้าเค้ากำหนดมาให้เรามีเวลาเท่านี้
เราก็ต้องทำตามที่ฟ้าลิขิตชะตากำหนด อะไรแบบนี้เหรอคะ?
แล้วจากการที่เราทำบุญตักบาตรร่วมกัน สิ่งเหล่านี้ มันไม่ช่วยอะไรเลยเหรอคะ?

เรารู้สึกบางอย่างมันย้อนแย้งน่ะค่ะ
รบกวนผู้รู้ไขข้อข้องใจหน่อยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
คือจริง ๆ เราก็เชื่อเรื่องบาปบุญนะคะ เราเชื่อว่า ใครทำสิ่งใด ต้องได้รับสิ่งนั้น
แต่กับเรื่องแบบนี้ เราไม่ค่อยเข้าใจเลยค่ะ หลายอย่างดูอธิบายยาก

Edit เพิ่มนะคะ

เราขอไม่ยกตัวอย่างแค่เรื่องความรักแล้วกันค่ะ
เราเองมีปัญหาครอบครัว ออกตัวก่อนว่า เราเป็นบุตรบุญธรรมนะคะ
ทุกวันนี้ บิดามารดาเสียแล้วค่ะ เราอยู่กับลูกชายลูกสาวของเค้า
เรียกง่าย ๆ ก็คือ พี่ชายพี่สาวบุญธรรมของเราค่ะ ที่เป็นคนเลี้ยงดูเรามา
ปัญหาบ้านเราเยอะค่ะ เยอะจนพี่ชายเราคนนึงบอกว่า ให้ออกจากตรงนี้
ไปอยู่ที่อื่น ไปสร้างเนื้อสร้างตัว ทำอะไรที่เราอยากทำ ไม่ต้องมาทนกับปัญหา
เราเคยจะไปหลายครั้งค่ะ แต่เราก็ห่วงพี่สาว เพราะเค้าไม่มีใครแล้ว
หลายครั้งที่เราจะไป ทิ้งโอกาสดี ๆ หลายอย่างไป เพราะความเป็นห่วง
เราปรึกษาแฟน (เก่า) เรา เค้าบอกว่า มันเป็นวิบากกรรมของเรา ที่เราต้องทน
เราเลยสงสัยค่ะว่า เราเลือกไม่ได้เหมือนกันเหรอ ว่าเราจะไปหรือไม่ไป
หรือนี่เป็นหนึ่งในกรรมของเราคะ ที่ทำให้เราตัดใจไปไม่ได้สักที?
แต่จริง ๆ ณ เวลานี้ เราเลือกที่จะไม่ทนแล้วนะคะ เราเลือกจะเดินออกมาค่ะ
เรารู้สึก การที่เราอดทนนาน ๆ เราจะเริ่มเก็บกดแล้วค่ะ สุขภาพจิตเสีย
เนื่องด้วยสถานภาพการเป็นน้องเล็ก และน้องบุญธรรม เรามีปากเสียงไม่ได้
นอกจากนั้น เราต้องรับฟังปัญหาของทุกคน ที่เอามาถาโถมใส่เรา (พี่ 6 คนค่ะ)
เราเลยเลือกตัดสินใจที่จะไม่ทนแล้วค่ะ แบบนี้ เรียกว่าหมดกรรมเหรอคะ?
แต่เราไม่ได้คิดจะหนีนะคะ เพียงแต่ ขอไปอยู่ไกล ๆ วันนึงเราจะกลับมาทดแทนบุญคุณค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 28
กรรมเดิม กรรมเก่า ทำแล้วย่อมเกิดผล ทั้งดี และชั่ว
ผลที่เกิด ต้องรับครับ
แต่สิ่งที่เกิด ที่กำลังจะเกิด หากมีการเลือกได้ ว่าจะทำ หรือไม่ทำ หรือถ้าทำแล้วจะทำอย่างไร จะตอบสนองอย่างไร อันนั้นไม่ใช่กรรมเก่าครับ
เป็นกรรมใหม่ มีเจตนาเป็นฐาน
อันนี้เราเลือกได้ ว่าจะทำหรือไม่ ถ้าทำ จะทำอย่างไร
ศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาที่บอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด รวมทั้งเจตนาของเราและของใครๆเป็นสิ่งที่ถูกลิขิต
ศาสนาพุทธ ไม่สอนเรื่องใครลิขิต ไม่มีผู้ลิขิต (แม้แต่พรหมซึ่งเป็นสถานะสูงสุดตามความเข้าใจของความเชื่อบางส่วน ก็ตกอยู่ใต้ธรรมชาติของกรรม และไม่ได้เป็นผู้ลิขิตชะตากรรมของใคร)
ทั้งหมดเป็นไปตามธรรมชาติของกรรม (ที่เราเรียกว่ากฏแห่งกรรม)
สิ่งที่เกิดขึ้น เกิตตามเหตุทั้งสิ้น เกิดตามเหตุปัจจัยต่างๆ ทั้งที่เรารู้ และไม่รู้ (รวมถึงที่ไม่อาจรู้ได้ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้)
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นลอยๆ โดยไม่มีเหตุ
สิ่งที่ได้รับ สิ่งที่เป็น ก็เป็นไปตามเหตุ ไม่เป็นไปอย่างเลือนลอยโดยไม่มีเหตุ หรือโดยลิขิต
เมื่อเกิดผลขึ้นตามเหตุ เราเลือกได้ว่าเราจะตอบสนองอย่างไร จะยอมตามกิเลสของตน และของผู้อื่นหรือไม่ครับ

การเลือกที่จะตอบสนอง หรือการมีเจตนาของเราเองนี่เอง ที่เป็นการเลือกเส้นทางของตนเองได้
ไม่เกี่ยว ไม่ยึดโยง ไม่อ้างอิง ไม่ได้ถูกกำหนด ว่าใครลิขิตมาอย่างไรครับ

ปล. ผมให้ความเห็นเฉพาะตามหัวข้อกระทู้ ไม่ได้อ่านรายละเอียดตามเนื้อหาครับ หากไม่ตรงกับเนื้อหา ขออภัยครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่