ที่เขียนก็เพื่อเป็นแนวทางให้น้องๆ ด้วยประสบการณ์ของพี่ที่พบที่เจอมาครับ ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปนะครับ กระทู้นี้อาจจะใช้ได้กับคนส่วนน้อยที่ยังปรับตัวไม่ทัน หรือเรียนไม่ไหว เรียนแล้วมันไม่ใช่ตามความถนัด เริ่มเลยละกัน
1.การคิด pro หรือเรียกสั้นๆ ว่าติดโปร แต่ละมหาวิทยาลัยคิดไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่าง
1.1 เกรดเทอมแรกไม่คิดโปร ได้เกรดเท่าไหร่ ก็เท่ากัน แต่เกรดเทอม 2 + เกรดเทอมแรก ได้ต่ำกว่า 2.00 คือได้โปรสูง แต่ถ้าต่ำกว่า 1.80 เรียกว่าโปรต่ำ
ถ้าได้โปรสูง ติดกัน 3 เทอม ก็ถูกรีไทล์(ได้ต่ำกว่า2.00-1.80) และ ถ้าได้โปรต่ำติดกัน 2 เทอม ก็ถูกรีไทล์(ต่ำกว่า 1.80) ซึ่งคนที่โดนไทล์ส่วนใหญ่ก็จะประมาณว่า 1.79 ครั้งที่2 หรือ 1.99 ครั้งที่ 3 ซึ่งเราต้องสำรวจตัวเองว่าเกรดที่กำลังจะออกจะได้เกรดเท่าไหร่ ถ้าเกรดรวมต่ำแล้วโดนรีไทล์แน่ๆ ชิ่งลาออก หรือขอเทียบโอนไป ม.รามคำแหงดีกว่า ที่สำคัญ ควรจะบอกที่บ้านให้รู้ และจะต้องโดนด่านเป็นแน่แท้ แต่จะทำไงได้ เราทำตัวเอง
1.2 เกรดเทอมแรกคิดโปรแบบโปรเดียว คือถ้าต่ำกว่า 2.00 ก็ถือว่าโปร โดยห้ามโปร ติดกัน 2 เทอม แต่สามารถลากโปรได้ เช่น เทอมแรกได้ 1.50 แต่เทอม 2 ได้เกรด 2.10 ก็ยังถือว่ารอดไป ถึงแม้เกรดรวมจะต่ำกว่า 2.00 ก็ยังถือว่ายังไม่โดนรีไทล์ แต่ถ้าเทอม 1 ได้ 1.90 เทอม 2 ได้ 1.90 อีก แบบนี้โดนรีไทล์แน่นอนครับ หรือ ถ้าเกรดลุ่มๆ ดอนๆ มาปี 3 ได้เกรด 1.99 เทอมสองได้เกรด 1.98 ก็โดนรีไทล์ได้เช่นกัน
1.3 อันนี้ไม่เกี่ยวกับโปรนะ ถ้าวิชาหลักเกรดรวมกันได้ต่ำกว่า 2.00 ก็ถือว่าไม่จบนะจ๊ะ ต้องลงซ้ำให้เกรดวิชาหลักรวมให้มากกว่า 2.00 ถึงจะเรียนจบ กฏนี้เพิ่งตั้งขึ้นตอนปี 2558 เอง
2.ถ้าอยู่ดีๆ มาดูเกรด ขึ้นสถานะว่ารีไทล์เลย จะทำไง
จะไปขอให้อาจารย์แก้เกรด อันนี้เป็นวิธีที่สิ้นคิดสุดๆ นะครับ ไม่มีอาจารย์ท่านไหนทำให้หรอก แก้จาะก F เป็น D เพราะบางคนก็แค่เกรดต่างกันแค่นี้เองก็จะมีโอกาสได้เรียนต่อแล้ว
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้แล้วถ้าแก้จาก B เป็น B+ ล่ะ 55555 อันนี้ริวไม่ยุ่งนะ
จากประสบการณ์ตรงเลยครับ มันทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ สมองมันสับสน รนรานไปหมด ทั้งเครียดทั้งเสียใจ เอาจริงๆ นะน้ำตาในตอนนี้เทียบไม่ได้กับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้พ่อตายแม่ตายหรอก
อยากให้ตั้งสติครับ หาทาง ว่าเราจะทำยังไงต่อไป ถ้าคิดว่าที่เรียนมาว่ามันไม่ใช่ ก็ไปหาอะไรเรียนที่เราไม่คิดจะเรียนมันครับ ผมจากเทคโนโลยีชีวภาพ เคมี ชีวะ ไม่เข้าสมองจริงๆ แต่พอไปเรียน บริหาร เจอ บัญชี การเงิน เศรษฐศาาสตร์ เฮ้ย มันใช่อะ เรียนได้ A B ตลอด
หรือถ้าที่บ้านไม่มีปัญญาส่งเรียน ก็ควรไปหางานทำนะครับ ทำงานส่งตัวเองเรียน เรียน มสธ. ก็ได้ แต่ขออย่าให้ว่าง หรืออยู่บ้านเฉยๆ เสียดายเวลาครับ แต่ถ้า น้องผู้ชายที่คิดจะบวช ไม่ต้องเลยนะ เราสร้างปัญหาขึ้นเราก็ต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเอง การหนีปัญหาไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาครับ
3.ทางเลือกชีวิตใหม่
ก็ยังมีราชการ รัฐวิสาหกิจ ที่เค้ารับสมัครงานด้วยวุฒิ ม.6 อยู่นะ เช่น โรงเรียนกรมอุตุนิยมวิทยา (ทำงานสำนักงานตรวจอากาศทั่วประเทศ) โรงเรียนการไปรษณีย์ (นั่งเคาร์เตอร์ไปรษณีย์) หรือจะไปทาง สายทหาร โรงเรียนนายสิบ ก็รับวุฒิ ม.6 ครับ(ถ้าชอบนะ) แล้วเอกชนหลายๆ ที่เค้าก็รับนะ พวกงานใช้สมองก็จะสบายกว่างานใช้แรงงานครับ แต่ไม่แนะนำให้ไปทำงานโรงงานนะ ถ้าไปแล้วเหมือนไปเลย ก็จมกับโรงงานไปอีกนาน เพราะทำงานเหนื่อยก็ไม่มีเวลาอ่านหนังสือหรอก
เป็นกำลังใจให้นะครับ ชีวิตยังต้องเดินต่อไป เอาจริงๆ ผมก็เพิ่งจบป.ตรี ตอนอายุ 28 เองครับ เรียนทั้ง ม.ศิลปากร ม.รามคำแหง มาจบที่ ลาดกระบัง ชะตาชีวิตคนเรามันไม่เหมือนกันครับ แต่โอกาสมีสำหรับคนที่ค้นหาและไขว่ขว้าครับ เหมือนหนังสือเล่มหนึ่งผมอ่านที่ปก บอกว่า โอกาสที่เด็กไทยได้ทุนเรียนฟรี ไปต่างประเทศ มีแค่ 17% แต่ถ้าคุณไม่ยื่นสมัครโอกาส = 0%
ทำอย่างไรเมื่อเกรดออกมาแล้วกำลังจะโดนรีไทล์
1.การคิด pro หรือเรียกสั้นๆ ว่าติดโปร แต่ละมหาวิทยาลัยคิดไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่าง
1.1 เกรดเทอมแรกไม่คิดโปร ได้เกรดเท่าไหร่ ก็เท่ากัน แต่เกรดเทอม 2 + เกรดเทอมแรก ได้ต่ำกว่า 2.00 คือได้โปรสูง แต่ถ้าต่ำกว่า 1.80 เรียกว่าโปรต่ำ
ถ้าได้โปรสูง ติดกัน 3 เทอม ก็ถูกรีไทล์(ได้ต่ำกว่า2.00-1.80) และ ถ้าได้โปรต่ำติดกัน 2 เทอม ก็ถูกรีไทล์(ต่ำกว่า 1.80) ซึ่งคนที่โดนไทล์ส่วนใหญ่ก็จะประมาณว่า 1.79 ครั้งที่2 หรือ 1.99 ครั้งที่ 3 ซึ่งเราต้องสำรวจตัวเองว่าเกรดที่กำลังจะออกจะได้เกรดเท่าไหร่ ถ้าเกรดรวมต่ำแล้วโดนรีไทล์แน่ๆ ชิ่งลาออก หรือขอเทียบโอนไป ม.รามคำแหงดีกว่า ที่สำคัญ ควรจะบอกที่บ้านให้รู้ และจะต้องโดนด่านเป็นแน่แท้ แต่จะทำไงได้ เราทำตัวเอง
1.2 เกรดเทอมแรกคิดโปรแบบโปรเดียว คือถ้าต่ำกว่า 2.00 ก็ถือว่าโปร โดยห้ามโปร ติดกัน 2 เทอม แต่สามารถลากโปรได้ เช่น เทอมแรกได้ 1.50 แต่เทอม 2 ได้เกรด 2.10 ก็ยังถือว่ารอดไป ถึงแม้เกรดรวมจะต่ำกว่า 2.00 ก็ยังถือว่ายังไม่โดนรีไทล์ แต่ถ้าเทอม 1 ได้ 1.90 เทอม 2 ได้ 1.90 อีก แบบนี้โดนรีไทล์แน่นอนครับ หรือ ถ้าเกรดลุ่มๆ ดอนๆ มาปี 3 ได้เกรด 1.99 เทอมสองได้เกรด 1.98 ก็โดนรีไทล์ได้เช่นกัน
1.3 อันนี้ไม่เกี่ยวกับโปรนะ ถ้าวิชาหลักเกรดรวมกันได้ต่ำกว่า 2.00 ก็ถือว่าไม่จบนะจ๊ะ ต้องลงซ้ำให้เกรดวิชาหลักรวมให้มากกว่า 2.00 ถึงจะเรียนจบ กฏนี้เพิ่งตั้งขึ้นตอนปี 2558 เอง
2.ถ้าอยู่ดีๆ มาดูเกรด ขึ้นสถานะว่ารีไทล์เลย จะทำไง
จะไปขอให้อาจารย์แก้เกรด อันนี้เป็นวิธีที่สิ้นคิดสุดๆ นะครับ ไม่มีอาจารย์ท่านไหนทำให้หรอก แก้จาะก F เป็น D เพราะบางคนก็แค่เกรดต่างกันแค่นี้เองก็จะมีโอกาสได้เรียนต่อแล้ว [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
จากประสบการณ์ตรงเลยครับ มันทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ สมองมันสับสน รนรานไปหมด ทั้งเครียดทั้งเสียใจ เอาจริงๆ นะน้ำตาในตอนนี้เทียบไม่ได้กับ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
อยากให้ตั้งสติครับ หาทาง ว่าเราจะทำยังไงต่อไป ถ้าคิดว่าที่เรียนมาว่ามันไม่ใช่ ก็ไปหาอะไรเรียนที่เราไม่คิดจะเรียนมันครับ ผมจากเทคโนโลยีชีวภาพ เคมี ชีวะ ไม่เข้าสมองจริงๆ แต่พอไปเรียน บริหาร เจอ บัญชี การเงิน เศรษฐศาาสตร์ เฮ้ย มันใช่อะ เรียนได้ A B ตลอด
หรือถ้าที่บ้านไม่มีปัญญาส่งเรียน ก็ควรไปหางานทำนะครับ ทำงานส่งตัวเองเรียน เรียน มสธ. ก็ได้ แต่ขออย่าให้ว่าง หรืออยู่บ้านเฉยๆ เสียดายเวลาครับ แต่ถ้า น้องผู้ชายที่คิดจะบวช ไม่ต้องเลยนะ เราสร้างปัญหาขึ้นเราก็ต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเอง การหนีปัญหาไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาครับ
3.ทางเลือกชีวิตใหม่
ก็ยังมีราชการ รัฐวิสาหกิจ ที่เค้ารับสมัครงานด้วยวุฒิ ม.6 อยู่นะ เช่น โรงเรียนกรมอุตุนิยมวิทยา (ทำงานสำนักงานตรวจอากาศทั่วประเทศ) โรงเรียนการไปรษณีย์ (นั่งเคาร์เตอร์ไปรษณีย์) หรือจะไปทาง สายทหาร โรงเรียนนายสิบ ก็รับวุฒิ ม.6 ครับ(ถ้าชอบนะ) แล้วเอกชนหลายๆ ที่เค้าก็รับนะ พวกงานใช้สมองก็จะสบายกว่างานใช้แรงงานครับ แต่ไม่แนะนำให้ไปทำงานโรงงานนะ ถ้าไปแล้วเหมือนไปเลย ก็จมกับโรงงานไปอีกนาน เพราะทำงานเหนื่อยก็ไม่มีเวลาอ่านหนังสือหรอก
เป็นกำลังใจให้นะครับ ชีวิตยังต้องเดินต่อไป เอาจริงๆ ผมก็เพิ่งจบป.ตรี ตอนอายุ 28 เองครับ เรียนทั้ง ม.ศิลปากร ม.รามคำแหง มาจบที่ ลาดกระบัง ชะตาชีวิตคนเรามันไม่เหมือนกันครับ แต่โอกาสมีสำหรับคนที่ค้นหาและไขว่ขว้าครับ เหมือนหนังสือเล่มหนึ่งผมอ่านที่ปก บอกว่า โอกาสที่เด็กไทยได้ทุนเรียนฟรี ไปต่างประเทศ มีแค่ 17% แต่ถ้าคุณไม่ยื่นสมัครโอกาส = 0%