ธรรมะดับทุกข์ กฎแห่งกรรมในปัจจุบันก็มี

กระทู้สนทนา
ถาม   ทำไมคนนั้นผิดศีลแต่ก็ยังรำ่รวยมีความสุข
ไม่เห็นกฎแห่งกรรมทำอะไรเขา
ตอบ  กฎแห่งกรรมในปัจจุบันก็มี ยิ่งสมัยนี้สื่อ ข่าว
social สังคมไวมาก
ยิ่งมีคนตั้งคำถามเรื่องการผิดศีลมากเท่าไหร่  เขาก็ได้รับผลกรรม
มากขึ้นเท่านั้น

#####################################
ผู้ผิดศีลเสมอย่อมเสวยทุกข์ โทมนัสความทุกข์ใจในปัจจุบัน
#####################################
#########################################
ผู้ผิดศีลเสมอเมื่อใกล้ตายจะเกิดอาการเศร้าโศก ลำบากใจ คร่ำครวญ ร่ำไห้
#########################################
########
ยิ่งสูงยิ่งหนาว
########
ผู้ผิดศีลเสมอจะได้เวทนาที่ต่างไปจากคนที่ไม่ผิดศีล เปรียบเหมือนเงายอด
ภูเขาใหญ่ ย่อมปกคลุม ครอบงำแผ่นดินเกิดความรู้สึกหนาวเย็น ยะเยือก
ขาดความอุ่นใจ แม้นอนห่มผ้าอุ่นๆ  แต่ใจก็ยังรู้สึกหนาว
เหมือนคำที่ว่า  ยิ่งสูงยิ่งหนาวยอดเขายังห่าง
อยู่บนทาง  นึกหวั่นนึกพรั่นความหนาว
คนเราเหมือนดั่งขึ้นภูเขา ฝ่าไปเอาหมายตัวเราก้าวไกล
สูงๆ ขึ้นไป ใครจะอยู่ข้างเรา กิเลสยุเย้าให้ปีนป่าย
ไร้มิตรแท้ถึงแม้ยิ่งใหญ่ ใหญ่เกินไปไม่มีใครเอา
ยิ่งสูงยิ่งหนาวยิ่งเหงายิ่งห่าง อยู่บนทางนึกหวั่นนึกพรั่นความหนาว.


พุทธวจน

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าคนพาล(ผู้ผิดศีลเสมอ)นั่งในสภาก็ดี ริมถนนรถก็ดี
ริมทางสามแพร่งก็ดี ชนในที่นั้นๆ จะพูดถ้อยคำที่พอเหมาะพอสมแก่เขา ถ้าคน
พาลมักเป็นผู้ทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง มักถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้ มักประ-
*พฤติผิดในกาม มักพูดเท็จ มีปรกติตั้งอยู่ในความประมาทเพราะดื่มน้ำเมาคือสุรา
และเมรัย ในเรื่องที่ชนพูดถ้อยคำที่พอเหมาะพอสมแก่เขานั้นแล คนพาลจะมี
ความรู้สึกอย่างนี้ว่า ปรกติเหล่านั้นมีอยู่ในเรา และเราก็ปรากฏในปรกติเหล่านั้น
ด้วย ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาลย่อมเสวยทุกข์ โทมนัสข้อที่หนึ่งดังนี้ในปัจจุบัน ฯ
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก คนพาลเห็นราชา
ทั้งหลายจับโจรผู้ประพฤติผิดมาแล้ว สั่งลงกรรมกรณ์ต่างชนิด คือ
             (๑) โบยด้วยแส้บ้าง
             (๒) โบยด้วยหวายบ้าง
             (๓) ตีด้วยตะบองสั้นบ้าง
             (๔) ตัดมือบ้าง
             (๕) ตัดเท้าบ้าง
             (๖) ตัดทั้งมือทั้งเท้าบ้าง
             (๗) ตัดหูบ้าง
             (๘) ตัดจมูกบ้าง
             (๙) ตัดทั้งหูทั้งจมูกบ้าง
             (๑๐) ลงกรรมกรณ์วิธี หม้อเคี่ยวน้ำส้ม บ้าง
             (๑๑) ลงกรรมกรณ์วิธี ขอดสังข์ บ้าง
             (๑๒) ลงกรรมกรณ์วิธี ปากราหู บ้าง
             (๑๓) ลงกรรมกรณ์วิธี มาลัยไฟ บ้าง
             (๑๔) ลงกรรมกรณ์วิธี คบมือ บ้าง
             (๑๕) ลงกรรมกรณ์วิธี ริ้วส่าย บ้าง
             (๑๖) ลงกรรมกรณ์วิธี นุ่งเปลือกไม้ บ้าง
             (๑๗) ลงกรรมกรณ์วิธี ยืนกวาง บ้าง
             (๑๘) ลงกรรมกรณ์วิธี เกี่ยวเหยื่อเบ็ด บ้าง
             (๑๙) ลงกรรมกรณ์วิธี เหรียญกษาปณ์ บ้าง
             (๒๐) ลงกรรมกรณ์วิธี แปรงแสบ บ้าง
             (๒๑) ลงกรรมกรณ์วิธี กางเวียน บ้าง
             (๒๒) ลงกรรมกรณ์วิธี ตั่งฟาง บ้าง
             (๒๓) ราดด้วยน้ำมันเดือดๆ บ้าง
             (๒๔) ให้สุนัขทึ้งบ้าง
             (๒๕) ให้นอนหงายบนหลาวทั้งเป็นๆ บ้าง
             (๒๖) ตัดศีรษะด้วยดาบบ้าง

ในขณะที่เห็นนั้น คนพาลจะมีความรู้สึกอย่างนี้ว่า เพราะเหตุแห่งกรรมชั่วปานใด
แล ราชาทั้งหลายจึงจับโจรผู้ประพฤติผิดมาแล้ว สั่งลงกรรมกรณ์ต่างชนิด คือ
โบยด้วยแส้บ้าง ฯลฯ ตัดศีรษะด้วยดาบบ้าง ก็ปรกติเหล่านั้นมีอยู่ในเรา และเรา
ก็ปรากฏในปรกติเหล่านั้นด้วย ถ้าแม้ราชาทั้งหลายรู้จักเรา ก็จะจับเราแล้วสั่งลง
กรรมกรณ์ต่างชนิด คือ โบยด้วยแส้บ้าง ฯลฯ ให้นอนหงายบนหลาวทั้งเป็นๆ
บ้าง ตัดศีรษะด้วยดาบบ้าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาลย่อมเสวยทุกข์โทมนัสข้อ
ที่สองแม้ดังนี้ในปัจจุบัน ฯ
            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก กรรมลามกที่คนพาลทำ
ไว้ในก่อน คือ กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ย่อมปกคลุม ครอบงำคนพาล
ผู้อยู่บนตั่ง หรือบนเตียง หรือนอนบนพื้นดินในสมัยนั้น เปรียบเหมือนเงายอด
ภูเขาใหญ่ ย่อมปกคลุม ครอบงำแผ่นดินในสมัยเวลาเย็น ฉันใด ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล กรรมลามกที่คนพาลทำไว้ในก่อน คือ กายทุจริต
วจีทุจริต มโนทุจริต ย่อมปกคลุม ครอบงำคนพาลผู้อยู่บนตั่ง หรือบนเตียง
หรือนอนบนพื้นดินในสมัยนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในสมัยนั้น คนพาลจะมี
ความรู้สึกอย่างนี้ว่า เราไม่ได้ทำความดี ไม่ได้ทำกุศล ไม่ได้ทำเครื่องป้องกัน
ความหวาดกลัวไว้ ทำแต่ความชั่ว ทำแต่ความร้าย ทำแต่ความเลว ละโลกนี้
ไปแล้ว จะไปสู่คติของคนที่ไม่ได้ทำความดี ไม่ได้ทำกุศล ไม่ได้ทำเครื่องป้อง
กันความหวาดกลัวไว้ ซึ่งทำแต่ความชั่ว ความร้าย และความเลว เป็นกำหนด
คนพาลนั้นย่อมเศร้าโศก ลำบากใจ คร่ำครวญ ร่ำไห้ ทุ่มอก ถึงความหลงพร้อม
ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาลย่อมเสวยทุกข์โทมนัสข้อที่สามดังนี้แลในปัจจุบัน ฯ
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาลนั้นนั่นแลประพฤติทุจริต ทางกาย
ทางวาจา ทางใจแล้ว เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อจะกล่าวถึงอบาย ซึ่งเขาพูดหมายถึงนรกนั่นแลโดย
ชอบ พึงกล่าวได้ว่าเป็นสถานที่ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจส่วนเดียว
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพียงเท่านี้แม้จะเปรียบอุปมาจนถึงนรกเป็นทุกข์ ก็ไม่ใช่
ง่ายนัก ฯ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่