แม้ปัจจุบันจะมีการรณรงค์เรื่องสิทธิสตรีมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถกระจายความช่วยเหลือไปได้ทั่วถึง ในบางประเทศนั้นเราจะเห็นความเหลื่อมล้ำระหว่างเพศอย่างชัดเจน ต้องยอมรับว่าปัจจัยหลายอย่างมาจากความเชื่อ และแนวความคิดที่แตกต่างกัน เราจะเห็นว่ากลุ่มประเทศ ที่ผู้หญิงไม่มีสิทธิมีเสียงเท่าผู้ชายมักจะอยุ่ในกลุ่มประเทศด้อยพัฒนาแทบทั้งสิ้น เราลองมาดูความหดหู่ใจ นี้ว่ามีประเทศอะไรบ้าง และประชากรสตรีมีความอยุ่เป็นอย่างไร
ระยะหลังมานี้เรามักได้ยินข่าวผู้หญิงถูกทำร้าย หรือโดนขืนใจอยู่บ่อยครั้งใช่ไหม และส่วนใหญ่จะเป็นในแถบของเอเชียใต้ ซึ่งจริงๆ แล้วพวกเธอต้องเจอเหตุการณ์ที่โหดร้ายกว่านั้นมาก จนทำให้ผู้หญิงและเด็กอีกจำนวนมากต้องการความช่วยเหลือในเรื่องของกฎหมาย และสิทธิการคุ้มครอง เพื่อที่พวกเธอจะได้อาศัยอยู่ในประเทศของตัวเองได้ต่อไปโดยไม่ได้รับอันตราย แต่จะมีเหตุการณ์ใดและประเทศใดบ้างนั้น เราไปติดตามพร้อมๆ
ประเทศอินเดีย
ผู้หญิงร้อยละ 39 % ที่เป็นผู้ใหญ่ติดเชื้อ HIV ในประเทศอินเดีย ผู้หญิงในประเทศนี้ต้องเผชิญหน้ากับปัญหา ความรุนแรงภายในเพียงลำพัง ผู้หญิงกว่า 70% เป็นเหยื่อของความรุนแรง สำนักงานทะเบียนอาชญากรรมแห่งชาติ เผยว่า การก่ออาชญากรรมต่อสตรีเพศนั้นเกิดขึ้นทุก 3 นาที สตรีถูกข่มขืน 29 นาที และ สตรีที่เสียชีวิตเพราะเรื่องสินสอดทองหมั้นอีกทุก 77 นาที รวมถึงการเสียชีวิตจากฝีมือสามี หรือ ญาติของตัวเองอีกทุก 9 นาที ยิ่งไปกว่านั้นผู้หญิง 50 ล้านคน ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ต้องเหยื่อจากการทำแท้ง และกว่า 100 ล้านคน ต้องเข้าไปอยุ่ในวงจรการค้า มนุษย์ จำนวนหญิงสาว จำนวน 44.5% แต่งงานก่อนอายุ 18 ปี
ประเทศอัฟกานิสถาน
มากกว่าครึ่งของผู้หญิงที่ต้องแต่งงานมีอายุต่ำกว่า 16 ปี และจะมีผู้หญิง 1 คนที่ต้องเสียชีวิตจากสาเหตุการคลอดบุตรในทุกๆ ครึ่งชั่วโมง!! โดย 87% ของผู้หญิง มีประสบการณ์ได้รับความรุนแรงภายในประเทศทั้งสิ้น นอกจากนี้ประเทศอัฟกานิสถานยังเป็นประเทศเดียวที่มีอัตราการฆ่าตัวตายของผู้หญิงสูงกว่าผู้ชายอีกด้วย ซึ่งก็ไม่แปลกนักเพราะถ้าอยู่ต่อไปก็เหมือนกับตายทั้งเป็น
ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
เมื่อประเทศต้องเผชิญหน้ากับสงคราม ผู้หญิงก็จะเหมือนตลกนรกจากการข่มขืน ซึ่งยังถือเป็นความรุนแรงที่ไม่สามารถจะรับได้ ที่มีเหยื่อหลายรายต้องเสียชีวิตลงจากเหตุการณ์เหล่านี้ ถ้าไม่เสียชีวิตก็มักจะติดเชื้อ HIV และต้องตั้งครรภ์เลี้ยงลูกเพียงคนเดียว และที่สำคัญผู้หญิงเหล่านี้ไม่มีโอกาสที่จะหาทางเอาตัวรอดจากการถูกกักขังได้
ประเทศอิรัก
ก่อนหน้านี้สมัยของ ซัดดัม ฮุนเซน เปรียบเสมือนฝันร้ายของผู้หญิงอิรักเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะโดนทำร้าย กระทำชำเราร้ายแรงแค่ไหนก็ไม่สามารถทำอะไรได้ แต่หลังจากที่สหรัฐฯ ได้เข้ามาปลดปล่อยอะไรๆ ก็ดีขึ้น แต่!!ก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร เพราะปัจจุบันก็ยังเสี่ยงต่อการถูกลักพาตัว และการข่มขืน จนทำให้ผู้หญิงกลัวกันอย่างมาก ไม่กล้าออกไปไหนแม้กระทั่งไปทำงาน ทั้งนี้ มีผู้หญิงจำนวนมากกว่า 1 ล้านคนที่ต้องถูกไล่ออกจากงาน และอีกกว่า 1 ล้านคน ที่ไม่มีเงินเพียงพอที่จะใช้ซื้ออาหารมาประทังชีวิต
ประเทศเนปาล
หลายๆ คนคงยังไม่รู้ว่า 1 ใน 24 คนของผู้หญิงในเนปาล จะต้องเสียชีวิตลงจากการตั้งครรภ์และการตั้งครรภ์เพียงลำพัง เพราะคดีข่มขื่นของที่นี่เกิดกันเป็นว่าเล่น ข่มขืนอย่างเดียวยังไม่พอและยังไม่ป้องกันอีกด้วย ผู้หญิงที่นี่จึงต้องแบกรับภาระและอดีตอันหนักหน่วงไว้เพียงผู้เดียว
ประเทศซูดาน
ความรุนแรงของประเทศนี้ เห็นได้จากคดีข่มขืนตั้งแต่ในปี 2013 พบว่า เหตุการณ์เหล่านี้ได้ทำลายชีวิตของผู้หญิงมากกว่า 1 ล้านคน แต่ที่สำคัญคือความยุติธรรมของคดีเหล่านี้ยังไม่เพียงพอสำหรับเหยื่อที่เป็นผู้หญิง บางคดีโทษที่ผู้ร้ายได้รับนั้นเทียบไม่ได้ของความเจ็บปวดของเหยื่อเลยสักนิด
ประเทศกัวเตมาลา
ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว รวมทั้งการข่มขืน เป็นปัญหาใหญ่ๆ ของที่นี่ ยังมีสถิติผู้ติดเชื้อ HIV มากเป็นอันดันต้นๆ ของโลก แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือคดีฆาตกรรมผู้หญิงด้วยวิธีอันโหดเหี่ยมจนหลายๆ คนคาดไม่ถึงนับร้อยๆ คดี ที่บางคดีพบว่ามีการทิ้งข้อความสาปแช่งไว้ที่ศพด้วย!!
ประเทศมาลี
หนึ่งในประเทศที่ขึ้นชื่อว่ายากจนที่สุด จนผู้หญิงบางคนถึงขั้นต้องหลบหนี เพราะจะมีการตัดปุ่มคิตตรอริส เพื่อไม่ให้เกิดอารมณ์ทางเพศ ซึ่งไม่มีการใช้ยาชาทุกชนิด!! และจะสร้างความเจ็บปวดอย่างมาก ส่วนใหญ่ผู้หญิงในมาลีจะแต่งงานตั้งแต่อายุน้อยๆ และ 1 ใน 10 จะเสียชีวิตจากการตั้งครรภ์ หรือคลอดบุต
ประเทศปากีสถาน
ประเทศที่มีกฎหมายเกี่ยวกับด้านการล่วงละเมิดทางเพศแบบแปลกสุดๆ ที่อนุญาตให้ผู้ชายข่มขื่นผู้หญิงได้ หากคนในครอบครัวฝ่ายหญิงนั้นไปทำร้ายผู้อื่น (ซึ่งฝ่ายหญิงอาจะไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย) โดยว่ากันว่าเพื่อเป็นการกู้ศักดิ์ศรีให้แก่วงตระกูลของผู้ที่ถูกครอบครัวฝ่ายหญิงทำร้าย
ประเทศซาอุดีอาระเบีย
ด้วยความที่ยังเป็นประเทศที่มีสงครามไม่หยุดไม่หย่อน ผู้ชายของประเทศนี้จึง(คิดว่าตัวเอง)เป็นใหญ่ ส่วนสตรีนั้นก็เป็นได้แค่ผู้อยู่ในการปกครอง แม้กระทั่งถ้าแต่งงานไปแล้วญาติของฝ่ายชายก็เป็นผู้ดูแลหญิงคนนี้ไปตลอดชีวิต แต่มีน้อยครอบครัวนักที่จะเลี้ยงดูอย่างดี ส่วนใหญ่มักจะถูกทารุณต่างๆ นานา และหากทำผิดโทษที่ได้รับก็รุนแรงซะเหลือเกิน
ประเทศโซมาเลีย
ชื่อประเทศคงไม่ค่อยจะคุ้นหูกันเท่าไหร่ แต่ถ้าพูดถึงข่าวคราวที่เคยเกิดขึ้นของประเทศนี้ก็ดังพอสมควร ที่เคยมีการปาหินใส่ “เด็กผู้หญิง” หลังจากที่เธอถูกข่มขืน แต่อีกฝ่ายอ้างว่าเธอคบชู้!! เท่านั้นยังไม่พอ เพราะที่นี่เป็นประเทศที่มีความเสี่ยงที่ผู้หญิงจะถูกข่มขืน อันดับต้นๆ ของโลก บางทีผู้หญิงตั้งครรภ์เองก็ยังไม่เว้น
ประเทศชาด หรือ สาธารรัฐชาด
ในปี2005 ตามรายงานของสหประชาชาติ กว่า 30 % ของผู้หยิงในประเทศ นี้ถูกบังคับให้แต่งงานตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี แต่ผู้ชายสามารถเริ่มแต่งงานได้อายุ 18 ปี หลังจากที่แต่งงานกันแล้ว ผู้หญิงแทบจะไม่มีสิทธิมีเสียงอะไรในครอบครัวเลย เพราะ ผู้ชายจะมีอำนาจที่สูงสุดของครอบครัว และบริหารจัดการรายได้ของภรรยาด้วยตัวเอง และใช้ภรรยาของตัวเองเพื่อผลประโยชน์อื่นๆ
ประเทศเยเมน
ตามการจัดอันดับของ The WEF พบว่าระดับความเท่าเดิมระหว่างเพศในประเทศเยเมนอยุ่ในระดับต่ำ ผู้หญิงต้องอยุ่ในใต้อาณัติของสามีตัวเอง พวกเธอไม่สามารถออกไปนอกบ้านได้เลย หากไม่ได้รับอนุญาติจากสามีของเธอ
ขอบคุณข้อมูลจาก teen.mthai ด้วยนะครับ

ขอบคุณข่าว จากช่อง Animal Presents ด้วยนะครับ
ประเทศที่ผู้หญิงอยู่ยากและอันตรายที่สุด
ระยะหลังมานี้เรามักได้ยินข่าวผู้หญิงถูกทำร้าย หรือโดนขืนใจอยู่บ่อยครั้งใช่ไหม และส่วนใหญ่จะเป็นในแถบของเอเชียใต้ ซึ่งจริงๆ แล้วพวกเธอต้องเจอเหตุการณ์ที่โหดร้ายกว่านั้นมาก จนทำให้ผู้หญิงและเด็กอีกจำนวนมากต้องการความช่วยเหลือในเรื่องของกฎหมาย และสิทธิการคุ้มครอง เพื่อที่พวกเธอจะได้อาศัยอยู่ในประเทศของตัวเองได้ต่อไปโดยไม่ได้รับอันตราย แต่จะมีเหตุการณ์ใดและประเทศใดบ้างนั้น เราไปติดตามพร้อมๆ
ประเทศอินเดีย
ผู้หญิงร้อยละ 39 % ที่เป็นผู้ใหญ่ติดเชื้อ HIV ในประเทศอินเดีย ผู้หญิงในประเทศนี้ต้องเผชิญหน้ากับปัญหา ความรุนแรงภายในเพียงลำพัง ผู้หญิงกว่า 70% เป็นเหยื่อของความรุนแรง สำนักงานทะเบียนอาชญากรรมแห่งชาติ เผยว่า การก่ออาชญากรรมต่อสตรีเพศนั้นเกิดขึ้นทุก 3 นาที สตรีถูกข่มขืน 29 นาที และ สตรีที่เสียชีวิตเพราะเรื่องสินสอดทองหมั้นอีกทุก 77 นาที รวมถึงการเสียชีวิตจากฝีมือสามี หรือ ญาติของตัวเองอีกทุก 9 นาที ยิ่งไปกว่านั้นผู้หญิง 50 ล้านคน ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ต้องเหยื่อจากการทำแท้ง และกว่า 100 ล้านคน ต้องเข้าไปอยุ่ในวงจรการค้า มนุษย์ จำนวนหญิงสาว จำนวน 44.5% แต่งงานก่อนอายุ 18 ปี
ประเทศอัฟกานิสถาน
มากกว่าครึ่งของผู้หญิงที่ต้องแต่งงานมีอายุต่ำกว่า 16 ปี และจะมีผู้หญิง 1 คนที่ต้องเสียชีวิตจากสาเหตุการคลอดบุตรในทุกๆ ครึ่งชั่วโมง!! โดย 87% ของผู้หญิง มีประสบการณ์ได้รับความรุนแรงภายในประเทศทั้งสิ้น นอกจากนี้ประเทศอัฟกานิสถานยังเป็นประเทศเดียวที่มีอัตราการฆ่าตัวตายของผู้หญิงสูงกว่าผู้ชายอีกด้วย ซึ่งก็ไม่แปลกนักเพราะถ้าอยู่ต่อไปก็เหมือนกับตายทั้งเป็น
ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
เมื่อประเทศต้องเผชิญหน้ากับสงคราม ผู้หญิงก็จะเหมือนตลกนรกจากการข่มขืน ซึ่งยังถือเป็นความรุนแรงที่ไม่สามารถจะรับได้ ที่มีเหยื่อหลายรายต้องเสียชีวิตลงจากเหตุการณ์เหล่านี้ ถ้าไม่เสียชีวิตก็มักจะติดเชื้อ HIV และต้องตั้งครรภ์เลี้ยงลูกเพียงคนเดียว และที่สำคัญผู้หญิงเหล่านี้ไม่มีโอกาสที่จะหาทางเอาตัวรอดจากการถูกกักขังได้
ประเทศอิรัก
ก่อนหน้านี้สมัยของ ซัดดัม ฮุนเซน เปรียบเสมือนฝันร้ายของผู้หญิงอิรักเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะโดนทำร้าย กระทำชำเราร้ายแรงแค่ไหนก็ไม่สามารถทำอะไรได้ แต่หลังจากที่สหรัฐฯ ได้เข้ามาปลดปล่อยอะไรๆ ก็ดีขึ้น แต่!!ก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร เพราะปัจจุบันก็ยังเสี่ยงต่อการถูกลักพาตัว และการข่มขืน จนทำให้ผู้หญิงกลัวกันอย่างมาก ไม่กล้าออกไปไหนแม้กระทั่งไปทำงาน ทั้งนี้ มีผู้หญิงจำนวนมากกว่า 1 ล้านคนที่ต้องถูกไล่ออกจากงาน และอีกกว่า 1 ล้านคน ที่ไม่มีเงินเพียงพอที่จะใช้ซื้ออาหารมาประทังชีวิต
ประเทศเนปาล
หลายๆ คนคงยังไม่รู้ว่า 1 ใน 24 คนของผู้หญิงในเนปาล จะต้องเสียชีวิตลงจากการตั้งครรภ์และการตั้งครรภ์เพียงลำพัง เพราะคดีข่มขื่นของที่นี่เกิดกันเป็นว่าเล่น ข่มขืนอย่างเดียวยังไม่พอและยังไม่ป้องกันอีกด้วย ผู้หญิงที่นี่จึงต้องแบกรับภาระและอดีตอันหนักหน่วงไว้เพียงผู้เดียว
ประเทศซูดาน
ความรุนแรงของประเทศนี้ เห็นได้จากคดีข่มขืนตั้งแต่ในปี 2013 พบว่า เหตุการณ์เหล่านี้ได้ทำลายชีวิตของผู้หญิงมากกว่า 1 ล้านคน แต่ที่สำคัญคือความยุติธรรมของคดีเหล่านี้ยังไม่เพียงพอสำหรับเหยื่อที่เป็นผู้หญิง บางคดีโทษที่ผู้ร้ายได้รับนั้นเทียบไม่ได้ของความเจ็บปวดของเหยื่อเลยสักนิด
ประเทศกัวเตมาลา
ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว รวมทั้งการข่มขืน เป็นปัญหาใหญ่ๆ ของที่นี่ ยังมีสถิติผู้ติดเชื้อ HIV มากเป็นอันดันต้นๆ ของโลก แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือคดีฆาตกรรมผู้หญิงด้วยวิธีอันโหดเหี่ยมจนหลายๆ คนคาดไม่ถึงนับร้อยๆ คดี ที่บางคดีพบว่ามีการทิ้งข้อความสาปแช่งไว้ที่ศพด้วย!!
ประเทศมาลี
หนึ่งในประเทศที่ขึ้นชื่อว่ายากจนที่สุด จนผู้หญิงบางคนถึงขั้นต้องหลบหนี เพราะจะมีการตัดปุ่มคิตตรอริส เพื่อไม่ให้เกิดอารมณ์ทางเพศ ซึ่งไม่มีการใช้ยาชาทุกชนิด!! และจะสร้างความเจ็บปวดอย่างมาก ส่วนใหญ่ผู้หญิงในมาลีจะแต่งงานตั้งแต่อายุน้อยๆ และ 1 ใน 10 จะเสียชีวิตจากการตั้งครรภ์ หรือคลอดบุต
ประเทศปากีสถาน
ประเทศที่มีกฎหมายเกี่ยวกับด้านการล่วงละเมิดทางเพศแบบแปลกสุดๆ ที่อนุญาตให้ผู้ชายข่มขื่นผู้หญิงได้ หากคนในครอบครัวฝ่ายหญิงนั้นไปทำร้ายผู้อื่น (ซึ่งฝ่ายหญิงอาจะไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย) โดยว่ากันว่าเพื่อเป็นการกู้ศักดิ์ศรีให้แก่วงตระกูลของผู้ที่ถูกครอบครัวฝ่ายหญิงทำร้าย
ประเทศซาอุดีอาระเบีย
ด้วยความที่ยังเป็นประเทศที่มีสงครามไม่หยุดไม่หย่อน ผู้ชายของประเทศนี้จึง(คิดว่าตัวเอง)เป็นใหญ่ ส่วนสตรีนั้นก็เป็นได้แค่ผู้อยู่ในการปกครอง แม้กระทั่งถ้าแต่งงานไปแล้วญาติของฝ่ายชายก็เป็นผู้ดูแลหญิงคนนี้ไปตลอดชีวิต แต่มีน้อยครอบครัวนักที่จะเลี้ยงดูอย่างดี ส่วนใหญ่มักจะถูกทารุณต่างๆ นานา และหากทำผิดโทษที่ได้รับก็รุนแรงซะเหลือเกิน
ประเทศโซมาเลีย
ชื่อประเทศคงไม่ค่อยจะคุ้นหูกันเท่าไหร่ แต่ถ้าพูดถึงข่าวคราวที่เคยเกิดขึ้นของประเทศนี้ก็ดังพอสมควร ที่เคยมีการปาหินใส่ “เด็กผู้หญิง” หลังจากที่เธอถูกข่มขืน แต่อีกฝ่ายอ้างว่าเธอคบชู้!! เท่านั้นยังไม่พอ เพราะที่นี่เป็นประเทศที่มีความเสี่ยงที่ผู้หญิงจะถูกข่มขืน อันดับต้นๆ ของโลก บางทีผู้หญิงตั้งครรภ์เองก็ยังไม่เว้น
ประเทศชาด หรือ สาธารรัฐชาด
ในปี2005 ตามรายงานของสหประชาชาติ กว่า 30 % ของผู้หยิงในประเทศ นี้ถูกบังคับให้แต่งงานตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี แต่ผู้ชายสามารถเริ่มแต่งงานได้อายุ 18 ปี หลังจากที่แต่งงานกันแล้ว ผู้หญิงแทบจะไม่มีสิทธิมีเสียงอะไรในครอบครัวเลย เพราะ ผู้ชายจะมีอำนาจที่สูงสุดของครอบครัว และบริหารจัดการรายได้ของภรรยาด้วยตัวเอง และใช้ภรรยาของตัวเองเพื่อผลประโยชน์อื่นๆ
ประเทศเยเมน
ตามการจัดอันดับของ The WEF พบว่าระดับความเท่าเดิมระหว่างเพศในประเทศเยเมนอยุ่ในระดับต่ำ ผู้หญิงต้องอยุ่ในใต้อาณัติของสามีตัวเอง พวกเธอไม่สามารถออกไปนอกบ้านได้เลย หากไม่ได้รับอนุญาติจากสามีของเธอ
ขอบคุณข้อมูลจาก teen.mthai ด้วยนะครับ
ขอบคุณข่าว จากช่อง Animal Presents ด้วยนะครับ