เมื่อจบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยหลายๆคนก็เริ่มวางแผน ไม่ว่าจะเป็นสมัครงาน เรียนต่อปริญญาโท หรืออะรก็ว่ากันไปฉันคนหนึ่งที่มีความฝันอยากไปเรียนภาษาอังกฤษระยะสั้นๆในต่างแดน เนื่องจากรู้สึกว่าตนเองไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้ และต้องการที่จะพัฒนาให้มีความกล้าพูด กล้าสื่อสารมากขึ้น อีกทั้งอยากจะลองใช้ชีวิตในต่างแดนอยากก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซน อยากไปเที่ยว อยากหนีแรงกดดันทางสังคมที่ถามเรื่องงาน โดยที่อยากให้ทำงานที่มั่นคงแต่ๆๆๆผลการศึกษา ใบรับรองยังมิได้ การจะไปมันต้องใช้ทุนเยอะพอสมควร ฉันอยากไปออสเตเลีย แต่ก็รู้สึกว่าเดือดร้อน พ่อแม่ จึงคิดว่าหากไปเวิร์คคงจะเหมาะสมกว่าได้ทั้งเงินและภาษา ด้วยความที่ตัดสินใจช้าประกอบกับภาษาของตนจึงไม่ได้ไป จึงกลับมาย้อนคิดว่าตนอยากไปเรียนมากกว่าทำงาน ด้วยงบหนึ่งแสนบาทไปได้แค่ฟิลิปปินส์ จึงตัดสินใจสมัครไปพอถึงเวลาที่ต้องจ่ายเงินจริงๆทางบ้านกลับกังวลเป็นอย่างมากเรื่องความปลอดภัย ทางเดียวที่จะทำให้หายกังวลได้คือสร้างความเชื่อมั่น ฉันได้ทำแล้วแต่ไม่สำเร็จ ท่านอยากให้ไปออสเตเรียมากกว่า ทำไมๆนะไม่บอกกันตั้งแต่แรกที่จะไปสมัครกับเอเจนซี่ หลักสูตรของฟิลิปินส์ก็ดูน่าเรียน เรียนกันเป็นจริงเป็นจัง ด้วยราคาที่ออสเตเรียนแพงกว่าเกือบ 3 เท่าตัว ฉันรู้สึกว่าการไปเรียนภาษามันต้องเสียเงินเยอะขนาดนี้ไหมจะคุ้มไหมนะแล้วยังไม่รู้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายจิปาถะอะไรเพิ่มเติมอีก 3 เดือนที่ไปเรียนเป็นระยะสั้นไม่สามารถทำงานได้ก็เท่ากับว่าจ่ายเองหมด ด้วยความที่ยอดมันแพงขึ้นการตัดสินใจจึงต้องพิจารณให้ดี ฉันรู้สึกว่าการไปของฉันนั้นมีค่าเสียโอกาสเป็นจำนวนมากเลยล่ะ
จากเหตุการนี้มันก็สอนฉันนะว่า ถึงก่อนหน้านี้เรื่องการเรียนฉันจัดการ โดยตลอดอาจทำให้ละเลยไม่ได้ถามความเห็นของผู้ปกครอง แต่คือฉันก็ไม่คิดว่าท่านจะอนุญาตให้ไปเลยพูดๆไป ไม่คิดว่าท่านจะไปพูดให้ญาติๆฟัง มันยิ่งทำให้ฉันเชื่อว่าท่านอนุญาตฉันจะได้ไปจึงดำเนินการสมัครแต่เมื่อแจ้งค่าใช้จ่ายท่านก็เริ่มมีคำถามและเป็นห่วงสวัสดิภาพแก่ฉัน ควรคุยกันให้มากขึ้นถึงความต้องการทั้งสองฝ่าย
ฉันจะได้ไปรึเปล่านะ แต่คือมันเฟลที่เราวางแผนชีวิตว่าแต่ล่ะช่วงควรทำอะไร กลับมาจะทำอะไร มันทำให้ช่วงที่ผ่านมาเสียเวลาไปกับการคิดเรื่องเดิมๆซ้ำๆ แต่ฉันก็คงจะรู้สึกไม่ดีที่การไปของฉันทำให้พ่อแม่เป็นห่วงมากๆๆ ลึกๆฉันก็รู้สึกว่าบ่อยครั้งเรามักคิดลบเกินไปมากกว่าความจำเป็นแต่ก็นะฉันเข้าใจในความหวังดีนี้
(จะได้) ไป่เรียนภาษาอังกฤษในต่างประเทศ ?
จากเหตุการนี้มันก็สอนฉันนะว่า ถึงก่อนหน้านี้เรื่องการเรียนฉันจัดการ โดยตลอดอาจทำให้ละเลยไม่ได้ถามความเห็นของผู้ปกครอง แต่คือฉันก็ไม่คิดว่าท่านจะอนุญาตให้ไปเลยพูดๆไป ไม่คิดว่าท่านจะไปพูดให้ญาติๆฟัง มันยิ่งทำให้ฉันเชื่อว่าท่านอนุญาตฉันจะได้ไปจึงดำเนินการสมัครแต่เมื่อแจ้งค่าใช้จ่ายท่านก็เริ่มมีคำถามและเป็นห่วงสวัสดิภาพแก่ฉัน ควรคุยกันให้มากขึ้นถึงความต้องการทั้งสองฝ่าย
ฉันจะได้ไปรึเปล่านะ แต่คือมันเฟลที่เราวางแผนชีวิตว่าแต่ล่ะช่วงควรทำอะไร กลับมาจะทำอะไร มันทำให้ช่วงที่ผ่านมาเสียเวลาไปกับการคิดเรื่องเดิมๆซ้ำๆ แต่ฉันก็คงจะรู้สึกไม่ดีที่การไปของฉันทำให้พ่อแม่เป็นห่วงมากๆๆ ลึกๆฉันก็รู้สึกว่าบ่อยครั้งเรามักคิดลบเกินไปมากกว่าความจำเป็นแต่ก็นะฉันเข้าใจในความหวังดีนี้