สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 17
Ethanol ไทยแพงว่าตลาดโลกมีเหตุผลของมัน
1 รัฐต้องการให้ไทยพึ่งพาตนเองทางด้านพลังงานอย่างยั่งยืนและสอาด
จึงพยายามเปลี่ยนการใช้นำ้มันมาเป็นการใช้แอลกอฮอล์
2 Ethanolที่ทำจากกากนำ้ตาล70% มันสัมปะหลัง24% นอกนั้นเป็นอ้อยและอื่นๆ
การใช้กากนำ้ตาลทำให้ลดการแอบแทของเสียลงในแม่นำ้(สมัยก่อนแม่นำ้แม่กลอง ราชบุรีเน่าเป็นประจำ)
3 การผลิต Ethanol ในไทยมีต้นทุนสูงเพราะ ผลิตไม่ถึงระดับ Economy of scale(ผลิตได้0.5พันล้านลิตรต่อปี)
สูงกว่าอเมริกาที่ใช้ข้าวโพด gmo แถมขายกากข้าวโพดไปทำอาหารสัตว์(ผลิตได้60พันล้านลิตรต่อปี)
และบราซิล ใช้อ้อยซึ่งมีพันธุ์ที่ดี อากาศเหมาะสม ผลผลิตต่อไร่สูงมาก(ผลิตได้20พันล้านลิตรต่อปี)
4 ปัญหาอ้อย และมันสัมปะหลังล้นตลาดหมดไป(จะเห็นได้ว่าระยะหลังไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องอ้อยกับมันสัมปะหลัง
ออกมาประท้วง
รัฐเลยต้องยอมให้โรงงานไทยเอากำไรลิตรละ7บาท(ไอ้กันกับบราซิลเอากำไรลิตรละ2บาท)
เพื่อชดเชยกับEthanolที่เหลือใช้ ที่ต้องส่งออกในราคาตลาดโลกที่15-16บาท
สรุปรัฐต้องการส่งเสริมให้เกิดการผลิตEthanol เพื่อทดแทนการนำเข้านำ้มันดิบ แต่ไม่อยากใช้ภาษีไปอุดหนุน
ให้ตั้งราคาขายในประเทศสูงโดยคนเติมนำ้มันรับผิดชอบไป. มิเช่นนั้นการผลิตEthanolในไทยจะไม่เกิด
เหมือนเช่นการผลิตไฟฟ้าจากลม ชีวมวล แสงแดด ที่ต้นทุนสูง แต่รัฐต้องอุดหนุนเพื่อพัฒนาพลังงานสอาด
และยั่งยืน
1 รัฐต้องการให้ไทยพึ่งพาตนเองทางด้านพลังงานอย่างยั่งยืนและสอาด
จึงพยายามเปลี่ยนการใช้นำ้มันมาเป็นการใช้แอลกอฮอล์
2 Ethanolที่ทำจากกากนำ้ตาล70% มันสัมปะหลัง24% นอกนั้นเป็นอ้อยและอื่นๆ
การใช้กากนำ้ตาลทำให้ลดการแอบแทของเสียลงในแม่นำ้(สมัยก่อนแม่นำ้แม่กลอง ราชบุรีเน่าเป็นประจำ)
3 การผลิต Ethanol ในไทยมีต้นทุนสูงเพราะ ผลิตไม่ถึงระดับ Economy of scale(ผลิตได้0.5พันล้านลิตรต่อปี)
สูงกว่าอเมริกาที่ใช้ข้าวโพด gmo แถมขายกากข้าวโพดไปทำอาหารสัตว์(ผลิตได้60พันล้านลิตรต่อปี)
และบราซิล ใช้อ้อยซึ่งมีพันธุ์ที่ดี อากาศเหมาะสม ผลผลิตต่อไร่สูงมาก(ผลิตได้20พันล้านลิตรต่อปี)
4 ปัญหาอ้อย และมันสัมปะหลังล้นตลาดหมดไป(จะเห็นได้ว่าระยะหลังไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องอ้อยกับมันสัมปะหลัง
ออกมาประท้วง
รัฐเลยต้องยอมให้โรงงานไทยเอากำไรลิตรละ7บาท(ไอ้กันกับบราซิลเอากำไรลิตรละ2บาท)
เพื่อชดเชยกับEthanolที่เหลือใช้ ที่ต้องส่งออกในราคาตลาดโลกที่15-16บาท
สรุปรัฐต้องการส่งเสริมให้เกิดการผลิตEthanol เพื่อทดแทนการนำเข้านำ้มันดิบ แต่ไม่อยากใช้ภาษีไปอุดหนุน
ให้ตั้งราคาขายในประเทศสูงโดยคนเติมนำ้มันรับผิดชอบไป. มิเช่นนั้นการผลิตEthanolในไทยจะไม่เกิด
เหมือนเช่นการผลิตไฟฟ้าจากลม ชีวมวล แสงแดด ที่ต้นทุนสูง แต่รัฐต้องอุดหนุนเพื่อพัฒนาพลังงานสอาด
และยั่งยืน
สมาชิกหมายเลข 5511263 ถูกใจ, GOLFGTC ถูกใจ, siamsummer ถูกใจ, fishingsk ถูกใจ, superman2007 ถูกใจ, Maximum Changmin ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 839221 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 700302 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2626591 ขำกลิ้ง, EsZe ถูกใจรวมถึงอีก 4 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
แฉความลับ ราคาเอทานอลไม่อ้างอิงตลาดโลก เหตุราคา ตปท.ต่ำกว่าไทยเท่าตัว
https://mgronline.com/politics/detail/9610000053681
แฉความลับ ราคาเอทานอลไม่อ้างอิงตลาดโลก เหตุราคา ตปท.ต่ำกว่าไทยเท่าตัว
เผยแพร่: 30 พ.ค. 2561 17:44: ปรับปรุง: 30 พ.ค. 2561 20:18: โดย: MGR Online
อดีต ส.ว.กรุงเทพฯ เผยความลับ รัฐบาลไม่ตั้งราคาเอทานอล อ้างอิงราคาตลาดโลกเหมือนน้ำมันและก๊าซหุงต้ม เพราะเอทานอลในไทยแพงกว่าตลาดโลกถึงลิตรละ 12 - 14 บาท เมื่อเอาเอทานอลมาเติมในเบนซิน เพื่อทำแกสโซฮอล์ จึงต้องเอาเงินกองทุนมาชดเชย แถมบวกค่าการตลาดสูงเวอร์ จี้นายกฯ ทำราคาเอทานอลให้มีประสิทธิภาพ อย่าใช้เป็นเครื่องมือล้วงเงินจากกระเป๋าประชาชน
วันนี้ (30 พ.ค.) เมื่อเวลา 14.51 น. น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านพลังงาน ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก รสนา โตสิตระกูล ในหัวข้อ “เหตุใด เอทานอลจึงไม่อ้างอิงราคาตลาดโลกเหมือนน้ำมันและก๊าซหุงต้ม !?!” ว่า น้ำมันสำเร็จรูปที่กลั่นในประเทศจนเหลือใช้ และสามารถส่งออกไปยังประเทศในอาเซียนเป็นสินค้าอันดับ 2 ของประเทศไทย แต่เวลาขายคนไทยก็ยังต้องอ้างอิงราคาของสิงคโปร์ บวกค่าขนส่งเทียม ราวกับว่าน้ำมันสำเร็จรูปทั้ง 100% กลั่นในสิงคโปร์ และนำเข้าจากสิงคโปร์
ก๊าซหุงต้มมาจากก๊าซดิบในอ่าวไทย100% นำมาแยกเป็นก๊าซหุงต้มรวมกับส่วนของโรงกลั่นได้เพียงพอใช้ในประเทศถึง99% ตามรายงานของกระทรวงพลังงานเมื่อเดือนมกราคม 2561 ระบุว่า ปริมาณการผลิตก๊าซหุงต้มในประเทศได้ 535,827 ตัน ส่วนความต้องการใช้ในประเทศ 541,215 ตัน ซึ่งขาดไปเพียง 5,387ตัน เท่ากับประเทศไทยมีกำลังผลิตก๊าซหุงต้มให้คนไทยใช้ได้ในปริมาณที่ต้องการถึง99% ขาดไปเพียง 1%
แต่เหตุใดราคาก๊าซที่ขายประชาชนจึงใช้ราคาอ้างอิงราคานำเข้าจากซาอุดิอาระเบียทั้ง 100% แถมบวกค่าขนส่งจากซาอุฯ แบบเดียวกับราคาน้ำมันที่อ้างราคาสิงคโปร์บวกค่าขนส่ง
แต่เหตุใดเอทานอลจึงไม่อ้างอิงราคาตลาดโลก!?!
ควมลับก็คือ ราคาเอทานอลในตลาดโลกมีราคาถูกกว่าราคาเอทานอลในประเทศไทยที่ตั้งราคาไว้ที่ ราคา 23.59 บาท/ลิตร (23 พ.ค. 2561) แต่ปัจจุบันราคาเอทานอลที่ชิคาโกอยู่ที่ ประมาณ 12.68 บาทต่อลิตร ($1.5/3.785 ลิตร) ราคาเอทานอลที่เซาเปาโล บราซิล อยู่ที่ 14.87 บาทต่อลิตร (14,867 บาท/1,000 ลิตร)
ในอดีตพี่ไทยเคยอ้างอิงเอทานอลจากบราซิลและบวกค่าขนส่ง 5 บาท ทั้งที่เอทานอลที่คนไทยใช้อยู่ในเวลานั้นผลิตในประเทศ 100% เช่นเดียวกับก๊าซหุงต้มและน้ำมัน
หลังจากที่เอทานอลในต่างประเทศมีราคาถูกลงมาก จึงมีการเปลี่ยนสูตรอ้างอิงราคาการนำเข้าจากบราซิล มาใช้ราคา “ที่แท้จริง” ในการผลิตเอทานอลภายในประเทศ ทำให้ราคาเอทานอลแพงกว่าน้ำมันเบนซินล้วนๆ ถึงลิตรละ 4.39 บาท (23 พ.ค. 2561) !!
การทำให้เอทานอลแพงกว่าน้ำมันเบนซินจึงเป็นกลไกการล้วงกระเป๋าประชาชน ใช่หรือไม่ ? ด้วยข้ออ้างว่าต้องส่งเสริมพลังงานสะอาด ต้องส่งเสริมเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังให้ได้ราคาดี ทั้งที่เอทานอลในเวลานี้ผลิตจากกากน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่และกากน้ำตาลมีต้นทุนวัตถุดิบต่ำกว่ามันสำปะหลังมาก แต่ก็คิดราคาเท่ากับเอทานอลที่ผลิตจากมันสำปะหลัง
แม้แต่น้ำมัน และก๊าซหุงต้ม นายกฯ ลุงตู่ และ รองนายกฯ ลุงป้อม ก็บอกให้ประชาชนต้องยอมรับกลไกตลาด แต่เรื่องราคาเอทานอล ท่านจะว่ายังไงที่ตลาดต่างประเทศราคาปัจจุบันประมาณ 12 - 14 บาทเท่านั้น ต่ำกว่าราคาในบ้านเราที่สูงถึง 23.59 บาท/ลิตร ซึ่งแพงกว่าราคาในตลาดโลก 10 - 12 บาทเลยทีเดียว
ดังนั้น ยิ่งเติมเอทานอลในเบนซินมากเท่าไหร่ ราคาน้ำมันชนิดนั้นกลับยิ่งแพงขึ้น ทั้งที่เอทานอลมีค่าพลังงานต่ำกว่าเบนซินประมาณ 30%
ต้องเอากองทุนน้ำมันมาชดเชยอี 85 ลิตรละ 9.35 บาท และชดเชยอี 20 ลิตรละ 3 บาท ให้มีราคาถูกลง และไม่ได้ชดเชยแค่เอทานอลแต่รวมชดเชยค่าการตลาดที่สูงเว่อร์ ซึ่งคือการบวกกำไรของโรงกลั่นที่สูงเกินจริงเข้าไปด้วยตั้งแต่ 3 - 6 บาท เป็นการล้วงกระเป๋ากันแบบดื้อๆ โดยมีอำนาจรัฐคุ้มครองให้ ใช่หรือไม่
ถ้าราคาเอทานอลในประเทศราคาสัก 15 บาท/ลิตร ก็จะมีราคาถูกกว่าน้ำมันเบนซินที่มีราคาประมาณ 19 บาท/ลิตร การเติมเอทานอลในน้ำมันจึงจะทำให้น้ำมันผสมพลังงานทดแทนมีราคาถูกลง เป็นการช่วยประชาชนประหยัดเงินในกระเป๋า และมีส่วนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมไปด้วย สมดังพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงเคยมีพระราชดำรัสว่าให้เติมเอทานอลในเบนซินสัก 10% จะลดราคาได้ 50 สตางค์ต่อลิตร
ถ้า นายกฯ ลุงตู่ ที่มักอ้างว่าจะเดินตาม “ศาสตร์พระราชา” ซึ่งเป็นศาสตร์ที่จะทำให้คนรัก คนพอใจ เพราะราชาแปลว่าผู้ทำให้คนรัก คนพอใจ ท่านนายกฯ ก็ควรสั่งการให้มีการชำระสะสางราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้ม โดยเริ่มจากการเข้าไปจัดการราคาเอทานอลให้เป็นราคาที่มีประสิทธิภาพเสียก่อน ไม่ให้มีการใช้ราคาเอทานอลมาเป็นเครื่องมือล้วงกระเป๋าประชาชนอีกต่อไป ท่านจะทำได้หรือไม่ !?!
อยากทราบว่าราคาเอทานอลในบ้านเราแพงกว่าตลาดโลกเหมือนที่รสนาบอกจริงหรือไม่ครับ?
ถ้าจริงทำไมเราไม่อ้างอิงราคาเอทานอลตามราคาตลาดโลกเหมือนที่ทำกับน้ำมันล่ะครับ?